
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - วัดชนบท
ผมเติบโตมาในชนบท ผูกพันกับวัด เสียงกองเพล เสียงระฆัง ต้นไม้ดอกไม้ในวัด ดอกเทียน ซุ้มกระดังงา ต้นพิกุล ต้นจัน ต้นโพธิ์ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนจะใกล้จะไกล ผมจะต้องหาโอกาสแวะวัด เพรัดยังเป็นศูนย์กลางของชุมชน ทุกคนในหมู่บ้านไม่มีใครที่ไม่เคยไปวัด แม้แต่คนที่ไม่ส
ตอนที่ผมตัดสินใจว่าจะลงหลักปักฐานสร้างบ้านให้ชีวิต ผมเลือกทำเลเอาตามความคิด ความฝัน ตามความประทับใจในวัยเด็ก ตามเสียงเรียกร้องของสายลม แม่น้ำ นกโพระดก และกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า
บ้านของผมอยู่ริมแควยม แวดล้อมด้วยป่ายาง(นา) มีวัดประจำหมู่บ้านอยู่ฝั่งแม่น้ำตรงข้ามกันพอดี มีทางดินสายเล็กๆ เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน
บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ แควยม แควน่าน และแควปิง เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์เพียบพร้อมข้าวปลาธัญญาหาร สวนผลไม้หลากหลายชนิดพันธุ์ ทุ่งนาไร้พริก ดงตาลโตนด ถนนหนทางเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน ตำบล
บริเวณที่ราบลุ่มต้นน้ำเจ้าพระยา เป็นพื้นที่ที่ “น่าอยู่” มาก เขียวชอุ่ม สมบูรณ์ สงบ สะดวก ปลอดภัย สาธารณูปโภคครบครัน สภาพแวดล้อมยังไม่เสียสมดุล แม้บางช่วงฤดูกาลเพาะปลูกจะมีการใช้สารเคมีมาก แต่ระยะหลังมานี้ มีการรณรงค์ด้านเกษตรทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ที่ราบลุ่มบริเวณสามเหลี่ยมที่แควน่าน (ยม+น่าน) บรรจบกับแควปิง (ปิง+วัง) นั้นเป็นพื้นที่สวยงาม ผมเคยขับรถเลาะเลียบแควน่านด้านตะวันตกผ่านวัดสวยๆ หลายวัด แวะคุยกับชาวบ้านระหว่างทาง บ้างทำน้ำตาลโตนด บ้างเลี้ยงปลาบ่อ ปลากระชัง บ้างปลูกพืชผัก เช่น มะระขี้นก ถั่วฝักยาว บ้างทำสวนผลไม้ เช่น ส้มโอ มะปราง แวะเยี่ยมบ้าน “แตรวง” ที่ยังมีงานหาอยู่ตลอดปี ทั้งแห่นาค และงานศพ ผมเองก็มีญาติฝ่ายแม่ที่มีวงแตรวงที่แปรสภาพเป็นวงดนตรีด้วย ในวัยหนุ่มเคยเป็นนักร้อง ร้องเพลงเชียร์รำวง แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียง 3 - 4 ปี แต่ก็โชกโชนพอตัว น้องๆ ยอดรักสลักใจเลยทีเดียว นึกย้อนไปสามสิบปี เห็นภาพตัวเองใส่กางเกง “มอสขาบาน” สวมเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อน ยืนอยู่หน้าไมค์ไฟส่องหน้า
อำเภอชุมแสงช่วงตำบลโคกหม้อไปถึงตำบลทับกฤช เป็นพื้นที่ทำเลงามสำหรับผม มีวัดโคกหม้ออยู่ริมแม่น้ำ ไม่มีอะไรสลักสำคัญยิ่งใหญ่ทางด้านศิลปะ หรือประวัติศาสตร์ แต่ก็มีศาลาหลังเล็กๆ ที่น่ารักหน้าบันศาลามีลวดลาย ฝีมือช่างพื้นบ้านที่สวยแปลกตาอย่างใสซื่อ
อีกวัดคือวัดโพธิ์สุทธาวาส เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2505 โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำจากวัดท่าซุง มานำสร้างอุโบสถไว้ตรงบริเวณที่หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค เคยจาริกแรมรอนผ่านทางมา (เพื่อจะไปพิษณุโลก) และท่านได้มาพักฉันเพลที่นี่ นามเดิมคือวัดโพธิ์ประชาราษฎร์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดโพธิ์สุทธาวาส
ตามนามหมู่บ้าน (บ้านต้นโพธิ์) ผสมกันนามสกุลเดิมของหลวงปู่ปาน คือ สุทธาวงศ์ วัดนี้มีพระพุทธรูปยืนนามพระพุทธโคดม..สูงตระหง่านหันหน้าไปทางแม่น้ำ เป็นวัดที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ (พ.ศ.2505) อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รูปเหมือนหลวงปู่ปาน และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ รูปเหมือนองค์ใหญ่ อยู่ในวิหารโปร่งโล่ง เห็นได้แต่ไกลจากถนนลาดยางสายชนบท ยังรอจิตศรัทธาจากมหาชนมาเติมเต็มความสมบูรณ์
เที่ยววัดแล้วผมยังแวะดูเรือกสวนไร่นา ไร่มะระขี้นกที่ทำเป็นล่ำเป็นสัน ทำค้างให้มะระไต่เลื้อย เป็นล็อกๆ เวลาเดินชมเหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์
ผมไม่เคยเบื่อหน่ายอ่อนล้ากับการเดินทางแม้ก้าวออกจากประตูบ้านเพียงสองสามก้าว ก็ถือเป็นการเดินทางแล้วสำหรับผม แม้ผมจะชอบเข้าวัด แต่กลับรู้สึกว่ายังห่างไกลกับจุดหมายปลายทางของชาวพุทธ คือได้ใกล้ชิด “พระนิพพาน” ผมเพียงรู้สึกสนุกกับการดำเนินชีวิตอย่างมีศิลปะมากกว่าจะคร่ำเคร่งในวัตรปฏิบัติ ตามรูปแบบ แต่ถ้าถามว่า ดำเนินชีวิตอย่างมีศิลปะนั้นทำอย่างไร หรือเป็นอย่างไร ผมก็คงต้องเลี่ยงเร่เฉไฉไปทางอื่น ไม่ขอทำตัวเป็นนักเทศนา หากจะตอบก็คงตอบว่า “ตัวใครตัวมัน” ครับ เพราะบางครั้งผมก็นั่งมองพระพุทธรูปในโบสถ์ วิหาร ได้เป็นชั่วโมง โดยไม่ได้กราบพระเสียด้วยซ้ำ และก็เคยพนมมือรับศีลอยู่บ่อยๆ โดยมีภาคปฏิบัตินั้นยังตกๆ หล่นๆ
"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"



