บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา - เสียงเพรียกจากลอนดอน

พรมแดนของโลกมายา - เสียงเพรียกจากลอนดอน

27 ส.ค. 2553

อัลบั้มดีวีดี London Calling: Live in Hyde Park/Bruce Springsteen & The E Street Band คอนเสิร์ต Hard Rock Calling Festival 28 มิถุนายน 2009 ณ สวนไฮด์ปาร์ค ลอนดอน

  นี่คือมหากาพย์ข้ามศตวรรษที่โลกดนตรีร็อกต้องจดจำบรู๊ซ สปริงสทีน และวงดนตรีของเขาเปิดวงด้วยเพลง London Calling บรู๊ซนำวงด้วยกีตาร์ของเขาและเสียงร้องทรงพลัง วงดนตรีของเขายังเป็นคนหน้าเดิมเล่นต่อหน้าผู้ชมนับหมื่นคน ดนตรีของเขาเน้นที่จังหวะและทีมเวิร์กเพื่อสื่อสาระเนื้อหาเพลง ผ่านเรื่องราวชีวิตที่สะท้อนภาพความจริงในสังคม โดยแทรกผ่านความบันเทิงในการแสดงดนตรี เล่น Badlands, Night, She’s The One, Outlaw Pete ต่อเนื่องกันมา คนที่คุ้นเคยกับงานเพลงของบรู๊ซ จะเข้าใจดีว่าเครื่องดนตรีโซโล่มักจะใช้แซกโซโฟน หรือไม่ก็เปียโนเล่นทำนองเรียบง่ายและรื่นหู แม้จะมีนักกีตาร์ฝีมือดีอยู่ด้วยก็ตาม สังเกตได้ง่ายว่าบรู๊ซเข้าใจจิตวิทยาการแสดงดนตรีต่อหน้าฝูงชน เขารู้จักใช้วิธีเร้าอารมณ์โดยผ่านบทเพลง และการแสดงดนตรี

 ดนตรีของเขาเรียบง่ายและชัดเจน สะท้อนออกจาก Outlaw Pete ท่อนฮุคที่เน้นว่า  “Can you hear me?” กับท่าควงแขนสะบัด Pick ตีคอร์ดกีตาร์เลียนแบบ พีท ทาวน์เซนด์ แห่ง “เดอะ ฮู” นั้นสื่อนัยได้ดีทีเดียว

 Out In The Street บรู๊ซเดินลงไปทักทายผู้ชมอย่างเป็นกันเอง พวกเขาพากันร้องเพลงตามอย่างพร้อมเพรียง บรู๊ซเดินขึ้นเวทีไป ร้องเพลงไป หัวเราะไป อย่างมีความสุข จบเพลงเขากล่าวว่า “ผมอายุ 60 ปีแล้ว”

 Working On A Dream ฝูงชนพากันโบกมือเป็นทิวแถวดูสวยงาม เขากล่าวคำทักทาย “สวัสดี ลอนดอน” และกล่าวคำปราศรัยอย่างจริงจังเหมือนกลั่นออกมาจากใจ Seeds, Johnny 99 คราวนี้ได้เห็นฝีมือเพื่อนร่วมวงของเขาไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ เปียโน ไวโอลิน Good Lovin’ เพลงในจังหวะสนุกและผ่อนคลาย บรู๊ซเดินลงไปเก็บป้ายขอเพลงจากผู้ชม พอเดินขึ้นเวที เขาชูป้าย Bobby Jean นำเสนอความบันเทิงในแบบของเขา Trapped เสียงโห่ร้องดังขึ้น เพลงที่มีภวังค์ไพเราะเหมาะสำหรับพักหู แล้วกลับสู่จังหวะหนักอีกครั้งในท่อนฮุกสลับไปมา

 No Surrender มีแขกรับเชิญขึ้นมาร่วมแจมด้วย เป็นศิลปินหนุ่ม เข้าใจว่าเป็นคนอังกฤษ เพลงนี้มีพลังมาก บรู๊ซจับกีตาร์อะคูสติกส์เล่น

 Waitin’ On A Sunny Day สดใสและสว่างหู ภาพที่น่าประทับใจ เขาเดินลงไปเล่นกับผู้ชม ยื่นไมค์ให้เด็กชายตัวเล็กร้องร่วมท่อนสั้นๆ น่ารักมาก The Promised Land นี่ก็เพลงดังอีกเพลงหนึ่ง Racing In The Street ท่อนโซโล่ บรู๊ซชูกีตาร์ของเขาเหนือศีรษะยืนสงบนิ่ง คงจะสื่อเป็นสัญญะอะไรสักอย่างในสถานภาพคนดนตรี

 ต่อด้วย Radio Nowhere และ Lonesome Day จบแผ่นแรก DISC 2. The Rising, Born To Run, Rosalita ช่วงอารมณ์สนุกบรู๊ซและเพื่อนปล่อยอารมณ์วาดลวดลายเต้น Hard Times (Come Again No More) เพลงไอริช ร้องกันเหมือนเพลงสวดในโบสถ์ ช่วงโซโล่ทั้งไวโอลิน แอ็กคอเดียน และแซกโซโฟน เล่นได้ใสซื่อมาก

 Jungleland เพลงแรงแต่ไพเราะเนียนหู American Land เหมือนจะปลดปล่อยช่วงเวลาที่ผ่านมา คงไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่า “ศิลปินของประชาชน” นำไปสู่ Glory Days, Dancing In The Dark ความสุขอย่างมีสาระดำเนินมาต่อเนื่อง ผู้ชมพากันเต้นและร้องตาม พวกเขาชูป้ายถ้อยความว่า “Greeting From Hyde Park”

"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"