บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ละครการเมือง!?

มองผ่านเลนส์คม - ละครการเมือง!?

18 ส.ค. 2553

หลังจากข่าวที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.)ได้ทำหนังสือถึงสถาบันต่างๆ ให้ดูแลการจัดแสดงละครเวทีของนักศึกษา ไม่ให้สร้างความแตกแยก ก็ได้ยินเสียงวิวาทะจากฝ่ายต่างๆ เบาบ้าง ดังบ้าง ถึงประเด็นการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการสร้างงานศิลปะ

  ด้วย "ละครเวที" นั้น นอกจากจะเป็นการสร้างงานศิลปะแขนงหนึ่งแล้ว ยังเป็นการแสดงออกทางความคิด-ความรู้สึก ที่คนทำงานอยากจะสื่อสารออกไปในแง่มุมต่างๆ ซึ่งคนในโลกนี้สามารถทำได้

 หากว่ากันเฉพาะละคร "การเมือง" ที่ผู้ใหญ่มองว่า จะสุ่มเสี่ยงให้เกิดความแตกแยกทางความคิด ในช่วงวิกฤติการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ ก็น่าจะตั้งคำถามกลับไปพร้อมๆ กันว่า ทำไมถึงคิดเช่นนั้น ?

 เพราะในยุคแห่งการเติบโตและเป็นไปของนักศึกษาในยุคโซเชียลมีเดีย ที่ส่วนใหญ่ให้ความสนใจการเรียน และเรื่องรอบตัวแบบที่...ว่ากันตรงๆ ก็คือเบาบาง...

 เบาบางในแง่ที่สนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก ส่วนการขับเคลื่อนทางสังคม รวมทั้งการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ แน่นอนว่า ย่อมไม่เข้มข้นเหมือนในยุค 14 ตุลา 6 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ

 เป็นเรื่องของยุคสมัย ที่เราว่ากันไม่ได้ โลกยังไม่หยุดนิ่ง เราก็คงสตัฟฟ์ความคิดของคนให้สนใจเพียงด้านใดด้านหนึ่งได้

 จึงออกจะประหลาดใจ ที่เห็นความห่วงใยของผู้ใหญ่ในแวดวงการศึกษา ยังคิดต่อว่า มีเหตุอื่นใดอีกหรือไม่ ที่ทำให้คิดล้อมคอกอะไรบางอย่าง   จะว่าเริ่มจาก "โขนการเมือง" ของธรรมศาสตร์ ก็ไม่น่าใช่ เพราะเล่นกันจนเป็นประเพณีไปแล้ว กระเซ้าเย้าแหย่หนักบ้าง- เบาบ้าง แต่ก็ถือเป็นศิลปะ ที่ใช้ศาสตร์และศิลป์ในการเขียนบทและแสดงได้อย่างแยบยล

 ในช่วงที่ผ่านมา หรือในช่วงใกล้ๆ กันนี้ก็เห็นจะมีผลงานของน้องๆ จากสาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันปรีดี พนมยงค์ และหอศิลป์กรุงเทพฯ จัดแสดงละครเวทีเรื่อง “แสงศรัทธาเหนือลำน้ำเจ้าพระยา” ละครเวทีสตรีนิยมร่วมสมัย ที่บอกเล่าเรื่องราวหลายหลากมุมมอง หลากหลายเสียง ผ่านตัวละครผู้หญิง ซึ่งล้วนแต่เป็นสตรีที่มีชีวิตและเผชิญกับช่วงเวลาทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
 
 หรือที่พระจันทร์เสี้ยวการละคร และคณะกรรมการจัดงานฉลองชาตกาล 110 ปี ปรีดี พนมยงค์ นำ ‘คือผู้อภิวัฒน์’ ละครเวทีร่วมสมัยของไทย ที่เข้มข้นทั้งความคิดและรูปแบบ การนำเสนอ กลับมาแสดงอีกครั้ง ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา พร้อมกับเวิร์ดดิ้งที่ท้าทาย

 “ในเวลาเช่นนี้...สิ่งที่ควรจะถามหา คือสัจจะและความดีงาม”
 อย่างที่บอก ละครของนักศึกษาเรายังมีไม่มากพอที่จะมาตั้งประเด็นห่วงใย ขนาดคำว่า "เป็นกลางทางเมือง" ยังตีความไม่เหมือนกันเลย จะบอกว่าการกระทำไหน คือการยั่วยุ อย่างไหนเรียกว่าชี้นำ จึงออกจะยากในการตัดสิน เพราะมันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน

 แค่ให้อยู่ในขอบเขตตามรัฐธรรมนูญ โดยต้องไม่ไปกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น แค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว...ใช่มั้ย

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"