บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - อย่าพลาด “ปีเตอร์ บีทส์” 
กับเทศกาล “แจ๊ส อัพ แบงค็อก”

กวนเพลงให้น้ำใส - อย่าพลาด “ปีเตอร์ บีทส์” กับเทศกาล “แจ๊ส อัพ แบงค็อก”

26 ส.ค. 2553

งาน Jazz Up Bangkok Festival จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม ศกนี้ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หลายกิจกรรมเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  งานนี้ ฮิตแมน ร่วมกับ เนชั่นกรุ๊ป, กรุงเทพมหานคร จัดขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนศิลปินจากสถานทูตเนเธอร์แลนด์ นำโดย ปีเตอร์ บีทส์ นักเปียโนดาวรุ่งของวงการในเวลานี้

 ปีนี้ ในส่วนของ “บีทส์ บราเธอร์ส” นอกจากน้องชายคนเล็ก คือ ตัวปีเตอร์ แล้ว เขายังมี มาเรียส พี่ชายคนโตเล่นดับเบิลเบส และ อเล็กซานเดอร์ พี่ชายคนรองเล่นแซกโซโฟน เดินทางมาด้วย รวมถึงนักดนตรีคนอื่นๆ  รวมกว่า 10 ชีวิต

 เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนเพลงชาวไทยมีโอกาสทำความรู้จักศิลปินเหล่านี้ ค่ายเพลง “ฮิตแมน” ที่ชูธง “ยูโรเปียน แจ๊ส” ในประเทศไทยมาหลายปี ตัดสินใจออกอัลบั้มบันทึกการแสดงสด “ไลฟ์ แอท คอนเสิร์ตเคอะบาว” Live at Concertgebouw Vol.1 ของ ปีเตอร์ บีทส์ (สังกัดค่าย แม็กซ์แอนเตอร์) เป็นการอุ่นเครื่อง นัยว่าเพื่อให้สัมผัสถึงตัวตนทางดนตรีของเขากันล่วงหน้า และแน่นอนในเวลาเดียวกันก็เพื่อบ่งบอกว่าหนุ่มปีเตอร์วัย 30 ปลายๆ คนนี้ มี “ดี” ในตัวเองเพียงพอ

 สำหรับคนติดตามความเคลื่อนไหวของวงการแจ๊สมาบ้าง น่าจะคุ้นเคยกับชื่อ ปีเตอร์ บีทส์ ศิลปินเชื้อสายดัตช์เป็นครั้งแรก เมื่อเขามีโอกาสอัดแผ่นกับค่ายเพลงอินดี้อเมริกันที่มีบทบาทในการเจียระไนศิลปินหน้าใหม่ให้กลายเป็นคนมีชื่อเสียงมานักต่อนัก นั่นคือค่ายเพลง “คริสส์ ครอสส์” (Criss Cross)

 ก่อนอัดแผ่นกับค่าย “คริสส์ ครอสส์” ซึ่งเสมือนการเปิดประตูให้ชาวโลกรู้จัก ปีเตอร์ บีทส์ เริ่มมีชื่อเสียงในบ้านเกิดของเขา รวมถึงแวดวงดนตรีในยุโรปมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะการได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆ จนถึงการเป็นมือเปียโนที่ศิลปินอเมริกันเรียกหา เวลาเดินทางไปเล่นในยุโรป

 ปีเตอร์ เกิดเมื่อปี ค.ศ.1972 ในนครเฮก (หรือที่ชาวดัตช์เรียก เดน ฮาก) ต่อมาครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองโครเอินโล เขาซึมซับดนตรีคลาสสิกจากแม่ และหลงมนต์เสน่ห์แจ๊สจากพ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานของศิลปินเปียโนแจ๊สระดับตำนาน อย่าง ออสการ์ พีเตอร์สัน และ อาร์ต แบล็กกีย์

 เช่นเดียวกันกับคนยุโรปโดยทั่วไป ปีเตอร์หัดเปียโนตอนอายุ 6 ขวบ และค่อยๆ เจริญรอยตามพี่ๆ ที่ก้าวไปเป็นนักดนตรีอาชีพ โดยระหว่างนั้น เขาเคยสับสนระหว่างการเลือกเป็นนักกฎหมายกับนักดนตรีอาชีพ จนกระทั่งทนฟังเสียงเรียกร้องภายในไม่ไหว ต้องมาเอาจริงกับการเรียนเอกดนตรีที่ “รอยัล คอนเซอวาทอรี” ในเมืองเฮก 

 3 พี่น้องตระกูล บีทส์ เริ่มทำวงดนตรีของตัวเองในปี ค.ศ. 1985 อีก 3 ปีต่อมา ปีเตอร์ ก็คว้ารางวัล Pall Mall Swing Award ตามมาด้วย Princess Christina Award หลังจากนั้น โดยในช่วงเริ่มต้น เขากับพี่ๆ มีอัลบั้มออกมา 3 ชุด พร้อมกับการสั่งสมประสบการณ์การเล่นดนตรีทีละน้อย

 เมื่อ ปีเตอร์ บีทส์ ทำอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ในชุด “เฟิร์สท์ เดท” เขาเริ่มต้นอย่างพิเศษสุด ด้วยการมี เจฟฟ์ แฮมิลตัน มือกลองที่เคยแบ็กอัพ ออสการ์ พีเตอร์สัน มาเล่นกลองให้

 มาถึงเวลานี้ ชื่อเสียงของ ปีเตอร์ ในแวดวงนักดนตรีก็เริ่มเป็นที่กล่าวขวัญถึงแล้ว เขากลายมาเป็นนักเปียโนดัตช์ที่มีตารางงานชุกชุม ทั้งนักดนตรียุโรปด้วยกันเอง จนถึงนักดนตรีอเมริกันที่สนใจร่วมงานกับเขา

 แนวทางการเล่นของ ปีเตอร์  บีทส์ สะท้อนถึงอิทธิพลของดนตรีบีบ็อพและฮาร์ดบ็อพที่เขาได้รับจากศิลปินแจ๊สผิวสีชาวอเมริกัน ทั้งการวอยซิ่งที่คล่องแคล่วว่องไว เต็มไปด้วยพละกำลัง แต่สละสลวย งดงาม และอ่อนไหวในเวลาเดียวกัน

 ในด้านการสำแดงพลังทางเปียโน ดูเหมือนปีเตอร์จะละม้ายคล้ายคลึงกับ ออสการ์ พีเทอร์สัน ไม่น้อย (ดังปรากฏชัดในอัลบั้ม New Groove เลือกประสมวงแบบทริโอไม่มีกลอง ตามฟอร์แมท เปียโน-กีตาร์-เบส ซึ่ง ออสการ์ เคยเจริญรอยตามแบบฉบับของ แนท คิง โคล ) รวมถึงบรรดานักกายกรรมทางเปียโนทั้งหลาย เริ่มต้นจากอาร์ต เททัม จนถึง บัด พาลล์ นอกจากนี้ เขายังมี "เซ็นส์ ออฟ สวิง" ค่อนข้างชัด เมื่อเปรียบเทียบกับนักดนตรียุโรปโดยทั่วไป

 หากคุณชอบแจ๊ส และชอบเสียงเปียโนที่ถ่ายทอดตัวโน้ตอารมณ์ดี บางที ปีเตอร์ บีทส์ น่าจะเป็นทางเลือกลำดับต้นๆ ในเวลานี้ ก่อนจะพบเจอกับตัวจริงๆ ของเขาในช่วงเทศกาล Jazz Up Bangkok Festival ที่กำลังจะมาถึง

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"