
กวนเพลงให้น้ำใส - ความแตกต่างของ "คม ชัด ลึก อวอร์ด" ครั้งที่ 6
พิธีประกาศและมอบรางวัล "คม ชัด ลึก อวอร์ด" ครั้งที่ 6 ในประเภทละครโทรทัศน์ และประเภทภาพยนตร์ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ เซ็นเตอร์พ้อยท์ เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซา
ส่วนพิธีประกาศและมอบรางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด ในประเภทเพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยสากล (สตริง) จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (ศุกร์ที่ 27 มี.ค.) ในช่วงเวลายามบ่าย และค่ำ ณ สถานที่เดียวกัน
ปีนี้ มีเสียงถามไถ่กันเป็นพิเศษว่าเหตุใดต้องจัดงานขึ้นถึง 2 วัน
เหตุผลหลักๆ น่าจะมาจากบทเรียนในการจัดงาน 5 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลายาวนานในพิธีประกาศและมอบรางวัล เนื่องจากมีประเภทของรางวัลมากถึง 4 ประเภทด้วยกัน โดยในแต่ละประเภทยังแยกย่อยออกเป็นสาขาต่างๆ อีกหลายสาขาเพื่อครอบคลุมให้ครบถ้วน
นอกจากนี้ยังมีรางวัลมหาชน หรือป๊อปปูลาร์ โหวต อันเป็นเสียงสะท้อนจากผู้อ่านหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก อีกส่วนหนึ่งด้วย
เมื่อตัวรางวัลมีรายละเอียดมากขนาดนี้ และทางผู้จัดงานต้องการเผยให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น ย่อมต้องใช้เวลาในการจัดงานเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา ในปีนี้จึงเป็นการทดลองแยกวันในการจัดออกเป็น 2 ส่วน อย่างไรก็ดี ในปีหน้า การจัดงานอาจปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมยิ่งขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ การมอบรางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด แตกต่างจากรางวัลอื่นๆ ตรงที่เราไม่ได้ใช้ “คณะกรรมการรวม” พิจารณารางวัลทุกประเภท แต่แบ่งออกเป็น “คณะกรรมการเฉพาะ” ในประเภทนั้นๆ ซึ่งมีถึง 4 ชุดด้วยกัน เพื่อให้มีความแม่นยำและถูกต้องในการประเมินคุณค่ามากที่สุด
เพราะ “พหูสูต” ที่รู้ทุกเรื่องนั้น อาจมีอยู่จริง แต่คงมีอยู่ไม่มากนัก
กล่าวคือคณะกรรมการตัดสินรางวัลประเภทเพลงลูกทุ่งย่อมต้องมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งเป็นอย่างดี และจะให้กรรมการส่วนนี้ไปพิจารณารางวัลประเภทละครโทรทัศน์ หรือ ภาพยนตร์ คงเป็นไปได้ยาก ถึงจะใช้หลักการวิเคราะห์และการประเมินคุณค่าใกล้เคียงกันก็ตาม
สถานะของรางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด เป็นเพียงภาพสะท้อนของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหมุนเวียนกันมาทำหน้าที่ บางท่านเป็นตัวแทนวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษในประเภทของรางวัลนั้นๆ
ด้านหนึ่งรางวัลของ คม ชัด ลึก มีขึ้นเพื่อมอบกำลังใจให้คนทำงานสร้างสรรค์ ในส่วนอีกด้านหนึ่ง มีขึ้นเพื่อให้สังคมไทยได้ตระหนักรับรู้และซาบซึ้งถึงคุณค่าของผลงานดีๆ ที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา
บ่อยครั้งที่ผลงานเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในกระแสนิยม หรือไม่ได้รับการโปรโมทผ่านสื่อต่างๆ เหมือนผลงานที่มุ่งผลิตเพื่อขายโดยทั่วไป แต่ด้วยการเฟ้นหา เลือกสรรของคณะกรรมการ กระบวนการถกเถียงแลกเปลี่ยนในลักษณะของ “วิวาทะทางปัญญา” ของเหล่าคณะกรรมการในที่ประชุมที่มีขึ้นตลอดทั้งปี น่าจะเป็นดอกผลที่เราหวังว่า ผู้คนในสังคมไทยจะให้ความสนใจไม่มากก็น้อย
ไม่ว่าผลของรางวัลที่ปรากฏ จะ “ตรง” หรือ “ไม่ตรง” กับใจของคุณ เราหวังว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิด “วิวาทะทางปัญญา” เช่นเดียวกัน เหมือนดังที่คณะกรรมการได้ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว
"อนันต์ ลือประดิษฐ์"



