บันเทิง

รู้ทันกฎหมาย - ฟ้องหมอ

รู้ทันกฎหมาย - ฟ้องหมอ

05 ส.ค. 2553

คนเป็นหมอก็จะได้รับความเคารพ นับถือ และมีเกียรติ คนไข้ก็แสนจะว่าง่าย เพราะไม่ว่าหมอจะบอกอะไรก็ทำตามไปหมด เชื่อฟังเสียยิ่งกว่าพ่อแม่ตัวเองอีก

  คนไข้ย่อมคาดหวังว่า หมอจะรักษาหรือบำบัดอาการให้หายขาดได้  และยามใดที่คนไข้ผิดหวัง   และหมอไม่อาจหรือไม่อยมที่จะอธิบายให้เข้าใจว่า ทำไมไม่หายหรือทำไมถึงตาย  ข้อสงสัยและหวาดระแวงจึงตามมา  

 แม้ว่าหมอจะต้องมีเมตตาต่อคนไข้  แต่หมอในสมัยปัจจุบันให้ความสำคัญด้านจิตใจน้อยลงไป มัวแต่ให้เวลากับการรักษา  จนคนไข้รู้สึกว่า ได้รับการรักษาในเชิงการค้ามากกว่าความเมตตาที่แทรกอยู่ ความรู้สึกเกรงใจจึงเริ่มน้อยลงไป  หมอเองก็หวาดระแวงคนไข้เพราะหลายรายเริ่มหัวหมอใส่หมอจนหมดกำลังใจ

 ในด้านกฎหมาย  หมอมีหน้าที่ที่จะต้องทำในฐานะผู้ให้การรักษาบำบัดเยียวยา  หากทำไปแล้วไม่สำเร็จตามเป้าหมาย ไม่ได้หมายความว่า หมอมีความผิดไปเสียทุกราย  ต้องดูในรายะเอียดว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องขึ้น

 แทบจะหาไม่ได้ที่หมอจะตั้งอกตั้งใจทำให้คนไข้เสียหายหรือตายจากการรักษา  เว้นแต่เล็งเห็นได้ว่าทำแบบนี้มีโอกาสตาย และไม่มีเหตุผลอื่นมาอธิบายว่าทำไมถึงตัดสินใจเช่นนั้น   กฎหมายท่านก็ให้ถือเป็นเจตนาได้

 ที่เกิดขึ้นเสมอก็ คือความประมาทเลินเล่อเป็นประจำ ในฐานะที่เป็นหมอก็ต้องทำหน้าที่อันเกี่ยวถึงความเป็นตายและสุขภาพร่างกายของมนุษย์ด้วยความไม่ประมาท  ไม่เช่นนั้นก็ถือว่าหมอมีความผิดทางอาญาได้

 นอกเหนือจากความรับผิดชอบทางอาญาของหมอแล้ว   ยังต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น  ซึ่งคำนวณกันเป็นตัวเลขตัวเงินก็มีจำนวนไม่น้อยในมูลค่าของชีวิตร่างกายคน  ในการทำหน้าที่ของตนหมอจึงอาจเสียทั้งเงินและอิสรภาพ

 นอกจากหมอแล้ว  โรงพยาบาลหรือคลินิก  ก็อาจตต้องรับผิดชอบทางแพ่งในความเสียหายด้วย   แต่ก็ต้องดูความสัมพันธ์ว่าหมอเป็นลูกจ้างโรงพยาบาลหรือเปล่า

 แต่ก็ใช่ว่าโรงหมอจะรอดตัวเสมอไป หากว่ามีส่วนในการประมาทเลินเล่อด้วยเมื่อไหร่ก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน เช่น  เครื่องมือปั๊มหัวใจไม่ทำงานได้ จอดเอาไว้พอจะใช้แล้วถึงรู้ว่าเครื่องเสีย  เป็นต้น 

 ค่าเสียหายมักเป็นตัวเลขสูงจนน่าใจหาย  เพราะคำนวณจากค่าของชีวิตคนจนหมดกำลังใจจะจ่าย  ถึงได้มีความพยายามยกร่างกฎหมายมาช่วยผ่อนคลายปัญหานี้

 คนไข้บางรายก็หัวหมอเกินไป  ไม่พอใจก็ฟ้องไปโดยไม่ได้พิจารณาว่าหมอหรือโรงพยาบาลต้องรับผิดหรือไม่ บางทีคนไข้อาจมีส่วนผิดก็ได้เพราะปิดบังข้อมูล  แบบนี้หมอก็เสียหายเสียเวลาและกำลังใจเหมือนกัน

 คู่กับหมอก็ต้องพยาบาล    ซึ่งก็ยังไม่รอดจากความรับผิด  เช่น ฉีดยาผิดพลาดไม่ได้ขนาดตามที่หมอสั่ง พยาบาลก็ต้องรับผิดทั้งแพ่งและทางอาญาได้ไม่น้อยหน้า

 เมื่อรู้อย่างนี้ คนไข้ก็ไม่ต้องกังวลใจว่ากฎหมายตัวใหม่จะออกมาอย่างไร  เพราะกฎหมายหลักทั่วไปก็ให้สิทธิเรียกร้องเอาเรื่องกับหมอและพยาบาลรวมทั้งโรงพยาบาลได้อยู่แล้ว   

 ส่วนคุณหมอก็ต้องเปิดใจกับกฎหมายฉบับใหม่  อย่าเข้าใจว่าถูกกระชับพื้นที่ในการทำหน้าที่  เพราะเป็นกฎหมายที่ผ่อนปรนและแบ่งเบาภาระมากกว่า 

 ไม่ว่าจะจัดกองทุนเอาไว้ด้วยความใส่ใจเป็นห่วงผู้ให้บริการสาธารณสุขไม่ให้หมดกำลังใจ หากต้องจ่ายค่าเสียหาย  เพราะไม่ใช่หมอจะรวยเสียทุกรายเมื่อไหร่  และยังเป็นหลักประกันให้คนไข้ได้รับการชดเชยความเสียหายโดยไม่ต้องลุ้นว่าหมอจะจ่ายหรือไม่ด้วยเช่นกัน 

 งานนี้อยู่ที่ใจของทั้งหมอทั้งคนไข้ในเมตตาและความเข้าใจต่อกัน บนพื้นฐานที่ว่า ทั้งสองฝ่ายก็อยากจะรักษาและได้รับการรักษาให้หายขาดหรือดีขึ้นไม่ยิ่งหย่อนต่อกัน 

 กฎหมายไม่ใช่เครื่องต่อรองแต่เป็นเพียงช่องทางเรียกร้องและรองรับสิทธิทั้งหลายหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา เท่านั้นเอง

"ศรัณยา ไชยสุต"