บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - "สื่อ" ภาษา

มองผ่านเลนส์คม - "สื่อ" ภาษา

05 ส.ค. 2553

ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล เป็นผู้หนึ่งที่คนในแวดวงสื่อสารมวลชนให้การยอมรับ และเรียกว่า "อาจารย์" ได้อย่างเต็มปาก

 ทุกวันนี้ ดร.สมเกียรติ ยังเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และนักศึกษาที่เรียนทางนี้

 ดร.สมเกียรติ ได้พูดถึงกรอบจริยธรรมของสื่อมวลชนที่ดีว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง 
 โดยหลักง่ายๆ มีอยู่ว่า ข้อ 1.จงรักภักดีต่อพลเมืองหรือสาธารณชน คือความจงรักภักดีต่อผู้อ่าน หนังสือพิมพ์ต้องจงรักภักดีต่อผู้อ่าน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร ทุกคนที่อ่านหนังสือของเรา ตั้งแต่ห้องสมุดไปจนถึงร้านกาแฟ ในตลาด คุณต้องภักดี หลับตาแล้วเห็นเลยว่า เขียนให้เขาอ่าน

 2.ยึดมั่นในความจริง 3.ต้องตรวจสอบความจริงที่หามาได้ 4.การทำสื่อให้เป็นเวทีสาธารณะ 
 (ขยายความว่า)...อย่างสมัยก่อน กระทั่งปัจจุบันยังมีอยู่ก็คือการเขียนจดหมายแลกเปลี่ยน ซึ่งปัจจุบันอาจจะไม่พอแล้ว ดังนั้นต้องมีคอลัมน์ที่เปิดพื้นที่ให้คนอ่านแสดงความคิดเห็นที่ยาวกว่าการเขียนจดหมายด้วย หรือไม่ก็สำรวจความคิดเห็น เพราะว่าเวทีสาธารณะมันสำคัญ

 นอกนั้นก็เป็นกรอบจริยธรรมโดยอาชีพทั่วๆ ไป อย่าง ไม่คอรัปชัน ตรวจสอบผู้มีอำนาจ ก็ปลีกย่อยกันไป
 ได้ยิน ดร.สมเกียรติ พูดแล้ว ง่ายดีใช่มั้ย แล้วถ้าโยงมาที่แวดวงบันเทิงบ้างล่ะ ใช้สูตรเดียวกันได้หรือเปล่า
 ต้องบอกว่า กรอบเกณฑ์นี้น่าจะใช้ได้กับการทำงานข่าวทั่วโลก

 แต่ที่น่าสนใจ เป็นประเด็นไม่ใหญ่ แต่น่าคิดก็คือ ดร.สมเกียรติ บอกว่าการเปิดพื้นที่ให้คนได้สื่อสาร โดยใช้การเขียนให้มากขึ้น 

 เหตุที่หยิบยกขึ้นมา ก็เพราะว่าเราเพิ่งผ่านวันภาษาไทยมาได้ไม่กี่วัน และสิ่งที่ผู้ใหญ่ในกระทรวงวัฒนธรรมชี้ไว้ ก็คือ ความวิบัติของภาษาไทย ในยุคโซเชียลมีเดีย

 การสื่อสารเฉพาะกลุ่ม อาจขยายเป็นความคุ้นชิน และอาจไม่รู้ว่าการเขียนที่ถูกต้องคืออะไร
 เป็นห่วงว่าภาษาไทยจะกลืนกลาย และหายไปในที่สุด
 กระนั้น ยังได้ยินเสียงหลายคน ที่เห็นและเข้าใจว่าภาษาที่ผิดเพี้ยนไปบ้างตามยุคตามสมัย ก็คงต้องปล่อยไปตามกระแส 

 เพราะหากว่าเราแข็งแรงพอไม่ว่าในเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ พักหนึ่งแล้วเราก็จะกลับมาที่รากเหง้าเดิมได้เอง

 ที่เห็นการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้เกี่ยวข้องที่ออกมาให้สัมภาษณ์กันในแต่ละปี ก็เหมือนแค่เป็นการทำหน้าที่ ให้รู้ว่ากระทรวงวัฒนธรรมยังมีลมหายใจอยู่

 ดิฉันว่า ภาษาไทยก็ยังไม่หายหรือตายจากไปไหนหรอก ถ้ายังอยู่ในวิถีและความเข้าใจของคน ยังมองว่าเป็นภาษาที่มีชีวิตด้วยซ้ำ ที่มีการพลิกแพลง หรือหลุดลอดกรอบไปบ้าง 

 ถึงอย่างไรก็ขอขอบคุณ ดร.สมเกียรติ ที่เห็นว่าการใช้ภาษาจะสื่อความคิดสาธารณะได้อย่างดี และต้องขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมที่หาประเด็นมาให้เราได้พูดถึงกันอยู่เรื่อยๆ

 ขอบคุณภาษาไทยที่ให้ดิฉันเขียนในสิ่งที่ใจนึก

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"