
มองโลกอย่างวิกรม - ทำอย่างไรเศรษฐกิจไทยจะโต 5-7% ต่อปี สำหรับหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
ประเทศไทยในอดีตนั้นเราเป็นผู้นำของภูมิภาคและไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตกเลย ในขณะที่ทั้งโลกถูกรุกรานโดยฝรั่งนักล่าอาณานิคม ไทยสามารถเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ด้วยตัวของเราเอง เพราะประเทศไทยคือศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจในตะวันออกไกลที่ชาวยุโรปและเอเชียจะเดินทางเข้ามาค้าขายและพักอาศัย ในอดีตไม่ว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์มีชาวต่างประเทศมากมายต่างเข้ามารับราชการในตำแหน่งสำคัญต่างๆ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของนานาชาติและการค้าขายที่มีความเป็นเสรีมากที่สุดของภูมิภาค
ในวันนี้โดยทำเลที่ตั้งของประเทศไทยถือว่า อยู่ตรงกลางของภูมิภาคคือใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมงก็ถึงเมืองย่างกุ้ง เวียงจันทน์ พนมเปญและไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ และทุกสายการบินของโลกที่จะบินผ่านภูมิภาคนี้จะต้องแวะจอดที่กรุงเทพฯ มานับตั้งแต่เรามีสนามบินเมื่อร้อยปีที่แล้ว
สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่ทำให้ไทยได้เปรียบทุกประเทศในภูมิภาคบวกกับความอุดมสมบูรณ์ของไทยจนไทยเป็นครัวโลกที่มีอาหารส่งออกมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้เราได้รับการยอมรับว่าเป็น “ครัวของโลก” นอกเหนือไปจากความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทยที่ให้ความร่วมมือกับนานาชาติทั่วโลกจนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางขององค์การทางการทูตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จากเงื่อนไขทั้งอดีตและปัจจุบัน ผมเชื่อว่าประเทศไทยเราจะมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ ในปีนี้มีการคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) อาจจะเติบโตถึง 6% ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นไปได้อย่างมาก ถึงแม้การท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบจากการประท้วงและมีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองเราช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ตัวเลขการส่งออกของไทยมีการขยายตัวถึงกว่า 40% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมากเพราะเกือบ 70% ของ GDP ของไทยต้องอาศัยการส่งออกและการค้าขายกับต่างชาติ
ผมมองว่า หากประเทศไทยไม่มีความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง หรือสามารถแก้ไขแล้วนำไปสู่ความสงบสุขในสังคมได้โดยคณะปรองดองต่างๆ ที่มีดร.คณิต ณ นคร หรือคณะของอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน และนพ.ประเวศ วะสี กำลังดำเนินการอยู่ น่าจะเป็นการนำไปสู่ทางออกที่หลายฝ่ายจะยอมรับกันได้
หากเป็นเช่นนั้นจริงผมคิดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2553 นี้อาจจะเติบโต 6-7% ได้ ผมยังมีความหวังและเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยและคนไทยว่า “เราทำได้” หากคนไทยรักและสามัคคีกัน ไทยเราจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างเช่นในอดีต
"วิกรม กรมดิษฐ์"



