บันเทิง

‘ซิงกูล่า’ ดูโอพรสวรรค์
กับดนตรีของคนรุ่นใหม่

‘ซิงกูล่า’ ดูโอพรสวรรค์ กับดนตรีของคนรุ่นใหม่

19 ส.ค. 2553

เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวจริงๆ สำหรับวงน้องใหม่มาแรง ในนาม “ซิงกูล่า” ที่ได้สองหนุ่มพรสวรรค์สูงทั้ง “ซิน” ทศพร อาชวานันทกุล นักร้องของวงที่มีดีกรีความสามารถเคยร่วมคณะประสานเสียงชื่อดังอย่าง La Salle Chorus และ Bangkok Opera ส่วนมือกีตาร์เพื่อนร่วมวงอีก

 “เริ่มมาทำงานด้วยกันจากการที่ซินเริ่มทำเดโมมาเสนอค่ายเพลง ก็คือค่ายโซนี่ ซึ่งซินรู้จักกับพี่ที่ห้องอัดคนหนึ่ง โดยพี่เขารู้จักนัทเลยชวนนัทมาเล่นกีตาร์ให้ซิน เพราะตอนนั้น นัทเขาเป็นมือปืนรับจ้าง ทำงานเบื้องหลังให้ศิลปินต่างๆ พี่คนนี้เขาเลยแนะนำให้รู้จัก แล้วพี่เขาเห็นแวว ว่าเราสองคนนี้ มันน่าจะไปด้วยกันได้ เลยเริ่มคุยกัน ว่าเราน่าจะมาทำงานด้วยกัน” ซินเล่า ก่อนจะยอมรับว่ามีความต่างในด้านแนวเพลงที่ฟัง

 “ผมชอบดนตรีแจ๊ส เพราะพอได้มีโอกาสเล่นดนตรีแจ๊ส แล้วผมรู้สึกว่ามันอิสระ ส่วนซินเขาชอบเพลงป๊อป ที่แมสมากๆ แต่เรามีแนวความคิด ที่ไปด้วยกันได้ และมันน่าจะเป็นดนตรีที่แปลกใหม่ รวมๆ เราเรียกว่า เป็นดนตรีแนวเมโทร อะคูสติก ซึ่งจะมีเมโลดี้ ที่เป็นป๊อปด้วยเสียงของซิน ผสมผสานกับทำนองเพลงที่เป็นแจ๊สด้วยกีตาร์ของผม คือมีการผสมทั้งป๊อป ทั้งแจ๊ส ทั้งอะคูสติก ทำให้ได้ดนตรีในแบบพวกเราขึ้นมา ในตอนแรกก็ยอมรับ ว่าเราต้องปรับทัศนะทางดนตรีของเราทั้งคู่ เพราะว่าเราไม่ได้ฟังเพลงในแบบเดียวกัน แต่เราก็หาจุดตรงกลาง ที่เรามาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ มันก็เหมือน ว่าคนหนึ่งจะได้เสริมในสิ่งที่อีกคนหนึ่งไม่มี” นัทกล่าวเสริม

 นักร้องนำเผยต่อ ว่าตอนแรกหวั่นใจว่าจะไม่ได้ทำเพลงในแบบของตัวเอง เพราะไอเดียการทำเพลงที่แหวกแนว แต่เพราะผู้ใหญ่ให้โอกาสและไม่ตีกรอบ

 “เป็นโชคดีของเราที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส และไม่ได้ตีกรอบว่าเราต้องทำเพลงตลาด คือผู้ใหญ่ที่โซนี่แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงดนตรี ที่เราทำเดโมมาให้เลย แต่ก็จะมีพี่โปรดิวเซอร์ ที่จะมาทำให้ภาพรวมงานเพลงของพวกเราสมบูรณ์” นักร้องนำกล่าว ก่อนจะพูดถึงชื่อวง “ซินกูล่า” ว่ามีแนวความคิดจากพวกเราสองคนที่เป็นหนึ่งเสียงร้อง หนึ่งมือกีตาร์ เท่ากับหนึ่งวง โดยอยากให้ใครมอง ว่าเป็นดูโอ เป็นแบนด์มากกว่าที่จะให้มองที่คนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว จึงตั้งชื่อว่า “ซิงกูล่า” ที่แปลว่าทั้งสองคนเป็นหนึ่งเดียว

 โดย “ซิน” นักร้องนำเผย ว่าตอนแรกไม่ได้คาดหวัง ว่าจะได้รับการตอบรับดีเท่านี้ เพราะว่าแนวเพลงของเราไม่เป็นไปแนวตลาดเท่าไหร่

 “ตอนแรกที่ปล่อยเพลงออกมา ไม่ได้คาดหวังไว้เลย เราแค่หวังว่าเราจะมีผลงานของตัวเองออกไปให้คนอื่นได้ฟัง แล้วมีกลุ่มหนึ่งที่ชอบแค่นี้ก็ดีใจแล้ว แต่ตอนนี้มันเกินคาดมาก ช็อกเลย” ซินกล่าว พร้อมเสริมต่อ หลังจากที่ถูกมองว่าเป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์มารวมกัน

 “พวกเราไม่ได้มองว่าตัวเองมีพรสวรรค์ หรืออะไรที่มากกว่าคนอื่น แต่ที่เราทำตรงนี้ เพราะมันเป็นความฝันของเราสองคนมากกว่า แล้วเราก็ไขว่คว้าที่อยากทำความฝันนั้น เพราะอย่างนัทเอง ก็เรียนดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เล่นดนตรีมาทุกประเภทแล้ว ก่อนที่จะมาเป็นกีตาร์ ซึ่งนัทเองก็เลือกเรียนด้านนี้โดยตรง ส่วนซินเองก็เลือกที่จะเรียนนิเทศศิลป์ เพื่อเอามาใช้เสริมในงานเพลงเหมือนกัน” นักร้องนำเผย

 ก่อนที่มือกีตาร์อย่าง “นัท” จะอธิบายสรรพคุณของวงตัวเอง ว่าเป็นวงดนตรีที่เกิดจากส่วนผสมของสองศิลปิน ที่หลงรักในงานศิลปะ และเสียงเพลง  ที่มีเส้นทางการเรียนรู้ต่างกัน มีการสั่งสมประสบการณ์ในความถนัดของตนเอง จนมาหล่อหลอมรวมจินตนาการเข้าด้วยกัน ก่อนจะแต่งแต้มภาษาทางดนตรีและเสียงนุ่มนวลของซิน ลงบนท่วงทำนองดนตรีแจ๊สของตนเอง 

 แต่พอถูกถามถึง ว่าจะเรียกวง “ซิงกูล่า” ว่าเป็นวงอินดี้หรือวงแมสตามแนวตลาด นักร้องหนุ่มแจง ว่าไม่อยากจำกัดความวงตัวเอง ว่าเป็นแบบไหน อยากให้คนฟังเป็นคนที่ตัดสินเอง

 “ไม่อยากจำกัดความ ว่าเป็นแบบไหน แค่อยากให้ฟังเพลงแล้วชอบ  หรือรู้สึกยังไงก็เป็นไปตามความรู้สึกของแต่ละคนมากกว่า ไม่อยากที่จะไปกำหนดว่า วงเราจะต้องเป็นแมส เป็นป๊อป หรือเป็นอินดี้ เพราะเวลาเราทำ เราก็แค่ทำในสิ่งที่เราชอบ เราไม่ได้ทำภายใต้กรอบ ว่าเราเป็นแบบนั้น เราเป็นแบบนี้ คือเราไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อให้เราเป็นอินดี้ หรือเป็นแมส แค่ทำตามความรู้สึกว่าเราชอบแค่นั้น” นักร้องหนุ่มเผย