บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - กิจกรรมภาษาไทย  และค่ายวรรณกรรม

คมเคียวคมปากกา - กิจกรรมภาษาไทย และค่ายวรรณกรรม

27 ส.ค. 2553

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๙

 ไม่กี่วันก่อน  คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  จัดกิจกรรม วันภาษาไทยแห่งชาติ  แม้ย้อนหลังเกือบเดือน แต่หัวใจหลักของงานยังคงอยู่อย่างเข้มข้น มีทั้งนิทรรศการ อภิปราย แข่งขันกลอนสด ผมได้รับเชิญไปร่วมงานนี้ทั้งอภิปรายและตัดสินกลอนสด ร่วมกับ สุมาลี สุวรรณกร ประธาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน และ สมคิด สิงสง ผู้เขียนเพลง “คนกับควาย” และบทกวีขนาดยาว “กาสรคำฉันท์”

 จัดงานได้ดีอย่างน่าชื่นชม  ผศ.บัญชา เกียรติจรุงพันธ์ เพื่อนเก่าแก่ของ สลา คุณวุฒิ  เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของงานนี้  ท่านบอกว่ามอบหมายให้นักศึกษาเป็นผู้คิดรูปแบบงานและดำเนินงาน  เท่าที่ผมเห็นแล้วประทับใจหลายอย่าง เช่น การแสดงละครจากเสภา “ขุนช้าง ขุนแผน”  มีทั้งขับเสภาจากตัวบท  และเขียนบทเพิ่มโดยใช้เพลงฉ่อย  ดูสนุกได้รสชาติทางนาฏศิลป์และวรรณศิลป์  หรือแม้แต่คนเชิญวิทยากร  ก็เอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี  ขนาดงานเลิกแยกย้ายกันกลับแล้ว  ยังต่อสายสอบถามว่ากลับบ้านปลอดภัยหรือยัง  ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทั้งอาจารย์บัญชา และน้องๆ นักศึกษา  ขอเป็นกำลังใจให้มีกิจกรรมดีๆ สืบไป

 อ้อ...ผมชอบหัวข้อแข่งขันกลอนสุภาพที่ว่า  “วัยรุ่นอีสานวันนี้  ดูหนังเกาหลี  หิ้วกระเป๋ายุโรป  กินอาหารญี่ปุ่น  อาหารว่างกินส้มตำ”  โห...ช่างสรรหาคำท้าทายดี  ผมก็เพิ่งได้รู้ได้เห็นนี่แหละ

           ไม่กี่สัปดาห์ก่อน  คณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม  จัดกิจกรรม ค่ายกองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา  คุณวุฒิ  จุดประกายความใฝ่ฝัน  เพาะเมล็ดพันธุ์วรรณกรรม ครั้งที่ ๓๔  และ ในวาระครบ ๘๐ ปีของสถานศึกษา ด้วย  งานนี้ได้ผู้ประสานงานหลักทั้งในแวดวงการศึกษาและวงการวรรณกรรมคือ ผศ. สุทัศน์  วงศ์กระบากถาวร หรือเจ้าของนามปากกา “ทัศนาวดี”  ทำให้ได้นักเขียน  นักวาด  นักแต่งเพลง ไปร่วมงานจำนวนมาก อาทิ ชมัยภร  แสงกระจ่าง, ชาติ  กอบจิตติ, ทนง  โคตรชมภู, พินิจ  นิลรัตน์, วสุ  ห้าวหาญ, ศราวุธ  ทุ่งขี้เหล็ก, คมชาญ  ราชคาม, สุขุมพจน์  คำสุขุม, ชัชวาลย์  โคตรสงคราม, นิด  ลายสือ ฯลฯ  ยังความปลาบปลื้มอย่างยิ่งแก่อธิการบดี รศ. ดร. สมเจตน์  ภูศรี และคณะบดี  ผศ. ดร. สุรวาท  ทองบุ  ตลอดจนบุคลากรสถานศึกษา  โดยเฉพาะท่านคณะบดีที่เกาะติดอยู่แทบทุกรายการ  ตั้งแต่เปิดจนปิดงาน

 ระหว่างนักพักกินข้าวกลางวัน ซึ่งหลายมื้อเป็นข้าวเหนียว  ส้มตำ  ลาบ  ก้อย  ฝ่ายกองทุนฯ โดย ปรีดา  ข้าวบ่อ กับ อาทิตย์  บำรุงเอื้อ  แจ้งถึงค่ายต่อไปปลายเดือนพฤศจิกายน ที่อำเภอประทาย  โคราช  เป็นค่ายสุดท้ายของปี ๒๕๕๓  (กำหนดจัดปีละ ๓ ครั้ง)  ท่านคณะบดีถึงกับจองกฐินปีหน้า  ขอจัดช่วงเดือนนี้อีก  แต่อาจเป็นการออกนอกสถานที่  เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้แรงบันดาลใจชีวิต

 งานล่าสุดนี้  ครูสลาเล่าแรงใจไฟฝันของตัวเองให้นักศึกษาฟัง  เท่าที่ผมฟังมาแล้วไม่รู้กี่เที่ยว ครั้งนี้ถือว่าละเอียดขึ้นไปอีกชั้น ทั้งเรื่องที่มาที่ไป  เรื่องเพลงเก่าเพลงใหม่ แม้จะยืนพูด  แต่ก็เดี่ยวไมโครโฟนนานกว่าสองชั่วโมง  โดยผู้พูดไม่เหนื่อย  และผู้ฟังไม่เบื่อ  ครูสลายังพูดถึงเพลงของ ครูพงษ์ศักดิ์  จันทรุกขา และ ครูสุรินทร์  ภาคศิริ  โดยเฉพาะเพลง “ลูกทุ่งคนยาก” หรือ “ผมจรรอนแรมจากลุ่มน้ำมูล...” ของ สนธิ  สมมาตร  แม้เด็กหนุ่มเด็กสาวรุ่นนี้อาจไม่รู้จักสนธิ  เขาก็ได้เล่าให้ฟังว่าเพลงนี้มาจากหนัง “มนต์รักแม่น้ำมูล” เมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น  และตอนนี้ ธงชัย  ประสงค์สันติ จะนำมาทำเป็นละคร  โดยมีครูสลาเป็นที่ปรึกษาด้านเพลง  พระเอกเรื่องนี้ผมไม่รู้จักหรอก  เพราะแก่แล้ว  จำได้แต่พระเอกรุ่นเก่า (๕๕๕)  แต่หลายคนที่รู้จัก  บอกว่าชื่อ “เวียร์”  เป็นคนแถวขอนแก่นนี่แหละ  และจะต้องร้องเพลงลูกทุ่งเก่าๆ ด้วย

 หลายคนตื่นเต้นที่จะได้ดูละครเพลง  หลายคนวิตกกังวล  โดยเฉพาะคอหนังยุคเก่า  กลัวหนังจะไม่ได้ดั่งใจดั่งเดิม  หลายคนมีความหวัง  เพราะเชื่อในชื่อของ “ครูสลา” และ “ธง  สามโทน”

 ผมก็ทำใจและรอคอยครับ  อยากลองฟังเพลง “ร้องไห้กับเดือน” ในฉบับที่ไม่ใช่ สายัณห์  สัญญา
 “โลกหนอ  ทำไมถึงเป็นเช่นนี้  ทั้งที่เรามีใจรักกันเหมือนดั่งจะกลืน  เรากลับโดนพรากความหวานชื่น  ยอมรับความขมขื่น  เพราะความจนข้นแค้นอุรา...” 

 เพลงยอดนิยมของ ครูทินกร  ทิพย์มาศ  และเพลงของอีกหลายครูเพลง... จะกลับมาครับ!

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"