
มองผ่านเลนส์คม - กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน กาพย์เห่นิราศแรมรสร้าง
รศ.ดร.ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุณาเซ็นหนังสือ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน กาพย์เห่นิราศแรมรสร้าง มอบให้ผมตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ 2553 บอกว่า ถ้าพอมีประโยชน์บ้างช่วยแจ้งแก่ญาติมิตรด้วย
ทำไมงานวิจัยด้วยน้ำพักน้ำแรงและมุมมองทางวรรณคดีที่แตกต่างออกไปเรื่องนี้จะไม่มีประโยชน์หรือพอมีประโยชน์บ้าง ตรงกันข้ามหนังสือเล่มนี้กลับมีประโยชน์ควรอ่านอย่างยิ่ง ผมเองเว้นว่างวางมือไม่สนใจกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานตั้งแต่จบมัธยมปลาย รู้สึกไม่ได้อะไรนอกจากรู้จักอาหารไทยโบราณ และอารมณ์ถวิลหานางผู้เป็นที่รักของกวี
หนังสือเล่มนี้ช่วยดึงมือไม้ของผมให้กลับมาพิจารณาใหม่ อ่านใหม่หลังแยกทางกันนานกว่า 35 ปี นานพอๆ กับเวลาที่ใช้ทำมาหากินในแวดวงหนังสือ เมื่ออ่านใหม่จึงทราบว่า กาพย์เห่เรือในพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 ครั้งทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ที่มีเนื้อหา 5 ตอนเกี่ยวโยงกันเป็นเรื่องเดียว ก่อนนี้ทราบตื้นๆ ว่า 2 ตอนหลังไม่เกี่ยวเนื่องเป็นเอกภาพ แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องเป็นเอกภาพอย่างยิ่ง
เมื่อกลับมาก่อนตอนหัวหงอก อาศัยภาษาไทยเป็นเครื่องมือทำมาหากินเลี้ยงตัวเลี้ยงลูก ให้อยู่รอดมีข้าวกินมีการศึกษาเหมือนคนอื่นๆ อคติก้อนใหญ่ที่กองเป็นตะกอนจึงค่อยๆ ขยับเขยื้อน กาพย์เห่เรือนอกจากช่วยฟื้นความจำเกี่ยวกับชนิดและรสชาติของอาหารไทย ในวันที่ลูกๆ ไม่รู้จักหรุ่มหรือล่าเตียง และไม่กล้ารับประทานขนมเกสรดอกลำเจียกหรือแกงขม พ่อแม่ผู้คะยั้นคะยอชักใจหาย ของดีดั้งเดิมพ่ายขนมกรอบแกรบยับเยิน เกิดรักหวงห่วงอาหารไทยขึ้นมาเต็มอก
ภาษามีใช้อย่างจำกัดจำเขี่ย หลังอ่านบางบทบางตอนของกาพย์เห่เรือที่ยกเป็นตัวอย่าง รู้ได้ทันทีว่าถ้อยคำที่สื่อภาพสื่ออารมณ์รักหวังและผิดหวังแล่นเป็นแถวแนวเข้าสู่ความทรงจำอีกครั้ง เขาไปเก็บในคลังรอนำออกใช้ไม่ช้าไม่นาน
“ขนมจีบเจ้าจีบห่อ งามสมส่อประพิมพ์ประพาย
นึกน้องนุ่งฉีกทวาย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน
รสรักยักลำนำ ประดิษฐ์ทำขนมเทียน
คำนึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลอกลึงกลม”
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานบทนี้บางสำนวนเขียนว่า ‘จีบถวาย’ รศ.ชลดา ผู้วิจัยพบว่าฉบับลายมือเขียนว่า ‘ฉีกทวาย’ ซึ่งถูกต้องของแท้แน่นอน แล้วฉีกทวายก็ไม่ได้มีความหมายชวนให้นึกเสียว แต่เป็นการนุ่งผ้าแหวกแบบมอญ
ได้ฟื้นภาษาไทย ได้คำไทยที่สูญหาย และได้รู้เรื่องเก่าๆ อีกด้วย
หาที่ไหนไม่ได้ลองแวะร้านหนังสือจุฬาฯ นะครับ
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



