
"สดใส"ดึงก.วัฒนธรรมเตรียมจัด 7ทศวรรษลูกทุ่งไทยถวายพระพร
สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ดึงศิลปินลูกทุ่ง กระทรวงวัฒนธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี จัดอภิมหาคอนเสิร์ต "7 ทศวรรษลูกทุ่งน้อมใจถวายพระพร" รวมบทเพลงลูกทุ่ง 3 ยุคสมัยเฉลิมฉลอง 7 รอบพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันชัย โรจนวิชัย หรือ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยต่อทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ถึงการจัดงาน 7ทศวรรษเพลงลูกทุ่ง ว่าจะเป็นการรวบรวมบทเพลงลูกทุ่งทั้งสามยุคสมัย
"จากการที่ผมได้ปรึกษาพูดคุยกับนักร้องและหลายๆ สมาคม รวมทั้งสมัชชาศิลปิน ก็มีการพูดถึงงานต่อเนื่องจากงาน "กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย" งาน "60 ปีเล่าขานตำนานลูกทุ่ง" พอมาถึงปีนี้ก็ครบ 70 ปีของเพลงลูกทุ่งแล้ว แต่ไม่ใช่ครบ 70 ปีธรรมดา เป็นโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ เราเลยอยากจัดเพื่อเป็นการถวายพระพรแด่พระองค์ท่านด้วย ผมก็ได้วิ่งปรึกษากระทรวงหน่วยงานที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุน ใช้ชื่อว่า “7ทศวรรษลูกทุ่งไทยน้อมใจถวายพระพร” ซึ่งงานนี้คิดว่าจะจัดให้ใหญ่กว่า 2 งานที่กล่าวมาเบื้องต้น หน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบคือกระทรวงวัฒนธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี โครงการผ่านแล้วเหลือในขั้นวางงานต่างๆ โดยมีศิลปินแห่งชาติให้คำแนะนำเรื่องการวางงาน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า งานครั้งนี้จะต่างจากงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยอย่างไร ที่ปรึกษารัฐมนตรีสายเลือดลูกทุ่งกล่าวว่า
“งานที่จัดผ่านมาเรานำผลงานที่ได้รับความนิยมนำมาสดุดี ยกย่อง โดยกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ มาพระราชทานรางวัล แต่ 7ทศวรรษลูกทุ่งไทย คงจะมีการแบ่งเพลงเป็น 3 ยุค ยุคแรกที่มีการเริ่มต้นลูกทุ่ง เช่น คำรณ สัมปุณนานนท์ หรือศิลปินแห่งชาติหลายๆ คนนำมาสดุดีมอบรางวัลความเป็นต้นฉบับ ยุคต่อมาก็จะเป็นยุคที่บทเพลงได้สร้างประวัติศาสตร์เช่นเมื่อลูกทุ่งเริ่มซบเซาก็มีเพลงที่ทำให้กระแสลูกทุ่งกลับมาคึกคัก หรือเป็นเพลงที่มียอดการจำหน่ายสูงสุดหรือเพลงที่มีความนิยมยาวนาน
อีกช่วงจะเป็นลูกทุ่งมหาชนที่ดังๆ ทั้งหลาย แต่ที่แน่ๆ ต้องเป็นเพลงที่มีความถูกต้องทางวัฒนธรรมและภาษา เนื้อหาสาระเป็นผลงานที่ส่งเสริมไม่ทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของเพลงลูกทุ่ง โดยมีคณะกรรมการที่จะคัดเลือกเพลงที่ได้รับความนิยมและมาตรฐาน อย่างน้อยเพื่อเป็นการตั้งกรอบว่านี่เป็นเพลงลูกทุ่งจริงๆ”
ส่วนเพลงลูกทุ่งสมัยนี้ที่กลายเป็นลูกทุ่งเพื่อชีวิต ลูกทุ่งป๊อปกันเต็มไปหมดจะมีการนำมารวมด้วยไหม สดใส กล่าวตอบว่า
“ผมคิดว่าเพลงไหนที่ไม่มีอัตลักษณ์ของลูกทุ่งคงผ่านไปได้ยาก เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการที่เขาเอาลูกทุ่งมาประยุกต์เป็นแนวเพื่อชีวิต ลูกทุ่งอะไรต่อมิอะไรบางครั้งมันไม่ได้เป็นไปตามประสาลูกทุ่ง ทั้งแนวการร้อง การใช้วัฒนธรรมภาษา ความชัดเจนต่างๆ มันไม่มี ผมจะยึดหลักที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยมีพระราชดำรัสไว้ในงาน 60ปีเล่าขานตำนานลูกทุ่งไทย ว่า เพลงลูกทุ่งเป็นเพลงที่ร้องเต็มเสียง ฟังชัด อักขระทำนองชัดเจน เนื้อหาสาระฟังแล้วไม่ต้องนั่งแปล เข้าใจง่าย นี่เป็นลักษณะแท้ๆ ของเพลงลูกทุ่งต้องยึดหลักนี้”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เพลงลูกทุ่งแท้ๆ ในปัจจุบันมีน้อย จะทำให้ไม่มีเพลงลูกทุ่งยุคใหม่เข้ามาทำให้เพลงลูกทุ่งขาดช่วงหรือไม่
“อันนี้ที่คนในวงการลูกทุ่งเป็นห่วงกันมาก เรารู้จึงต้องพยายามฟื้นฟูเพลงลูกทุ่งคุณภาพให้มากขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็เอามาสู้กับเพลงที่ทำขึ้นมาเพื่อการค้า เพลงลูกทุ่งแท้ๆ ไม่ได้เชย ผมรับรอง เพลงลูกทุ่งเป็นเพลงที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยมาและสามารถที่จะคู่ไปได้อีกยาวนานครับ หลังๆ มีนักร้องที่สร้างมาจากการโปรโมทกันมาก ผมอยากถามว่าความดังของนักร้องกับความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ภาษาที่ใช้ชัดเจนไหม การร้อง อักขระ จังหวะดีไหม ซึ่งที่ผ่านมาเราตัดพ้อต่อว่ารางวัลบางรางวัลที่เสื่อมลงไหม เราจะพยายามทำให้รางวัลที่ได้รับจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นรางวัลที่มีคุณภาพ ส่วนกรรมการที่จะเข้ามาร่วมในความคิดผมต้องเป็นคนที่อยู่ในวงการนานๆ เขาจะเข้าใจคำว่า ”ลูกทุ่ง” อย่างน้อยศิลปินแห่งชาติหลายๆ คนที่มีความรู้ในเพลงลูกทุ่งแท้ หรือแม้แต่สื่อก็ต้องมีส่วนด้วยแต่ไม่ใช่สื่อที่หวือหวา
เราไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเพลงลูกแบบเก่าๆ ทั้งหมด ลูกทุ่งใหม่ที่ชัดเจนก็เยอะ รุ่นใหม่เรายอมรับว่าเก่งด้วย แต่ทิศทางของเพลงเขาอาจมองเรื่องการค้ามากไป ผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้ เรามีการประกวดแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน เสาอากาศทองคำพระราชทาน จากนั้นก็เงียบซบเซาไป พอมีกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย ลูกทุ่งเราก็มีความตื่นตัว แข่งขันกันในการสร้างผลงานเพลงที่ถูกต้อง ครั้งนี้เราอยากฟื้นฟูเพลงลูกทุ่ง เพราะเด็กรุ่นใหม่ๆ มาร้องเพลงลูกทุ่งกันเยอะ เราต้องส่งเสริม เพื่อสร้างงานที่รักษาวัฒนธรรมตลอดไป งานนี้จะมีการจัดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม อาจจะเป็นเดือนพฤศจิกายน ที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ"



