
มองผ่านเลนส์คม : น่าจะถึงวาระของ ศิริวร แก้วกาญจน์
พบกันที่ร้านหนังสือนาครบวรรัตน์ วันนั้นผู้สื่อข่าวโทรทัศน์นัดแนะพูดคุยกับกวีหนุ่มชาวนครศรีธรรมราช เหตุเพราะกวีนิพนธ์เล่มล่า ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ปี 2553
เข้าพร้อมๆ กับอีก 5 เล่มของกวีหนุ่มอีก 5 คน ทำไมบ้านนี้เมืองนี้อับจนกวีสาวยิ่งนัก
อีก 5 เล่ม ได้แก่ เดินตามรอย ของ วันเนาว์ ยูเด็น, เมืองในแสงแดด ของ โกสินทร์ ขาวงาม หนุ่มทุ่งกุลา, ในความไหวนิ่งงัน ของ นายทิวา, ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ของ ซะกะรีย์ยา อมตยา และ รูปฉาย ลายชีพ ของ โชคชัย บัณฑิต กวีผู้เคยได้รับรางวัลซีไรต์มาแล้วครั้งหนึ่ง
พบกันเมื่อต้นสิงหา ศิริวรดูซูบผอมสมส่วน ตัดผมสั้นแปลกตา แก้มตอบ เขากลับมาอยู่บ้านเกิดเมืองนครได้ไม่กี่วัน เลิกตอบคำถามนักข่าวไปกินข้าวด้วยกัน ศิริวรกินยาทั้งก่อนและหลังอาหาร เขาไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านเกิด ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ และบ้านพักพออาศัยของเพื่อนสนิทชานตัวเมือง
รู้จักเขามากว่า 20 ปี รู้ว่าเขาเป็นเด็กน้อยที่น้องชายคนเล็กผมดูแลอุปถัมภ์ให้อาศัยบ้านพักครู สมัยเรียนมัธยมต้นโรงเรียนเชียรใหญ่สามัคคี ด้ายอานิสงส์นี้กระมัง เขาเลยนับถือพี่ชายของผู้มีพระคุณโดยไม่ต้องใช้เวลาดูใจ เขาเป็นกวีหนุ่มกลุ่มหน้ารามฯ ที่ค่อนข้างห้าว บางครั้งเลือดร้อนเร็ว บางครั้งไร้เหตุผล ฉุนเฉียวด้วยอารมณ์หนุ่มล้วนๆ แถมดื้ออีกต่างหาก
บ้านเช่าของเขาเต็มไปด้วยหนังสือ ทั้งเรื่องสั้น นิยาย พักหลังเขาบ้าประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินโดจีน พม่า และมาเลเซีย ผมว่าเขาหลงใหลมาเลเซียเอามากๆ เรื่องสั้นหลายๆ เรื่องรวมทั้งบทกวี มักยกประวัติศาสตร์ด้ามขวานมาเขียนบ่อยๆ
เขาได้รับรางวัลศิลปาธร ปี 2550 ท่ามกลางความกังขาของบางคน แต่เขาไม่ได้กังวล กลับมุมานะยิ่งขึ้น เขาอ่านหนักขึ้น และหมายมั่นปั้นมือว่าจะเขียนหนังสือให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพราะเขาไม่มีความปรารถนาสำรองอื่นใดในชีวิต นอกจากงานเขียน และเป็นหนทางเดียวที่จะตอบบุญคุณ ‘แม่เฒ่าซัง’ ผู้ชุบเลี้ยงเขาให้เติบใหญ่
วันนี้ ศิริวรอายุย่าง 42 ผมเพิ่งพบเขาปลายสัปดาห์ที่แล้ว เขาสงบเยือกเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่พลุ่งพล่านเหมือนก่อน ช่วงซุกตัวอยู่เมืองนคร เขาอ่านหนังสือดีๆ จบหลายเล่ม อ่านหาวิธีเขียนใหม่ๆ อ่านหาแรงบันดาลใจ
ผมไม่ถามว่าคาดหวังกับรางวัลซีไรต์ปีนี้มากเพียงไร เขาเข้ารอบมาแล้วเกือบสิบครั้ง ตกรอบหมดทุกครั้ง ถ้าตกรอบอีกจะเป็นไรไป ถ้าปีนี้เกิดได้ขึ้นมา รสชาติชีวิตคงแปลกแปร่งไปในทางดี เพื่อนพ้องน้องพี่จะพากันยินดี
กว่า "คม ชัด ลึก" ฉบับนี้จะออกสู่ตลาด ป่านนี้คอวรรณกรรมน่าจะทราบแล้วว่าใครเป็นกวีผู้ได้รับรางวัลซีไรต์ ปี 2553
วันเวลาของ ศิริวร แก้วกาญจน์ น่าจะมาถึงเสียที น่าจะมาถึงนะครับ
ถ้าผิดไปจากนี้ ก็ขอแสดงความยินดีกับกวีผู้ได้รับรางวัล ไม่มีคนอื่นคนไกลหรอกครับ เพื่อนพ้องน้องพี่กันทั้งนั้น
ส่วน ศิริวร วงปีตกรอบคงหนาขึ้นอีกชั้น



