
สุริยะ เปิดใจพิพิธภัณฑ์ครูไพบูลย์ แหล่งเรียนรู้ไม่ใช่แค่เพื่อขอหวย
หลังมีข่าวออกมาถึงการที่มีกลุ่มบุคคลคิดที่จะจัดทำหุ่นครูไพบูลย์ บุตรขัน เพื่อนำไปตั้งที่วัดไร่ขิง ออกมา ทำให้มีเสียงไม่เห็นด้วยจากญาติๆ และลูกศิกย์มากมาย สุริยะ บุตรขัน หลานชาย ครูไพบูลย์ บุตรขัน เปิดใจนั่งคุย กับทีมข่าว คม ชัด ลึก และความคิดที่จะสร้าง
***เป็นหลานทางไหนของครูไพบูลย์ บุตรขัน
ครอบครัวครูมีพี่น้อง 3 คน คือ ครูไพบูลย์ เทิด ซึ่งเป็นพ่อของผมและ ฉกาจ (น้าบัว) ตอนที่ลุงฉกาจเสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายน 2543 ที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นคนดูแลลิขสิทธิ์ของครูไพบูลย์ พอลุงฉกาจตายเขาก็มอบบ้านและที่ดินบริเวณนั้นให้กับผม ผมจึงเข้ามาดูแล
***มาเริ่มความคิดทำบุญให้ครูไพบูลย์ บุตรขันเมื่อไหร่
เมื่อปี 2543 คุณวรชัย ธรรมสังคีติ เมโทรแผ่นเสียงเทป ท่านมาทำบุญให้ลุงฉกาจ (น้าบัว) คุยกันว่าเราจะทำบุญให้กับครอบครัว ”บุตรขัน” ทุกปีโดยยึดเอาวันที่ 29 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเสียชีวิตของครูเป็นวันทำบุญของตระกูลบุตรขัน ทำกันครั้งแรกปี 2544 ทำกันในครอบครัว ไม่มีคนในวงการเลย คุณวรชัยเขาไม่ค่อยชวนใครในวงการ
***สมัยนั้นบ้านครูไพบูลย์เป็นอย่างไร
ถามใครเขาก็รู้จักบ้านครูไพบูลย์ทุกคน เวลาใครที่นั่งเรือผ่านบ้านครูจะเด่นมากในละแวกนั้น ครูชอบเอาแผ่นเสียงแขวนไว้ที่ข้างฝาบ้าน หน้าบ้านจะมีป้ายไม้เขียนชื่อครูติดไว้ด้วย ซึ่งแผ่นป้ายอันนั้นผมก็ยังเก็บไว้
***เคยคลุกคลีกับครูในช่วงไหน
ก็มีตอนที่พ่อผมเสีย ผมก็ไปหาครูไพบูลย์ที่บ้านแถวปทุมวัน (รูปที่มีรุ่งเพชร แหลมสิงห์ไปอยู่ด้วยคือบ้านที่ปทุมวันใกล้ๆ กับศูนย์การค้ามาบุญครองในปัจจุบัน) ท่านก็ให้เงินมา 100 บาท ซึ่งสมัยนั้นเยอะมาก พอผมเรียนจบเพาะช่างก็มาอยู่กับครูที่หมู่บ้านศักดิ์ชัยนิเวศน์ ผมเป็นคนออกแบบสแตนด์วงดนตรีให้ครู ตอนที่ครูแต่งงานกับป้าเดือนผมก็ออกแบบของชำร่วยเป็นพ่วงกุญแจมีรูปซ้อด้วงลงยาให้ครับ รูปที่ครูแต่งงานผมก็เป็นคนถ่าย
***ทำไมถึงคิดทำพิพิธภัณฑ์
ผมคิดทำตอนปี 2551 เลยไปหาคุณวัฒน์ วรรลยางกูร ตอนนั้นเขาเขียนหนังสื่อเกี่ยวกับครูไพบูลย์ เรื่อง “คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน” เพื่อชวนเขามาทำพิพิธภัณฑ์ โดยจะใช้บ้านริมน้ำเป็นสถานที่ทำ ญาติๆ เขาไม่อยากให้รื้อบ้านครูทิ้งเขาอยากเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ เขาผูกพันกับครู ผมได้ปรึกษาคุณวรชัย เขาบอกว่า ถ้าทำก็ให้ทำที่วัดเลย เจ้าอาวาสวัดสำแลท่านก็ให้ที่ดินริมน้ำหน้าวัดเป็นสถานที่สร้าง ซึ่งเราเดินเรื่องแต่ยังไม่เสร็จ ปีนี้ผมกับคุณวรชัยและวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานีก็จะยื่นของบไปที่กระทรวงวัฒนธรรม
***แล้วเรื่องที่มีคนจะขอสร้างหุ่นครูไพบูลย์ไปไว้ที่วัดไร่ขิงคิดอย่างไร
ผมไม่เห็นด้วยและไม่อนุญาตให้ใครทำ ทางคนที่คิด เขาไม่เคยมาร่วมงานเลยเพิ่งมาปีนี้ ผมรับเรื่องไว้ยังไม่ได้บอกเขาไป ครูไพบูลย์เกิดที่ปทุม ทุกคนรู้จักถ้าผมให้เขาทำหุ่นแล้วเอาไปไว้ที่อื่นผมโดนทุกคนด่าแน่ๆ ถ้าคิดจะทำจริงๆ ก็มาร่วมกันได้แล้วไว้ที่วัดสำแล อีกอย่างผมไม่อยากให้ภาพของครูไพบูลย์ออกไปในทางงมงาย ท่านไม่ใช่นักร้องท่าน คือคนสร้างให้นักร้องดัง
***กลัวว่า สร้างมาเดี๋ยวคนก็มาขอหวยเหมือนหุ่นพุ่มพวง-ยอดรักอีกใช่ไหม
พิพิธภัณฑ์ที่ผมคิดคือ มี 2 ชั้น จะมีหุ่นครูที่นั่งตรงบันได (ในรูป) แวดล้อมด้วยท้องทุ่ง ข้าวของเครื่องใช้ที่ครูเคยใช้ ผมเก็บไว้หลายอย่าง เป็นวิถีชนบทมีเสียงเพลงที่ครูแต่งคลอเบาๆ ผมเอาเพลงลายมือครูมาทำเซรามิกให้สวยงาม เพื่อให้คนมาศึกษามรดกทางภาษา การแต่งเพลงวิถีชีวิตมากกว่า ไม่ใช่เอาหุ่นมาตั้งเอามาลัยมาคล้องแล้วขอหวยเหมือนที่อื่นๆ ส่วนชั้นล่างก็ทำกิจกรรม



