
รู้ทันกฏหมาย - แจ้งความ
พอพูดเรื่องแจ้งความก็ต้องได้รู้ว่ามีความให้ต้องแจ้ง และไม่ต้องสงสัยว่าจะไปแจ้งที่ไหนนอกจากโรงพักที่พึ่งของคนมากมายยามที่ได้รับความเดือดร้อน
ไม่มีใครอยากขึ้นโรงพักหรอก ไม่ว่าจะเป็นคนไปแจ้งความหรือคนที่ถูกแจ้งความ คนสมัยก่อนถือสาว่าขึ้นโรงพักเมื่อไหร่ อาจซวยตลอดปีนั้นได้ ห่างไกลตำรวจเข้าไว้เป็นดี ทั้งๆที่ตำรวจเป็นผู้ที่ดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบสุขให้แก่ประชาชน
เวลาสุขสบายก็ไม่รู้จะแจ้งความสุขให้ตำรวจทราบไปทำไม ถ้าไม่มีญาติหรือเพื่อนเป็นตำรวจก็ไม่อยากไปเดินเล่นบนโรงพัก แม้รู้จักยังไม่อยากนัดพบกันที่นั่นเลย แต่พอเดือดร้อนเมื่อไหร่ก็อยากจะไปบอกตำรวจให้ช่วยจัดการให้
ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เดือดร้อนแล้วแจ้งความได้ไปเสียหมด ต้องตั้งสติให้ดีว่ามีปัญหาอะไรและจะไปหาตำรวจทำไม แจ้งความเพื่ออะไร อย่าเพิ่งด่วนกล่าวหาว่าตำรวจไม่ใส่ใจไม่ยอมรับแจ้งความไว้ ต้องรู้และเข้าใจกฎหมายด้วยเหมือนกัน
การไปแจ้งความก็เพราะมีการกระทำที่ผิดกฎหมายและคนแจ้งความเป็นผู้เสียหาย เช่นถูกทำร้าย ขโมยขึ้นบ้าน แม้กระทั่งถูกตบหน้าหรือว่าถูกด่าว่าหรือนินทา ก็มาหาตำรวจได้ ตำรวจก็จะรับแจ้งความและดำเนินการสืบสวน สอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาจัดการตามกฎหมายต่อไป
วัตถุประสงค์ในการไปแจ้งความจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องรู้เอาไว้ ไม่ใช่ใจลอยนึกอะไรไม่ได้ก็ไปแจ้งความไว้ก่อน เพราะการแจ้งความหมายถึงการร้องทุกข์กล่าวโทษว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น หรือมีใครทำผิดอย่างไร
ในกรณีนี้ก็ไม่ต้องมีความรู้กฎหมายมากมาย เป็นหน้าที่ตำรวจที่จะปรับบทกฎหมายว่าเป็นความผิดอะไร แต่ที่ต้องรู้เอาไว้ก็คือต้องเป็นความผิดกฎหมายในทางอาญา
แค่เพียงผิดสัญญาต่อกันยังไม่ถึงขึ้นจะร้องทุกข์ได้ แต่ถ้าหลอกลวงฉ้อโกงจนเราหลงเชื่อไปทำสัญญาให้ประโยชน์เขาไป อย่างนี้เข้าข่ายข้อหาทางอาญา ตำรวจก็จะรับแจ้งความไว้
บางทีไม่มีผู้กระทำความผิดก็มีสิทธิไปแจ้งความได้ ที่ทำกันแพร่หลายก็ได้แก่กรณีที่ทำเอกสารหาย ก็ต้องใช้บริการโรงพักจนได้ เพราะต้องไปแจ้งความเอาไว้ว่าของหาย ตำรวจจะบันทึกการแจ้งความให้แล้วเราก็นำหลักฐานการแจ้งความไปยื่นเรื่องเพื่อออกเอกสารใหม่แทนเอกสารที่หายไป
แจ้งความแบบนี้ไม่ได้มีเป้าหมายจะไปเอาเรื่องเอาความใครเขา แต่เราต้องการหลักฐานเพื่อนำไปดำเนินการต่อไป ตำรวจก็ยังรับแจ้งความให้แล้วก็บันทึกหลักฐานให้ไป ไม่มีคดีที่ต้องตามจับใครมาลงโทษ
นอกจากของหายที่ต้องไปแจ้งความ คนหายก็แจ้งได้ และที่เริ่มนิยมทำกันประปรายก็เป็นคนรักหนีหายไป ถูกสามีทิ้งหรือไล่ออกจากบ้านไม่ถึงขั้นต้องดำเนินคดีกับเขา แต่ถ้าเราต้องการบันทึกเอาไว้ ว่าสามี่ขู่จะทำร้าย หรือเราต้องออกจากบ้านไปเพราะถูกไล่ไม่ใช่ทิ้งเขา การไปแจ้งเรื่องเหล่านี้เป็นการแจ้งเพื่อเป็นหลักฐาน
เวลาก็เป็นเงื่อนไขในการแจ้งความ จะดำเนินการก็ต้องทำเสีย มัวแต่รีรอตัดสินใจ ในคดีที่ยอมความกันได้ หากทิ้งไว้เลย 3 เดือนเมื่อไหร่ กฎหมายก็ตัดสิทธิในการดำเนินคดีกับผู้ร้ายคนนั้นแล้ว
แจ้งแล้วก็ถอนได้ แต่ถ้าเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ตำรวจก็ต้องทำสำนวนดำเนินการต่อไป และหากซี้ซั้วแจ้งความเพื่อขู่อีกฝ่ายในเรื่องที่ไม่จริงเมื่อไหร่ อีกฝ่ายแจ้งความกลับสวนหมัดเข้าให้ คนแจ้งก็จะกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายฐานแจ้งความเท็จไป
การแจ้งความจึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนทำ ถามผู้รู้ที่อยู่บนโรงพักคือตำรวจเสียก่อนเป็นปลอดภัย..
"ศรัณยา ไชยสุต"



