บันเทิง

'ทีวีดาวเทียม'รุกหนักหายใจรดต้นคอ'ฟรีทีวี'

'ทีวีดาวเทียม'รุกหนักหายใจรดต้นคอ'ฟรีทีวี'

27 ส.ค. 2553

กำลังรุกผู้ชมอย่างหนัก สำหรับ ทีวีดาวเทียม ทางเลือกใหม่ของคนที่เบื่อรายการซํ้าๆ ซากๆ และอยากหาทางเลือกการดูทีวีที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีก้าวล้ำ การดูทีวีจึงไม่ใช่มีแค่เพียงช่องฟรีทีวี 3-5-7-9 เอ็นบีที

 และ ทีวีไทย เท่านั้น ทุกวันนี้ เราจึงเห็นจานเล็กหลากสี (KU- BAND) หรือจานดำใหญ่ๆ (C- BAND) มาแทนที่เสาก้างปลาแบบเดิมที่เคยมีอยู่บนหลังคาบ้านเรือนผู้บริโภคเต็มไปหมด นอกเหนือไปจากที่ทีวีดาวเทียมจะเป็นทางเลือกให้แก่กลุ่มผู้บริโภคแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับสินค้าที่ต้องการโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายของสิ้นค้า แต่ไม่สามารถหาเม็ดเงินจำนวนมากๆ ไปลงโฆษณานาทีละเป็นแสนบาทเพื่อออกอากาศทางช่องฟรีทีวีได้ ก็ได้ช่องทางการขายสินค้าผ่านทางช่องทีวีดาวเทียมแทน ด้วยสนนราคาที่ถูกกว่ากันหลายเท่าตัว

 อย่างในส่วนของ เนชั่นทีวี ยังผุดช่องบันเทิงน้องใหม่ แมงโก้ทีวี ออกอากาศผ่านระบบทีวีดาวเทียม ล่าสุดก็ยังได้จับมือกับอีก 3 ยักษ์ใหญ่ ทั้ง กันตนา โรส มีเดีย และ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้ผลิตคอนเทนต์ (เนื้อหา) ผนึกกับพีเอสไอ (จานดำ) ใช้เทคโนโลยี M10 จากพีเอสไอ ส่ง 10 ช่องทีวีดาวเทียมเข้าถึงคอนโดของอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ อย่าง พฤกษา แอลพีเอ็น แสนสิริ และ ศุภาลัย เพื่อขยายฐานผู้ชมให้มากยิ่งขึ้น และก็ดูเหมือนว่านับวันผู้ชมผ่านระบบทีวีดาวเทียม ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี กล่าวถึงทิศทางที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ของทีวีดาวเทียมว่า

 "ผมคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดของทีวีดาวเทียมหลายๆ ช่อง เพราะทราบว่าบริษัทโฆษณาได้จัดสรรงบในการโฆษณามาลงในงบของทีวีดาวเทียมอย่างเห็นได้ชัด อย่างแมงโก้ทีวี เราเพิ่งเริ่มเปิดก็เห็นชัด หลายช่องมีเม็ดเงินจากเอเจนซี่โฆษณาเข้ามาสูงขึ้น อย่างเนชั่นแชนแนล ก็เพิ่มเป็น 100% เลย ซึ่งถ้าถามว่าจะทำยังไงให้ช่องเราผงาดได้ ในขณะที่มีช่องทีวีดาวเทียมหลายสิบช่อง ขนาดรายการของส่วนราชการก็ยังมี ซึ่งเราก็ต้องเน้นคุณภาพอย่างเดียวเลย ทีวีดาวเทียมเป็นเรื่องของคุณภาพ เพราะมันเยอะ ผู้บริโภคต้องเลือก ทำยังไงให้เราแหวกเขาขึ้นมาได้ ทีวีดาวเทียมแต่ละช่องผมเชื่อว่าคุณภาพชัดเจน มีกลุ่ม มีฐานคนดู มีแฟนคลับชัดเจนหมดเลย" อดิศักดิ์กล่าว

 ผู้บริหารเอ็นบีซีกล่าวต่อ ว่าจานดาวเทียมปีหนึ่งๆ ขายได้หลายล้านจาน อัตราการเติบโตของจานดาวเทียมในแต่ละปี โตขึ้นเกือบเท่าตัว และที่สุดเชื่อว่าทีวีดาวเทียมก็ก็จะไม่ต่างจากฟรีทีวี

 "ถ้าแง่รายได้ ตอนนี้คงยังเทียบกับของช่องฟรีทีวีไม่ได้ แต่ถ้าแง่คุณภาพ ผมมั่นใจว่าปัจจุบันก็ไม่แพ้ฟรีทีวี ปัจจุบันก็ดีกว่ามาก ส่วนฐานคนดู มันก็จะโตขึ้นไปตามอัตราของการเพิ่มขึ้นของจานดาวเทียม ของเคเบิลท้องถิ่น และการเข้าถึงกลุ่มคนดู แต่จะขยายขึ้นเร็วมาก ข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้บริโภค มันจะค่อยๆ น้อยลงเรื่อยๆ จานดาวเทียมก็ถูกลง เคเบิลทีวีก็ขยายตัวมากขึ้น ถ้ามีอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ความเร็วสูง ก็ดูง่ายขึ้น หรือโทรศัพท์ 3 G ที่จะเกิดขึ้นต้นปีหน้า ก็จะทำให้สามารถดูทีวีดาวเทียมผ่านพวกนี้ได้ง่ายขึ้น อุปสรรคจะน้อยลงเรื่อยๆ เพราะมันรองรับหมดเลย" อดิศักดิ์กล่าว

 ทางด้าน สมพร ธีรโรจนพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ยอมรับในทางเดียวกันว่า การเติบโตของธุรกิจดาวเทียมปีนี้เติบโตขึ้นมาก ด้วยปัจจัยดังนี้

 "หนึ่งเพราะช่องรายการมากขึ้น คนสนใจมาส่งรายการเรื่องระบบดาวเทียมมากขึ้น สองราคาถูกลง เมื่อก่อนนี้เสาอากาศ 3 พันดูได้ 6 ช่อง แต่วันนี้ติดจาน 3 พัน ดูได้  100 ช่อง ดูฟรีทีวีได้ด้วย ภาพเมื่อก่อนเป็นไดอะล็อก แต่เดี๋ยวนี้เป็นดิจิทัล สามเวลาฝนตกไม่มีปัญหา ภาพชัด มันเป็นคำตอบที่ใช่เลย ใครๆ ก็ดู ถ้าไปติดเสา มันเป็นอะนาล็อก สัญญาณโดนรบกวน อรรถรสในการดูปกติคนก็อยากดูภาพชัดอยู่แล้ว เพราะทีวีสมัยนี้ใหญ่ขึ้นทุกวัน การตอบสนองหน้าจอทีวีดี คนก็เริ่มหาสื่อใหม่ๆ สื่อทางทีวีที่ส่งทางมือถือก็ไม่ใช่สื่อหลัก เพราะคนกลับบ้านมันล้าแล้วทั้งวัน คนก็อยากจะดูทีวีบ้าง นี่คือที่มาที่ไป อุปสรรคการเข้าถึงผู้บริโภคของทีวีดาวเทียม เมื่อก่อนเป็นเรื่องของจาน เพราะจานรับสัญญาณมันใหญ่ แต่ทุกวันนี้จานเริ่มเล็กลง น้ำหนักเบา ทุกวันนี้อุปสรรคเลยน้อยมาก"

 แม้วันนี้ ทีวีดาวเทียม อาจจะยังไม่เทียบเท่ากับฟรีทีวี แต่ ผู้บริหารพีเอสไอ เชื่อว่าวันหนึ่งน่าจะทัดเทียมกันได้ไม่ยาก ด้วยทุกวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเยอะ และคนที่ศึกษารุ่นใหม่ๆ ก็จะคิดระบบใหม่ๆ เสริมเข้ามาอีก และรายการที่ออกอากาศทางทีวีดาวเทียม วันหนึ่งต้องทัดเทียมกับฟรีทีวีได้แน่

 "ใน 3 ปีข้างหน้า จากนี้ไป ช่องฟรีทีวีจะต้องแยกออกมาเป็นเซกเมนท์ การ์ตูนสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ สารคดี ข่าว จะไม่รวมกันแบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ แน่ๆ ทีวีดาวเทียมมีส่วนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในสื่อ ซึ่ง 2 กลุ่มที่ได้ผลประโยชน์คือกลุ่มผู้ชม ได้ประโยชน์เต็มๆ และผู้ผลิตคอนเทนท์ก็ได้ประโยชน์ เพราะอย่าลืมว่าปีหนึ่งๆ มีคนจบนิเทศศาสตร์มาเท่าไหร่ ถ้ามีแค่ช่องฟรีทีวีแค่ 6 ช่องเดิม คนพวกนี้เขาจะไปไหน แต่ถ้าเขามีสื่อใหม่ๆ คนกลุ่มนี้ก็มีทางเลือก และคนโฆษณา ก็มีทางเลือกให้เขาได้มีทางออกบ้าง ไม่งั้นคนที่โฆษณาได้ ก็ได้แต่แบรนด์ใหญ่ๆ แบรนด์เล็กๆ ก็ไม่มีทางเลือก เรียกว่ามีแต่ได้กับได้"

 ทางด้าน "โอ๋" ศศิกร ฉันท์เศรษฐ์ ประธานบริหารสายธุรกิจรายการโทรทัศน์ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มี ฟาร์มแชนแนล เอ็ม แชนแนล และ ช่องมิราเคิล ออกอากาศผ่านระบบดาวเทียม ก็ยอมรับเช่นเดียวกัน ว่าตอนนี้พฤติกรรมของผู้บริโภค ได้เปลี่ยนจากชมผ่านเสาอากาศมาเป็นจานดาวเทียมแล้ว

 "ตลาดทีวีดาวเทียมมันยังไม่โตถึงที่สุดหรอก แต่อยู่ในช่วงการพัฒนามากกว่า มันต้องอาศัยเวลา เมื่อไหร่ที่คนทั่วประเทศรับผ่านสัญญาณจานดาวเทียมได้ และดูได้เทียบเท่ากับฟรีทีวี เมื่อนั้นถึงจะถือว่าธุรกิจนี้เติบโตแล้ว แต่คงอีกไม่นาน เพราะถ้าทุกค่ายที่เป็นมืออาชีพหลักในการผลิตรายการโทรทัศน์ เข้ามาอยู่ในธุรกิจแบบนี้แล้ว แสดงว่ามันต้องโต ในเรื่องของการขายโฆษณายังไม่เทียบเท่ากับฟรีทีวี เพราะคนดูก็ยังไม่เทียบเท่ากับฟรีทีวี ด้วยอุปสรรคจากการรับชมเป็นหลัก เพราะฟรีทีวีร้อยเปอร์เซ็นต์รับได้ แต่ถ้าระบบดาวเทียม ต้องเฉพาะบ้านที่ติดจานรับได้ แล้วบ้านที่ติดจาน ก็รับได้เป็นร้อยช่อง เราเป็นหนึ่งในร้อย มันกว้าง ปัญหาคือเราก็ต้องยอมรับความจริง ว่าการทำทีวีดาวเทียมจะให้ผู้ชมดูเราเป็นจำนวนมากเท่ากับฟรีทีวีคงไม่ได้ แต่มันไม่ใช่แค่แฟชั่นมาแล้วไป เพราะเขาทำกันเป็นอาชีพ คนทำระบบดาวเทียมมี 3 กลุ่ม หนึ่งคือคนที่ทำเป็นอาชีพ สองกลุ่มขายสินค้า เขาได้ขายกันเต็มที่ ไม่ต้องโดนจำกัดเวลาการขาย สามคือกลุ่มการเมือง แต่กลุ่มที่จะทำให้ธุรกิจนี้โตคือกลุ่มแรก เพราะเราทำเพราะเป็นอาชีพเรา" โอ๋แจกแจง