บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ประเทศของเราและเรื่องเล่าหลายๆ เรื่อง

มองผ่านเลนส์คม - ประเทศของเราและเรื่องเล่าหลายๆ เรื่อง

17 ส.ค. 2553

คณะกรรมการตัดสินรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2553 ตัดสินให้กวีนิพนธ์การเมือง ชื่อ ‘เงา (ไม่มีใครอยากไปปัตตานี)’ ของ อภิชาติ จันทร์แดง ให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ รับรางวัลเงินสด 5 หมื่นบาท และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา ในวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2553 พร้อมผู้ชนะรางว

  ขอแสดงความยินดีต่ออภิชาติ จันทร์แดง กวีชาวพัทลุงและอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สงขลา) มา ณ ที่นี้อย่างจริงใจอภิชาติ หรือ ‘โอ’ เป็นกวีหนุ่มกลุ่มหน้ารามคำแหง รุ่นถัดจาก ศิริวร แก้วกาญจน์ กับ เดือนแรม ประกายเรือง เป็นรุ่นเดียวกับ นพดล ปรางค์ทอง ใกล้ๆ กับพิเชฐ แสงทอง และเป็นเพื่อนสนิทกับ วัชระ สัจจะสารสิน นักเขียนรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2551 เท่าที่รู้จักเขาเป็นคนสุภาพ ช่างคิดและคนพูดน้อย โดยเฉพาะกับเพื่อนผู้ชาย

 อภิชาติชื่นชอบกลอนเปล่า เขาเขียนอย่างสม่ำเสมอในนิตยสารและหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เขียนสลับกับเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ของเขาใช้ภาษาธรรมดาๆ สั้นกระชับ ไม่ประดิษฐ์ ไม่หวือหวา ทว่ากินความหมาย มีกวีนิพนธ์รวมเล่ม 2 เล่ม คือ ‘ตุ๊กตาสักตัวอยากหัวเราะ’ (2544) และ ‘พูดความจริงกับเด็กเลี้ยงแกะ’ (2547)

 ผมยังไม่ได้อ่านกวีนิพนธ์ชนะเลิศรางวัลพานแว่นฟ้า แต่ได้อ่านรวมกวีนิพนธ์ ชื่อ ‘ประเทศของเราและเรื่องเล่าหลายๆ เรื่อง’ ที่ไม่ผ่านรอบแรกจากการประกวดรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2553 เนื้อหาสาระสำคัญเน้นหนักไปทาง สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 ในฐานะอาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา อภิชาติ จันทร์แดง นำประสบการณ์จากภาคสนามที่ลงเก็บข้อมูลทำงานวิจัย ประกอบกับข้อมูลที่ได้รับจากศิษย์ระดับปริญญาโทที่เป็นข้าราชการใน 3 จังหวัด และความสนใจกวีนิพนธ์ต่างประเทศ อภิชาตจึงแปรข้อมูลต่างๆ เป็นกวีนิพนธ์ที่คนนอกอาจสื่อไม่ได้ หรือไม่อาจเข้าใจได้

 บางตอนของกวีนิพนธ์ชื่อ ‘ประเทศของเรา’ (คำถามที่ไม่มีใครอยากตอบ) ชวนให้เราคิดต่อและตอบคำถามยิ่งนัก
 ‘ใครว่าประเทศนี้เทียมเท่า
 นั่นความจริงใดเล่า ทะลักไหล
 ตามสูงต่ำต่างแตกแยกทางไป
 เหวี่ยงตวัดกวัดไกวในคลื่นเกลียว
 ใครว่าประเทศนี้ร่มเย็น
 ไยข่มความขื่นเข็ญไว้เค้นเคี่ยว
 ที่คาค้างคว้างลมอันซมเซียว
 คือรากเหง้าเปล่าเปลี่ยวของผงคลี’
 ผงคลีท้ายวรรคจบชวนให้คิดว่าเป็นใคร หรืออะไร ?

"จำลอง ฝั่งชลจิตร"