
รู้ทันกฏหมาย - รวมกันเราอยู่
การรวมกันย่อมดีกว่าโดดเดี่ยว แต่รวมกันบางอย่างก็อาจต่างความคิดกันได้ แม้จะเป้าหมายเดียวกัน
อย่างการรวมกันเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อจัดสรรหรือทำโครงการอะไรในทางธุรกิจ ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ หากไม่กำหนดกรอบของการบริหารจัดการไว้
ผลประโยชน์ขัดกันเมื่อไหร่ รวมกันงานนี้ก็จะกลายเป็นฉันอยู่แต่เธอไป ไม่อาจอยู่ร่วมกันต่อไปได้
การเป็นเจ้าของร่วมกันแบบไม่ทันได้ตกลงในรายละเอียดเท่าไหร่ ไม่ได้จัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทอะไร แค่มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกันเท่านั้น
ที่ว่าเป็นเจ้าของร่วม หากไม่ได้ระบุสัดส่วนกันเอาไว้ ก็ถือว่ามีส่วนในที่ดินเท่าๆ กันไป จะหารสองหารสามตามจำนวนคนเป็นเจ้าของได้ แต่ไม่อาจกำหนดพิกัดลงไป ว่าส่วนของใครอยู่ตรงไหนในที่ดิน
บางทีการเป็นเจ้าของก็ไม่เท่ากัน จึงมีการบรรยายส่วนเอาไว้ ทั้งชื่อ ทั้งส่วนที่เป็นเจ้าของจะต้องปรากฏอยู่ในโฉนดที่ดิน
เมื่อเป็นเจ้าของร่วมกัน จะทำอะไรก็ต้องปรึกษาหารือกันไว้ จะตัดสินใจโดยพลการไม่ได้ เว้นเสียแต่เป็นเรื่องรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมเมื่อไหร่ก็ทำได้โดยไม่ต้องไปขออนุญาตกันเสียก่อน
เจ้าของร่วมต่างก็มีสิทธิใช้ที่ดินนั้นได้ แต่ต้องใช้โดยไม่ไปรบกวนสิทธิของเจ้าของอื่นเขา
ผลประโยชน์ที่ได้จากที่ดินเท่าไหร่ ก็แบ่งปันกันไปตามสิทธิที่มีในที่ดินนั้น นอกจากสิทธิทั้งหลาย หน้าที่ในฐานะเจ้าของก็ต้องเป็นไปตามส่วนที่มีสิทธิด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสียภาษี หรือค่าใช้จ่ายในการรักษาบำรุงที่ดินต่างๆ
ถ้ามีเจ้าของร่วมกันมากกว่าสองก็ต้องคุยกันให้ครบไว้ หากความเห็นไม่ตรงกันเมื่อไหร่ ก็ใช้เสียงข้างมากเป็นการตัดสินใจสุดท้าย นอกจากการเป็นเจ้าของร่วมกันโดยสมัครใจหรือตั้งอกตั้งใจแล้ว
หลายคนก็ต้องไปนั่งเป็นเจ้าของร่วมกับคนอื่นเขา จากการที่ได้รับมรดกตกทอดตามสิทธิของทายาท หรืออาจเป็นคนที่ได้รับส่วนแบ่งในที่ดินแปลงเดียวกันตามพินัยกรรม ที่คนตายเขียนสั่งเอาไว้ เพราะอยากให้เป็นเจ้าของร่วมกัน
งานนี้ก็ใช้วิธีจัดการสิทธิและมีหน้าที่ไม่ต่างจากการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมอย่างที่ว่าไว้ข้างต้น
หากไม่อยากร่วมกันเมื่อไหร่ ก็ขอแยกวงได้ด้วยการขอแบ่งส่วนของตนไป ซึ่งก็ต้องคุยกันให้เข้าใจว่าจะแบ่งที่ตั้งตรงไหนให้เป็นของใครให้ลงตัว หากไม่อาจทำได้ก็ต้องใช้วิธีจับสลากว่าใครจะได้ส่วนไหน หรือไม่ก็ต้องนำที่ดินออกขายมาแบ่งเงินกัน
แม้จะมีเอี่ยวกับเขา แต่ส่วนที่ไม่ใช่ของเราจะใช้ประโยชน์ได้ก็ต้องให้เจ้าของที่เหลือเขายอมเสียก่อน
อย่างรายที่ถามมาว่าจะโต้แย้งอะไรได้ไหม เพราะพ่อแม่ยกที่ดินเป็นมรดกให้และไม่อยากแบ่งแยกให้แตกย่อยออกไปเกรงจะเสียราคาหากว่าอยากขายในอนาคต
คนน้องต้องการใช้ที่ดินทำธุรกิจ พี่ชายก็คิดค่าเช่าเอาเฉพาะส่วนของพี่ มีการทำสัญญาเช่ากันเป็นสำคัญ ครบกำหนดสัญญาคนเช่าก็ติดใจไม่อยากออกไปไหน ต้องการทำกิจการที่รุ่งเรืองต่อไป แต่คนพี่ที่ให้เช่าอยากเอาที่ดินส่วนของตนคืนมา น้องรู้ว่าพี่จะเอาคืนก็ไม่ให้ ถือวิสาสะอยู่บนที่ดินต่อไปในฐานะเจ้าของคนหนึ่ง จึงเกิดปัญหาทะเลาะกัน
งานนี้ คนพี่มีสิทธิ์ขับไล่คนน้องออกไปและเรียกค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ได้ แม้ว่าน้องจะเป็นเจ้าของร่วมด้วยก็ตาม ก็ไม่ทำให้อ้างที่จะครอบครองและใช้ที่ดินได้หากทำให้เจ้าของอีกคนเขาเสียหาย
รวมกันอยู่ได้หากเข้าใจกฎหมาย ดีกว่าร่วมกันก็อยู่ได้ แต่อยู่อย่างไม่สงบ หรือไม่คบกันอีกต่อไป
"ศรัณยา ไชยสุต"



