บันเทิง

ความพยายามและความสำเร็จ
กับการโกอินเตอร์ของ ‘ฮิวโก้’

ความพยายามและความสำเร็จ กับการโกอินเตอร์ของ ‘ฮิวโก้’

09 ก.ย. 2553

 ยอมทิ้งทุกอย่างทั้งความสุขสบายและครอบครัว เพื่อไปทำตามความฝันของตัวเอง สำหรับ “ฮิวโก้” จุลจักร จักรพงษ์ ที่ล้มลุกคลุกคลานจนในที่สุดความพยายามของเขาก็เป็นผล เมื่อแร็พเปอร์ชื่อก้องโลก “เจย์ซี” เห็นความตั้งใจ และความเป็นศิลปินตัวจริงของ “ฮิวโก้” จนเสนอสัญญาการเป็นศิลปินในค่าย “Roc Nation” ของเขาให้แก่นักร้องหนุ่มเลือดไทย จนเป็นที่มาของอัลบั้ม “โอลด์ ไทม์ รีลิเจียน (Old Tyme Religion)” โดย “ฮิวโก้” เล่าถึงการมาทำงานกับ “เจย์ซี” ได้ เพราะที่ “บียอนเซ่” ได้ฟังเพลงของเขา

 “ก่อนหน้านี้ผมได้ทำอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองกับค่ายเพลงอังกฤษ แต่อัลบั้มนั้นในที่สุดแล้ว มันก็ไม่ได้ออก แล้วอัลบั้มนั้นก็ไปอยู่ในมือของนักแต่งเพลงชื่อ อะแมนด้า โกสท์ ซึ่งบียอนเซ่ได้ชวนเขาไปแต่งเพลงให้ ซึ่งเขาก็เอาอัลบั้มของผมไปเปิดให้บียอนเซ่ฟัง แล้วพอบียอนเซ่ได้ฟัง เขาก็ขอเพลง ดิสซะเพียร์  (Disappear) ไป” ศิลปินหนุ่มสายเลือดไทยกล่าว ก่อนจะเล่าเสริมต่อว่า หลังจากนั้นไม่นานทาง “เจย์ซี” ก็ให้คนมาเสนองานให้เขา

 “หลังจากนั้นคนจากค่ายของเจย์ซีก็มาขอพบ มาบอกว่าอยากชวนเราไปอยู่ค่ายเขา ซึ่งเราก็โอเค ถ้าไปในฐานะนักแต่งเพลง เพราะเราไม่อยากที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยงแล้วในฐานะนักร้อง เพราะหลังจากที่โดนปฏิเสธอัลบั้มนั้น บอกเลยว่าตอนแรกผมไม่ได้คิดว่าเราจะยุบวงสิบล้อ แต่ตอนนั้นเราเห็นโอกาส เราเลยคว้า แต่การที่เราต้องไปคว้าโอกาสนั้น เราต้องพักตรงนี้ ซึ่งมันไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่ง่าย มันอาจง่ายที่จะตัดสินใจที่จะคว้า แต่มันไม่ง่ายที่จะทำ แต่พอเราได้ตัดสินใจไปแล้ว เราไม่ได้ในโอกาสนั้น มันทำให้เราเคว้งไปอยู่พักหนึ่ง คือตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเรายังอยากที่จะเป็นศิลปินอยู่หรือเปล่า ชีวิตตอนนั้นมันเหมือนกับว่าความฝันและการงานของเรามันแย่มาก

 เราเลยบอกกับทางค่ายของเจย์ซีว่าเราจะไปในฐานะนักแต่งเพลงเท่านั้น ซึ่งเราก็แต่งเพลง ส่งให้เขาเรื่อยๆ พอเขาได้ฟังเพลงของเรา เขาก็บอกว่าเราน่าจะทำเพลง เพราะเราเจอสไตล์โดยบังเอิญ เพราะการที่เราแต่งเพลงที่งบประมาณน้อยๆ เราใช้กลองสดไม่ได้ มันต้องใช้กลองไฟฟ้า ไปๆ มาๆ มันก็เลยกลายเป็นการผสมผสานดนตรีไฟฟ้ากับดนตรีสด” นักร้องหนุ่มกล่าว

 ก่อนจะเผยว่าตอนแรกที่คิดจะเลิกเป็นศิลปิน เพราะหมดหวังในการเป็นนักร้องเดี่ยวแล้ว แต่เพราะ “เจย์ซี” แสดงความจริงใจให้เห็นถึงกลับมาทำเพลงของตัวเองอีกครั้ง

 “ในตอนแรกที่บอกเขาไปว่าเราจะมาเป็นแค่นักแต่งเพลง เพราะเราเหมือนประชดตัวเอง เราไม่อยากผิดหวังแล้ว เราเลยป้องกันตัวเอง คือมันไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำหรอก แต่ชุดนั้นที่เรา เราก็ยอมหลายๆ อย่าง เพื่อทำให้มันรุ่ง เรายอมทุกอย่าง ซึ่งจริงๆ สมัยผมอยู่สิบล้อ ผมเป็นคนที่ดื้อพอสมควร แต่เรายอมทุกอย่าง ยอมทิ้งเพื่อน ยอมทิ้งความสุขสบาย ยอมทิ้งแฟน ยอมทิ้งชีวิตที่เราสร้างขึ้นมา ที่เราไม่เคยคิดจะทิ้ง เรายอมสละทุกอย่าง เพราะเราเห็นโอกาส แต่ยอมไปแล้วไม่ได้อะไร เงินที่เขาจ่ายมาให้ก่อน เราก็ใช้หมดแล้ว เพราะเราคิดว่าเรารุ่งแล้ว เราสบายแล้ว แต่มันไม่ใช่ เราก็เลยเหมือนสมน้ำหน้าตัวเองด้วย ที่ทำไปแล้วไม่ได้อะไร เราก็เลยประชดไปเลยว่าเราจะไม่เป็นแล้วศิลปิน แต่เจย์ซีเขาแสดงความกระตือรือร้นกับดนตรีที่ผมไม่เห็นในวงการเพลงมานานมาก เพราะวงการเพลงตอนนี้มันค่อนข้างเหี้ยมโหด และค่อนข้างเป็นธุรกิจ วงการดนตรีก็ยิ่งระแวงเรื่องงบ เพราะมันจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้อยู่รอดได้ ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีการทำงาน แล้วก็เจตนาและปรัชญาในการทำงาน แต่เขาทำให้เห็นว่าเขาเชื่อใจและมั่นใจในตัวผม” ฮิวโก้เผย พร้อมยืนยันว่า การทำงานกับค่ายของ “เจย์ซี” เป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นศิลปินตัวจริงหรือเปล่า

 “การมาทำงานกับเขา ผมบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่เป็นเกียรติมาก เขาเป็นถึงนักร้องดังไปทั่วโลก ใครๆ ก็รู้จัก เขาไม่จำเป็นต้องมาสนใจเราก็ได้ แต่เขากลับให้โอกาสเราได้ทำเพลงเอง เลือกแนวของตัวเอง เขามีหน้าที่แค่จรดปากกาว่ายินยอมแค่นั้น ซึ่งเขายอมเซ็นยินยอมตรงนั้นให้ สำหรับเรามันวิเศษที่สุด แต่ถามว่าประสบความสำเร็จไหม สำหรับศิลปินไม่มีคำว่าประสบความสำเร็จหรอก และการได้ไปทำงานตรงนี้กับเขาที่นิวยอร์ก มันทำให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะตอนที่เราทำสิบล้อ คนอาจให้ความสนใจ แต่มันวัดกันไม่ได้ คนอาจจะสนใจที่เราเป็นไฮโซ แล้วมาทำอะไรเพี้ยนๆ บ้าๆ แบบนี้ แต่ที่โน่นเขาไม่รู้ว่าเราเป็นใคร คือเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนไทย เพราะหน้าตาผมก็ไม่ได้บอก มีแค่ว่าเวลาไปโชว์ตัวแล้วมีคนไทยมาเจอ มาทัก มาสัมภาษณ์ เขาถึงรู้ หรืออาจจะมีแฟนๆ บางกลุ่มที่สนใจเรามาก เลยไปลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตก็อาจจะรู้ ซึ่งเราไม่ได้ปิดบังหรืออับอายอะไรในตรงนี้ แต่การที่เราไปตรงนั้น ไปทำตามความฝัน เพราะเราอยากที่จะสร้างทุกอย่างด้วยมือเรา ตอนอยู่เมืองไทยทุกอย่างที่คนรู้จัก ทุกอย่างที่เรามีเป็นของท่านตาสร้างไว้ทั้งนั้น ไม่ใช่ฝีมือเราเลย เราเลยอยากพิสูจน์ตรงนี้” ฮิวโก้แจง