
มองผ่านเลนส์คม - เสียงกวี...กลางกรุง!!
เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีงานอลังการกวี "กลางใจเมือง" ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
นำทีมโดยกวีซีไรต์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ พร้อมคนทำงานศิลปะรุ่นใหม่ ร่วมแสดงและอ่านบทวี ภายใต้ชื่อโครงการ “ฝันถึงสันติภาพ”
วันเสาร์ที่ดิฉันได้เข้าไปร่วมบรรยากาศ รู้สึกได้เลยว่า ทุกคนที่ขึ้นเวทีวันนั้น มาพร้อมพลังและความตั้งใจจริงๆ
ทว่า ถัดมาในช่วงหัวค่ำวันอาทิตย์ ก็มีข่าวบึ้มหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ ตาย 1 บาดเจ็บ 8!
ขณะที่เขียนต้นฉบับยังหาคนร้ายไม่ได้
แต่วันนี้เราอาจก้มหน้ารับแล้วว่า เราอยู่ในเมืองที่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอีกแล้ว
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เราเพิ่งจะได้รับเสียงยืนยันจากนิตยสารสหรัฐว่า กรุงเทพฯ ได้รับการโหวตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก
แม้ว่าวันต่อมา พื้นที่บริเวณหน้าห้าง จะกลับคืนสู่สภาพปกติ...ปกติเหมือนเมื่อครั้งที่สี่แยกราชประสงค์เคยทำ(ใจ)กันมา
อาการลืมง่ายอาจเป็นข้อดีสำหรับบางเรื่อง ขณะที่บางเรื่องเราน่าจะจดจำไว้ เพื่อเป็นบทเรียน และไม่ควรให้เกิดขึ้นอีกต่อไป
นั่นเอง อาจทำให้กลุ่มคนจัดงาน "อลังการกวี... กลางใจเมือง" อยากกระตุ้นให้เราไม่หลงลืมอะไรง่ายดายเกินไปนัก
ถึงแม้ว่ามันจะมาปลายทางก็ตามที...
การใช้สื่อผสมหลากหลายรูปแบบ เพื่อบอกเล่าถึงความรู้สึกต่อหายนะกลางใจเมือง และปลุกจิตสำนึก ในการแยกแยะความดีงาม ให้กลับคืนมา อาจเป็นแค่เพียงเสียงเล็กๆ ท่ามกลางเสียงรถราที่แออัด และเสียงระเบิดที่ดังจากอีกฟากฝั่งใกล้ๆ
แต่เสียงของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศักดิ์สิริ มีสมสืบ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ สุรชัย จันทิมาธร สินจัย เปล่งพานิช นภ พรชํานิ สกุล อินทกุล ตุล ไวฑูรเกียรติ รังสิมา กสิกรานนท์ ชูเกียรติ ฉาไธสง และน้องๆ กลุ่มกวีรุ่นเยาว์ นอกจากจะตั้งคำถามแล้ว ยังชวนให้เราย้อนกลับไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ
พลังในถ้อยคำ ทำให้เรารับรู้ถึงเหตุที่มาของปรากฏการณ์ ได้คิดทบทวนถึงความขัดแย้ง จนปลุกเร้าชักนำ ให้กลายเป็นการเรียกร้อง ในรูปแบบของการชุมนุม
แน่นอนว่าความหายนะกลางใจเมืองที่ผ่านมา มันพรากความรู้สึกดีๆ ไปมาก แต่การสร้างสรรค์แบบ “เผชิญหน้า”กับซากปรักหักพังที่เหลือจากวิกฤติการณ์บ้านเมืองในช่วง 19 พฤษภาคม ทำให้เราคิดอะไรได้มากมายเช่นกัน
แม้เสียงของพวกเขาจะไม่ดังนัก แต่ก็ทำให้เรามองอย่างเข้าใจมากขึ้น
อย่างน้อยก็เพื่อจุดประกายใหเราก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน อย่างเสมอภาค เป็นธรรม และเป็นสังคมประชาธิปไตยที่คาดหวัง
ถึงวันนั้น เราจะไม่ได้ยินเสียงปืนและเสียงระเบิดอีก!
" นันทพร ไวศยะสุวรรณ์ "



