บันเทิง

รู้ทันกฏหมาย - แจ้งความ

รู้ทันกฏหมาย - แจ้งความ

29 ก.ค. 2553

พอพูดเรื่องแจ้งความก็ต้องได้รู้ว่ามีความให้ต้องแจ้ง และไม่ต้องสงสัยว่าจะไปแจ้งที่ไหนนอกจากโรงพักที่พึ่งของคนมากมายยามที่ได้รับความเดือดร้อน

   ไม่มีใครอยากขึ้นโรงพักหรอก ไม่ว่าจะเป็นคนไปแจ้งความหรือคนที่ถูกแจ้งความ คนสมัยก่อนถือสาว่าขึ้นโรงพักเมื่อไหร่ อาจซวยตลอดปีนั้นได้ ห่างไกลตำรวจเข้าไว้เป็นดี ทั้งๆที่ตำรวจเป็นผู้ที่ดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบสุขให้แก่ประชาชน

 เวลาสุขสบายก็ไม่รู้จะแจ้งความสุขให้ตำรวจทราบไปทำไม ถ้าไม่มีญาติหรือเพื่อนเป็นตำรวจก็ไม่อยากไปเดินเล่นบนโรงพัก แม้รู้จักยังไม่อยากนัดพบกันที่นั่นเลย แต่พอเดือดร้อนเมื่อไหร่ก็อยากจะไปบอกตำรวจให้ช่วยจัดการให้

 ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เดือดร้อนแล้วแจ้งความได้ไปเสียหมด  ต้องตั้งสติให้ดีว่ามีปัญหาอะไรและจะไปหาตำรวจทำไม  แจ้งความเพื่ออะไร   อย่าเพิ่งด่วนกล่าวหาว่าตำรวจไม่ใส่ใจไม่ยอมรับแจ้งความไว้  ต้องรู้และเข้าใจกฎหมายด้วยเหมือนกัน
 
 การไปแจ้งความก็เพราะมีการกระทำที่ผิดกฎหมายและคนแจ้งความเป็นผู้เสียหาย  เช่นถูกทำร้าย  ขโมยขึ้นบ้าน แม้กระทั่งถูกตบหน้าหรือว่าถูกด่าว่าหรือนินทา  ก็มาหาตำรวจได้  ตำรวจก็จะรับแจ้งความและดำเนินการสืบสวน สอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาจัดการตามกฎหมายต่อไป 

 วัตถุประสงค์ในการไปแจ้งความจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องรู้เอาไว้  ไม่ใช่ใจลอยนึกอะไรไม่ได้ก็ไปแจ้งความไว้ก่อน  เพราะการแจ้งความหมายถึงการร้องทุกข์กล่าวโทษว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น หรือมีใครทำผิดอย่างไร  
 ในกรณีนี้ก็ไม่ต้องมีความรู้กฎหมายมากมาย  เป็นหน้าที่ตำรวจที่จะปรับบทกฎหมายว่าเป็นความผิดอะไร  แต่ที่ต้องรู้เอาไว้ก็คือต้องเป็นความผิดกฎหมายในทางอาญา 

 แค่เพียงผิดสัญญาต่อกันยังไม่ถึงขึ้นจะร้องทุกข์ได้ แต่ถ้าหลอกลวงฉ้อโกงจนเราหลงเชื่อไปทำสัญญาให้ประโยชน์เขาไป  อย่างนี้เข้าข่ายข้อหาทางอาญา  ตำรวจก็จะรับแจ้งความไว้

 บางทีไม่มีผู้กระทำความผิดก็มีสิทธิไปแจ้งความได้  ที่ทำกันแพร่หลายก็ได้แก่กรณีที่ทำเอกสารหาย ก็ต้องใช้บริการโรงพักจนได้ เพราะต้องไปแจ้งความเอาไว้ว่าของหาย ตำรวจจะบันทึกการแจ้งความให้แล้วเราก็นำหลักฐานการแจ้งความไปยื่นเรื่องเพื่อออกเอกสารใหม่แทนเอกสารที่หายไป

 แจ้งความแบบนี้ไม่ได้มีเป้าหมายจะไปเอาเรื่องเอาความใครเขา  แต่เราต้องการหลักฐานเพื่อนำไปดำเนินการต่อไป  ตำรวจก็ยังรับแจ้งความให้แล้วก็บันทึกหลักฐานให้ไป  ไม่มีคดีที่ต้องตามจับใครมาลงโทษ

 นอกจากของหายที่ต้องไปแจ้งความ คนหายก็แจ้งได้   และที่เริ่มนิยมทำกันประปรายก็เป็นคนรักหนีหายไป  ถูกสามีทิ้งหรือไล่ออกจากบ้านไม่ถึงขั้นต้องดำเนินคดีกับเขา  แต่ถ้าเราต้องการบันทึกเอาไว้ ว่าสามี่ขู่จะทำร้าย หรือเราต้องออกจากบ้านไปเพราะถูกไล่ไม่ใช่ทิ้งเขา การไปแจ้งเรื่องเหล่านี้เป็นการแจ้งเพื่อเป็นหลักฐาน 

 เวลาก็เป็นเงื่อนไขในการแจ้งความ  จะดำเนินการก็ต้องทำเสีย มัวแต่รีรอตัดสินใจ  ในคดีที่ยอมความกันได้  หากทิ้งไว้เลย 3 เดือนเมื่อไหร่   กฎหมายก็ตัดสิทธิในการดำเนินคดีกับผู้ร้ายคนนั้นแล้ว

 แจ้งแล้วก็ถอนได้  แต่ถ้าเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ตำรวจก็ต้องทำสำนวนดำเนินการต่อไป  และหากซี้ซั้วแจ้งความเพื่อขู่อีกฝ่ายในเรื่องที่ไม่จริงเมื่อไหร่  อีกฝ่ายแจ้งความกลับสวนหมัดเข้าให้ คนแจ้งก็จะกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายฐานแจ้งความเท็จไป 

 การแจ้งความจึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนทำ  ถามผู้รู้ที่อยู่บนโรงพักคือตำรวจเสียก่อนเป็นปลอดภัย..

"ศรัณยา ไชยสุต"