บันเทิง

คมเคียวคมปากกา-ข้อคิดจากการวิวาท

คมเคียวคมปากกา-ข้อคิดจากการวิวาท

02 ส.ค. 2553

เดือนที่ผ่านมา มีเรื่องบาดหมางระหว่างนักร้องกับคนแต่งเพลงซึ่งเป็นคนมีฝีมือคู่หนึ่ง ไม่ใช่จะอยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ประเด็นที่เขาวิวาทกันน่าสนใจและควรนำมาคิดต่อ

 เรื่องเกิดขึ้นตรงที่ฝ่ายนักร้องเมื่อขึ้นไปบนเวทีร้องเพลง ได้พูดจาแหย่กันกับพิธีกรว่า นักร้องเสียงดีร้องเพลงมีคุณภาพแต่ทำไมไม่ค่อยได้รับรางวัลอะไรกับเขาสักที

 คำตอบออกมาจากปากนักร้องว่า รางวัลบางสถาบันมีการซื้อขายกัน คนทำงานดีๆ จึงไม่มีโอกาสได้รับกับเขา

 พอถึงคราวนักแต่งเพลงขึ้นไปบนเวทีก็สวนหมัดทันควันว่า การแจกรางวัลนั้น ถ้านักร้องนิสัยไม่ดี (ที่จริงใช้คำแรงกว่านี้) ก็ไม่มีใครเขาอยากจะมอบให้ เท่านั้นแหละแขกเหรื่อที่ไปร่วมงานต้องเปลี่ยนหน้าที่เป็นกรรมการห้ามมวยกันจ้าละหวั่น โชคดีที่ไม่มีเลือดตกยางออกต้องแจ้งความเป็นข่าวใหญ่อับอายขายหน้า

  หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ฝ่ายแรกพูดออกไปโดยไม่ได้ระบุว่า เป็นรางวัลอะไร ซึ่งไม่น่าจะผิดเพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นกันในสังคมประชาธิปไตย

ในวงการเพลงลูกทุ่งคนกล้าคิดกล้าพูดเพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งดีๆ มีน้อยนักมีแต่พวกอีแอบ ชอบนินทากันตามวงเหล้า ถึงเวลาที่ต้องแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมคนหมู่มาก กลับเอออวยไปกับเขาอย่างนั้น

 ด้านฝ่ายหลังเอง ซึ่งเป็นคนทำงานคุณภาพในวงการ อาจจะเกิดความรู้สึกว่า ไม่ยุติธรรมที่จะกล่าวหากันเช่นนี้ แต่ก็ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า การมอบรางวัลการร้องเพลง มันมีข้อกำหนดว่า ต้องดูกันไปถึงความประพฤติอย่างกับการประกวดนางงามเลยอย่างนั้นเชียว หรืออาจเป็นมาตรฐานใหม่ของการตัดสินรางวัลบ้านเรา

 ในประเด็นนี้น่าห่วงว่าถ้านำเอาคุณสมบัติข้อนี้มาตัดสินด้วย น่าเกรงว่า คนที่ควรจะได้รับรางวัลทั้งหญิงชายอาจจะหล่นหายไปหลายคน

 สิ่งที่ควรตระหนักกันเมื่อเกิดปัญหาวิวาทเช่นนี้ เราควรจะมีการพูดคุยกันให้ปัญหาได้รับการสะสางไป อย่าปล่อยไว้เป็นสงครามน้ำลายโต้ตอบกันไม่ก่อประโยชน์อันใด

 สถาบันใดที่จัดแจกมอบรางวัลก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นอย่างที่เขากล่าวหามาหรือไม่ เอาเนื้องานมาเป็นคำตอบกันเลยดีกว่า เพราะบางคนกลับมองว่า ถ้าไม่มีมูลฝอยก็คงไม่มีสุนัขไปขี้

 การเกิดข้อพิพาทต่างๆ เหล่านี้จึงมีประโยชน์ที่จะทำให้คนทำงานทุกฝ่ายได้มาทบทวนการทำงานกันว่าโปร่งใสเพียงใด อย่ามองว่าเป็นเรื่องฮาสนุก เล่าต่อกันไปเป็นตำนาน

 แต่ทางที่ดีที่สุดในการขจัดข้อสงสัยเหล่านี้คือ การหาโอกาสไปไถ่ถามกันแบบต่อตัวตัว เพื่อให้ได้คำชี้แจงแบบพูดสบตากัน น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน สิ่งที่ค้างคาใจถูกปัดเป่าไป และอาจจะทำให้คนที่บาดหมางกันมานาน กลับกลายเป็นเพื่อนรัก ศิษย์รัก กอดคอชนแก้วกันก็เป็นได้

 อย่างไรก็ตามคนในวงการหลายคนต่างขอบคุณความกล้าหาญของคนทั้งสองที่เปิดประเด็นนี้มาให้ได้หลายคนได้คลายความสงสัยและก้าวไปสู่การทำงานไม่ว่าสถาบันใดๆ จะต้องทำให้เป็นที่ยอมรับของคนในวงการให้จนได้

 เพราะเราต่างก็รู้ว่าทุกคนอยากทำให้วงการเพลงลูกทุ่งมีภาพลักษณ์ดีขึ้นกันทั้งนั้นแหละ