บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - ชวนอ่าน “กีตาริสต์”
แล้วไปฟัง “สแลช”

กวนเพลงให้น้ำใส - ชวนอ่าน “กีตาริสต์” แล้วไปฟัง “สแลช”

19 ส.ค. 2553

ตอนนี้ แวดวงคนกีตาร์กำลังตื่นเต้นกันครับ เพราะจู่ๆ มีนิตยสาร “กีตาริสต์” จากเกาะอังกฤษที่มาลงทุนการผลิตในบ้านเรา และออกวางขายในภาคภาษาไทยอย่างเงียบๆ มาหลายเล่มแล้ว

   วันก่อน เจอะเจอ “เดียว” กับ “ดู๋ดี๋” แห่งเว็บไซต์ชื่อดัง “กีตาร์ไทย ดอท คอม” เรายังคุยกันถึงนิตยสารเล่มนี้ด้วยความชื่นชม เพราะมองว่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้วงการเพลงบ้านเราดีขึ้น

 เดียว บอกว่า เขาสมัครสมาชิกรายปีไปแล้ว !
 เขียนมาอย่างนี้ ไม่ใช่ว่านิตยสารหรือหนังสือดนตรีโดยคนไทยเราเอง จะไม่มีความหมายนะครับ เรายังต้องอุดหนุนนิตยสารเหล่านั้นซึ่งมีอยู่น้อยนิดให้อยู่รอดด้วยเช่นกัน

 เพียงแต่บ่อยครั้ง เราก็อยากให้มีเนื้อหามาตรฐานสากล มาผลักดันให้เกิดบรรยากาศที่คึกคักยิ่งขึ้น

 นอกจากกีตาริสต์แล้ว ผมหวังว่าสักวัน เราคงมี “โรลลิง สโตน” ฉบับภาคภาษาไทย เหมือนอย่างที่ อินโดนีเซีย มีบ้าง

 ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแวดวงเพลงสากลที่เปิดกว้าง น่าจะทำให้คนค่ายเพลงสากลขยันทำงานมากกว่านี้ (ฮา)
 ใน “กีตาริสต์” เล่มล่าสุด มีบทความพูดถึงมือกีตาร์ “สแลช” ที่มีงานอัลบั้มใหม่ออกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

 คุณผู้อ่าน ยังคงจดจำโซโลกีตาร์ในเพลง “สวีท ไชลด์ โอ ไมน์” กันได้กระมัง สแลช เคยเป็นมือกีตาร์แห่งวงร็อกที่หลายคนยังจดจำ “กันส์แอนด์โรส” 

 สำหรับแฟนเพลงเก่าอย่างผม อัลบั้มใหม่ชื่อ “สแลช” ของเขา คือคำประกาศตัวตนที่เด่นชัดที่สุด และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นมานะพยายามอย่างที่สุด

 งานนี้ มือกีตาร์ชื่อดังได้เพื่อนนักดนตรีเก่าจากวง กันส์แอนด์โรส อย่าง อิซซี สตราดิน, ดัฟฟ์ แมคคาแกน และ สตีเฟน แอดเลอร์ มาร่วมงานกันอีกครั้ง

 ไฮไลท์ที่น่าสนใจของอัลบั้ม ยังอยู่ตรง 17 เพลง รายล้อมด้วยแขกรับเชิญที่มีชื่อเสียง ซึ่งเจียดเวลามา “ฟิเจอริง” กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

เราลองมาดูกันในบางเพลง
 "โกสต์" มาพร้อมกับริฟฟ์อันทรงพลัง และเสียงร้องของ เอียน แอสท์เบอรี แห่ง เดอะคัลท์ ต่อด้วยความสุขุมคัมภีรภาพใน "ครูซิไฟ เดอะ เดด" ที่มีเสียงร้องของ ออสซี ออสบอร์น สะกดไว้อย่างมั่นคง

 บรรยากาศของอัลบั้มทวีความเร่าร้อนขึ้น กับน้ำเสียงเซ็กซี่ของ เฟอร์กี แห่ง แบล็กอายส์พี ใน "บิวตีฟุล แดงเจอรัส" จัดเป็นเพลงที่มีไดมามิคค่อนข้างดี ส่วน "แบ็ค ฟรอม คาลิ" นำเสนอในแบบฉบับฮาร์ดร็อกที่รัญจวนใจ โดยลีลาของ ไมล์ส เคนเนดี แห่ง อัลเทอร์ บริดจ์

 "พรอมิส" เป็นเพลงเด่น เรียกความสนใจตั้งแต่เสียงเบส ตามด้วยริฟฟ์ที่ดูเฉี่ยวแต่มีชีวิตชีวา ก่อนจะตามด้วย คริส คอร์เนลล์ แห่งซาวนด์การ์เดนที่ไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด ทั้งเสียงร้องและเสียงกีตาร์ดูสอดคล้องลงตัวดียิ่ง ก่อนจะทิ้งสเปซกว้างๆ ในบลูส์ร็อกกับเพลง  "บาย เดอะ สวอร์ด" ถ่ายทอดโดย แอนดรูว์ สต็อกเดล ตามด้วย "ก็อทเทน" เพลงที่มีจุดขายในอัลบั้มนี้ ซึ่งได้ อดัม เลอไวน์ แห่ง มารูนไฟว์ มาฝากเสียงร้องนุ่มๆ กับภาคเครื่องสายที่ดูเลิศหรูอลังการ

 "นอธิง ทู เซย์" เป็นเฮฟวีร็อกที่ดุเดือดเลือดพล่าน ตรงข้ามกับ “สตาร์ไลท์”  ดูหมดจดงดงาม ในช่วงท้ายอัลบั้มยังมีมิติอันละเมียดละไมใน “เซนต์ อิน อะ ซินเนอร์ ทู” ซึ่งได้ ไมล์ส เคนเนดี มานำเสนอในแบบอะคูสติกที่ไพเราะมาก ส่วนเพลงเด่นในช่วงท้ายของอัลบั้ม คือ "วี ออล กอนนา ดาย" ถ่ายทอดโดย อิกกี ป๊อป ที่มีพลังขับเคลื่อนเหลือเฟือ

 ฟัง “สแลช” ชุดนี้ พร้อมกับอ่านนิตยสารดนตรีหัวนอก น่าจะให้ประสบการณ์ที่เกินคุ้มทีเดียว

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"