บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - วัดวาอารามยามค่ำคืน

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - วัดวาอารามยามค่ำคืน

24 ส.ค. 2553

ผมไปเชียงใหม่ครั้งแรกเมื่อประมาณอายุ 12-13 ปี (พ.ศ.2512-2513) จำได้ว่าได้เที่ยวน้ำตกห้วยแก้วแว่วๆ เพลง “วังบัวบาน” ของ มัณฑนา โมรากุล เคล้ากับเพลง "ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน ลมฝนบนฟ้าผ่าน ฟ้ามองดังม่านน้ำตา"

  ผมชอบ “ทูล ทองใจ” มาก จัดเป็นแฟนพันธุ์แท้ เพราะร้องเพลงทูลได้จบสนิท เกือบๆ ร้อยเพลง แถมแกะและเก็บลูกเอื้อนทุกเม็ด (ส่วนจะไพเราะเพราะพริ้งหรือไม่ ไม่รับประกัน) แต่สำหรับเพลงมนต์เมืองเหนือ หรือเพลงป่าเหนือที่ว่า ผมกลับชอบฉบับของ “สมยศ ทัศนพันธุ์” มากกว่า

 ผมไปเชียงใหม่ครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคมนี้เอง และมีกำหนดการจะไปอีกครั้งต้นเดือนกันยายน ไปเป็นวิทยากรให้เขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 เรื่อง ดนตรีและเพลงเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนเด็ก ช่วงชั้นที่ 1 อนุบาล-ประถมปีที่ 3

 เที่ยวนี้ตั้งใจจะหาเวลาไปนั่งมอง “เจดีย์หลวง” ให้เต็มตา คราวที่แล้วได้แค่ตระเวนชมวัดละแวกวัดพระสิงห์ 4-5 วัด

 วัดพระสิงห์ในเวลาค่ำ งามอร่ามเรืองรอง ด้วยแสงไฟสปอตไลท์ ขับเน้นจนเด่นตาพาตะลึง พรึงเพริด ฝรั่งมังค่าตาค้างอ้าปากหวอก่อนอุทานเป็นภาษาต่างประเทศว่า โอ้...มายก๊อด

 เดินชมวัดในเวลาค่ำ (หนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม) ได้บรรยากาศไปอีกแบบ บางวัดยังมีการประกอบพิธีกรรมอยู่ในสิม-อุโบสถ ละแวกใกล้ๆ กับวัดพระสิงห์ มีวัดทุงยู วัดศรีเกิด วัดหมื่นเงินกอง ที่สร้างในสมัยพระเจ้าถือนา (ท้าวสองแสนนา) กษัตริย์นครพิงค์ ในช่วง พ.ศ.1882-1916 โดยขุนคลังท่านหนึ่งซึ่งเป็นมหาอำมาตย์ยศหมื่น ได้สร้างวัดนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่การได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ของตน ชาวบ้านเรียกวัดมะยมกอง อยู่ถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ ครับ สิมของวัดเป็นทรงล้านนา เช่นสิมอื่นๆ แต่มีจุดเด่นอยู่ที่มีรูป (ปูนปั้น) เทวดา อยู่รายรอบฐานสิม แทนที่จะอยู่ตามหัวเสากำแพงวัด ภายในบริเวณวัดมีวิหารพระพุทธไสยยาสน์ พระนอน ที่วัดนี้เขาห้ามปิดทองที่ฝ่าพระบาทเด็ดขาด เพราะที่ฝ่าพระบาทมีภาพเขียนสีเป็นรูปพระธรรมจักรสีแดงปรากฏอยู่ นับว่าทางวัดมีความละเอียดรอบคอบน่าชมเชย

 ด้านหลังสิมมี “พระธาตุหมื่นเงินกอง” บุทองจังโก้ ยอดฉัตรสวยงามมาก ซุ้มทิศทั้งสี่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพร

 ผมเริ่มเดินชมตั้งแต่วัดหมื่นเงินกอง มาวัดพระสิงห์ ต่อไปวัดศรีเกิด ต่อไปวัดทุงยู แล้วมาวัดชัยพระเกียรติที่มาแปลกกว่าวัดอื่น คือ ไม่เปิดไฟส่องหน้าบันอุโบสถ ปล่อยให้สิมอยู่ในความมืดสลัวของยามค่ำ มีดวงดาวระยิบระยับประดับเป็นฉากหลัง มีแสงจากไกลๆ เล็ดลอดมาสะท้อนประกายกระจกหน้าบันวะวิบวะวับ

 ประตูสองบานที่เปิดอยู่เรืองแสงจากภายใน พร้อมเสียงสวดมนต์พิธีกรรม ชาวต่างประเทศสองสามกลุ่มยืนตะคุ่มๆ อยู่ด้วยอารมณ์ดื่มด่ำ ผม (และผาเมฆ ลูกชายตากล้องประจำคอลัมน์) ยืนอยู่ห้าสิมวัดชัยพระเกียรติเป็นนานสองนาน ก่อนจะเดินลัดเลี้ยวไปชมวัดเจดีย์หลวงที่อยู่ไม่ไกลกัน เดินผ่านองค์เจดีย์ใหญ่โตตระหง่านได้แต่รำพึงในใจว่า หากมีวาสนาจะกลับมาเยือนใหม่ ด้วยเวลานี้ (เวลานั้น) เป็นเวลาที่ประตูวัดใกล้จะปิดแล้ว มีหมาวัดเห่าเร้าเบาๆ กระตุ้นเราให้รีบเดิน

 หลายคนเปรียบเทียบหลวงพระบางกับเชียงใหม่ว่า เสมือนพี่น้องกัน ว่าหลวงพระบางนั้นเหมือนเชียงใหม่เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ผมเคยไปหลวงพระบาง และจะไปเยือนอีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมตากล้อง “ผาเมฆ” ของผม แล้วจะหามุมใหม่ๆ มาเล่าให้ฟังครับ

 (ขอบคุณแฟนคอลัมน์ศิลปะแห่งแผ่นดินที่แสดงตัวทักทาย และให้กำลังใจ ในงานคอนเสิร์ต “เสมอคำยืนยันวันแม่” ที่หอประชุมมหิศร ธ.ไทยพาณิชย์ รัชดาฯ)

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"