บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - คนลูกทุ่งไม่ทิ้งกัน

คมเคียวคมปากกา - คนลูกทุ่งไม่ทิ้งกัน

11 ส.ค. 2553

ช่วงนี้ หน้าลูกทุ่ง "คมชัดลึก" ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ "คนลูกทุ่งเก่า" ติดต่อกันสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นข่าวดีที่น่ายกย่องชมเชย

 เรื่องแรก ศรเทพ ศรทอง ต้นฉบับเพลงดัง "ส่งแอ๋วเรียนรามฯ" ผู้มั่งคั่งจากการขายยาสมุนไพร ได้จัดตั้ง "มูลนิธิศรเทพศรทอง" เพื่อช่วยเหลือนักแต่งเพลงอาวุโส 12 คน

 ใครเป็นใครกันบ้าง? คงได้อ่านข่าวกันไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ "คนมีเงินมีทอง" ควรเอาเยี่ยงเอาอย่าง
 เรื่องที่สอง สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ที่สวมหัวโขน "ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม" เสนอไอเดียจัดงาน "7
ทศวรรษลูกทุ่งไทยน้อมใจถวายพระพร" อันเป็นการต่อเนื่องจาก "กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย" และ "60 ปี เล่าขานตำนานลูกทุ่งไทย"

 นี่ก็เป็นโครงการที่น่าสนับสนุน เพราะจะเป็นการต่อลมหายใจเพลงลูกทุ่งในยุคดิจิทัล
 เรื่องที่สาม พ.ต.ท.เสนาะ มณีฤทธิ์ ประธานบริษัท กานต์มณีเน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดช่อง "ลายไท" ทีวีดาวเทียมที่รวบรวมเพลงอมตะทั้งลูกทุ่งและลูกกรุงมาไว้ในช่องเดียวกันมากที่สุด

 รายการของช่องลายไท ได้แนะนำกันไปแล้วคือ "นักร้องดังใจดวงใจ" และ "เบื้องหลังเพลงดัง" ซึ่งผมชอบสองรายการนี้ เพราะเปิดโอกาสให้ศิลปินอาวุโส ได้มี "พื้นที่" ขายซีดี-วีซีดี และลงเบอร์โทรศัพท์รับงานการแสดงด้วย

 ผมชอบแนวทางนี้ เพราะมันทำกันง่ายๆ ไม่ต้องไปพึ่งนายทุนค่ายเพลง หรือภาคราชการ ทีวีดาวเทียมช่องอื่นๆ น่าจะทำกันบ้าง

 แต่ทั้งสามเรื่องที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น ย่อมมีเสียงสะท้อนทั้งบวกและลบ เป็นธรรมดา
 อย่างกรณีของ ศรเทพ ศรทอง อาจมีหลายคนติดใจกรณีข่าวอื้อฉาวในอดีต จึงมองในแง่ลบมากกว่าบวก ตามประสาปุถุชนคนมีกิเลส

 หรือกรณีของ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ที่ริเริ่มทำโครงการ 7 ทศวรรษลูกทุ่งไทยนั้น ย่อมถูกมีข้อสงสัยว่า จะหาเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์หรือเปล่า?

 ต้องยอมรับความจริงกันว่า "สดใส" ไม่ใช่นักร้องเพียวๆ เหมือนเก่า ทุกวันนี้เขาเป็นสมาชิก ปชป. และเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี

 แม้จะไม่มีใครเปิดเผย "ตัวตน" และ "จุดยืน" ทางการเมืองชัดเจน แต่ "ลึกๆ" ในวงการลูกทุ่งบ้านเรา ก็ทราบกันดีว่ามีเรื่องการแบ่ง "สี" แยก "พวก" แฝงเร้นอยู่ 

 ขนาดโครงการกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งเมื่อ 20 ปีก่อน ยังเจอกระแสธุรกิจสาดซัด จนทำให้โครงการครั้งที่สองติดๆ ขัดๆ แล้วก็จบแค่ปีนั้น

 ถึงกระทรวงวัฒนธรรมจะผลักดันจัดงานอีกครั้ง ก็เป็นงานแบบ "ราชการทำ ราชการดู ราชการฟัง" ชาวบ้านร้านถิ่นไม่มีส่วนร่วม

 จะอย่างไรก็ตาม ขอเอาใจช่วย "สดใส" ให้ฝ่าฟันอุปสรรคจัดงานนี้ให้สำเร็จ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น คนลูกทุ่งคงทิ้งเรื่อง "สี" เรื่อง "ค่าย" มาร่วมมือกันเพื่อชาติได้ในที่สุด

 แต่ที่เขียนท้วงติงเอาไว้ เนื่องจากเห็นมาหลายงานแล้ว ที่มีปัญหาระหว่าง "คนลูกทุ่ง" ด้วยกันเอง ไม่ใช่ใครอื่นหรอก

 สามเรื่องที่ยกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น คนลูกทุ่งควรเอาเยี่ยงเอาอย่าง หากคิดจะช่วยศิลปินอาวุโส ก็ช่วยกันตอนมีชีวิตอยู่นี่แหละดีที่สุด ไม่ใช่พอเข้าโรงพยาบาล หายใจพะงาบๆ จึงออกข่าวป่าวร้องให้มาดูใจ

 เมื่อล้มหายตายจาก จึงวิ่งกรูกันไปช่วยเหลือ จัดโน่นจัดนี่ และตามมาด้วยคำครหานินทาเรื่องผลประโยชน์แอบแฝง

 เบื่อแล้ว..พอแล้วสำหรับข่าว "คนเป็น" รุมทึ้ง "คนตาย" หันมาทำเรื่องดีมีประโยชน์แก่วงการลูกทุ่งดีกว่าครับ!

"บรรณวัชร"