บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - สำเนียงไทยผ่านกีตาร์คลาสสิก

กวนเพลงให้น้ำใส - สำเนียงไทยผ่านกีตาร์คลาสสิก

12 ส.ค. 2553

นักกีตาร์ชาวเยอรมัน ฮัคกี ไฮเคิลมานน์ กำลังจะมีคอนเสิร์ต “แมจิคอล เมโลดีส์” ในวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 2 ทุ่ม ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

  คอนเสิร์ตคราวนี้ มีความน่าสนใจ เพราะเป็นการหยิบเอาเพลงท้องถิ่นไทยมานำเสนอผ่านกีตาร์คลาสสิก  เพื่อให้สอดรับกับผลงานชุดใหม่ของเขาที่เพิ่งออกวางขายเมื่อเร็วๆ นี้

 สำหรับผมเอง ถือว่าเป็นเวลานานมากแล้วที่ผมไม่ได้ยินงานเพลงไทย (Thai Traditional Music) ที่นำมาเรียบเรียงใหม่สำหรับเครื่องดนตรีสากล

 ผมไม่แน่ใจว่า คุณผู้อ่านพอจะเปิดใจรับแนวทางสร้างสรรค์แบบนี้หรือไม่ เพราะการนำเพลงไทยมาถ่ายทอดผ่านเครื่องดนตรีสากลนั้น ด้านหนึ่งอาจลดทอนสำเนียงท้องถิ่นลง

 อย่างไรก็ดี หากมองอีกด้านหนึ่ง ก็ถือเป็นการวิวัฒน์ไปของดนตรีที่ไม่พึงตัดโอกาสนี้ไปเสีย และอัลบั้ม แมจิคอล เมโลดีส์ ออฟ ไทยแลนด์ ก็เป็นเช่นนั้น เป็นการหยิบเพลงไทยดั้งเดิมมาเรียบเรียงใหม่ ให้มีมิติร่วมสมัยสำหรับการบรรเลงเดี่ยวกีตาร์โดยเฉพาะ

 ฮัคกี เริ่มอัลบั้มด้วยเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ราวกับเป็นเพลงสักการะ ตัวแทนแห่ง “ราชสำนัก” จากนั้นขยับไปสู่ “พม่ากลองยาว” ที่อิงสเกล อีไมเนอร์ ลักษณะของทำนองอิงกับแพทเทิร์น “คอลล์ แอนด์ เรสปอนส์” ที่เป็นเสมือนบทสนทนาโต้ตอบกัน เขาเล่นเบสผ่านเสียงอีต่ำด้วยสายเปิด สลับกับเสียงกำธอนจากการเคาะลำตัวกีตาร์เพื่อให้ได้ฟิลลิ่งแบบกลอง ถือเป็นเทคนิคการบรรเลงแบบเรียบง่ายแต่เหนือชั้น

 “อยุธยา แฟนตาซี” น่าจะเป็นเพลงที่มีทำนองหลายๆ ทำนองซ้อนอยู่ในเพลงเดียวกัน กับภาคฮาร์มอนีที่พิถีพิถันเป็นพิเศษ จากนั้นฮัคกีพาคนฟังเดินทางย้อนเวลาไปกับ “ค้างคาวกินกล้วย” ที่มีลีลาสนุกสนาน อิงกลิ่นอายคันทรีนิดๆ ก่อนจะดิ่งลึกลงสู่รัตติกาลในเพลง “น้ำตาแสงไต้” เพลงเก่าที่ครูสง่า อารัมภีร ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลง เขมรไทรโยค และ ลาวครวญ

 ตามด้วยการเก็บเกี่ยวสำเนียงท้องถิ่นจากท้องทุ่งอีสาน ริมฝั่งโขง กับ “ลายโปงลาง” ที่วางบนคอร์ดดีไมเนอร์ (สเกล เอฟเพนตาโทนิค) กับไอเดียในการพัฒนาแต่ละประโยคอย่างน่าติดตาม  ตามด้วย “นกไซบินข้ามทุ่ง” ในห้วงอารมณ์ที่ต่อเนื่องกัน

 จากอีสาน ฮัคกี เดินทางขึ้นเหนือไปกับ “ล่องแม่ปิง” เพลงพื้นบ้านล้านนาที่ครั้งหนึ่ง จรัล มโนเพ็ชร เคยถ่ายทอดไว้ ก่อนลงใต้ ด้วยการเพิ่มโทนของดนตรีในอัลบั้มให้เข้มขึ้น ด้วย “แขกซัมเซ”

 “ลาวดวงเดือน” เป็นเพลงไทยสำเนียงลาวที่ฟังได้ไม่รู้เบื่อ สำหรับเวอร์ชั่นกีตาร์คลาสสิกของฮัคกีในครั้งนี้  พอจะบ่งบอกถึงความเข้าอกเข้าใจในจิตวิญญาณท้องถิ่นได้อย่างละเมียดละไม แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังไม่วายใส่ “สำเนียงสากล” เอาไว้ให้ประสานกลมกลืนกันอย่างน่าฟัง

 ในช่วงท้ายของอัลบั้มมีเพลง “สาวไหม” เป็นทำนองท้องถิ่นที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ การเกษตร และงานหัตถกรรม ตามด้วยเพลงท่อนเดียวอย่าง “เดือนเพ็ญ” ที่เรียบเรียงอย่างงดงาม ก่อนปิดท้ายด้วย “ลาวกระทบไม้” และ “เขมรไทรโยค” ถือเป็นมาสเตอร์พีซในครั้งนี้

 ในด้านคุณภาพเสียง ฮัคกีบันทึกงานชิ้นนี้ที่ห้องอัด “กรรม” สตูดิโอใหม่เอี่ยมย่านบางสะเหร่ พัทยา ซึ่งปัจจุบันให้บริการศิลปินระดับโลกแล้วหลายรายด้วยกัน

 เสียงกีตาร์คลาสสิกในอัลบั้มมีความเป็นธรรมชาติ ฟังสบายระรื่นหู ไม่แสบร้อน หรือดูบิดเบี้ยวไปจากเสียงกีตาร์ที่ควรจะเป็น ซึ่งปกติการบันทึกเสียงกีตาร์คลาสสิกโดยเก็บ “ฮาร์มอนิค โอเวอร์โทน” ได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

 ระวังสักหน่อย เพราะฟัง “ของแห้ง” จากตัวอัลบั้มแล้ว อาจทำให้อยากชม “ของสด” คือคอนเสิร์ตของ ฮัคกี ที่กำลังจะมาถึงขึ้นมาโดยพลัน

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"