
ไตรโทน - มันเป็นเรื่องโครโมโซม
มีเรื่องมาสะกิดใจที่ให้ต้องเล่าเราเรื่องนี้ให้ฟังครับ วันก่อนเจอผู้ปกครองจูงลูกเดินเข้ามาถามเราแบบตรงๆ ด้วยสีหน้าคาดหวังในคำตอบและดูจะเชื่อถือผมจนเกินเหตุ...
เนื่องจากรายการสอนเด็กทางช่อง 9 (the trainer 2) ทำให้ดูเหมือนผมเป็นครูสอนเด็กๆ ซึ่งก็รู้สึกเขินในจุดนี้ทีเดียว ถูกชมอีกนิดเดียวอาจทำให้ ชวนพี่จิ (จิรพรรณ อังศวานนท์) เปิดโรงเรียนสอนดนตรีได้เป็นแน่
คือที่จูงมาด้วยนั้นเป็นลูกชายวัย 15 ปี หน้าตาจัดว่าดี หรือดีเลยก็ไม่ทราบ เพราะผมไม่ถนัดดูผู้ชายเท่าไรโดยเฉพาะแนวเคป๊อปเนี่ย แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าเด็นคนนี้เล่นกีตาร์ครับ เรียนมาเลย แล้วก็มีที่ปรึกษาเยอะ จนเริ่มสับสน
เขาเริ่มงงว่าจะไปทางไหนดีระหว่างเป็นนักกีตาร์ที่ดี กับเป็นนักร้อง-นักเต้น หรือพูดอีกอย่างคือเป็นดาราแบบ มาริโอ เมาเร่อ หรือน้องเก้า จิรายุ ละอองมณี เป็นคำถามที่ทำให้ผมไปไม่เป็นเลยครับ คือจะตอบแค่สองคำแล้วเดินจากไปมันไม่ง่ายซะแล้ว จึงต้องมีการสนทนากันระดับหนึ่งจนได้เรื่องราวมาประมาณว่า คือแม่ของเขามีความคาดหวังในความสามารถของลูกสูง ลูกอยากจะเป็นอะไรก็ได้แต่อยากให้ถูกทางอย่างที่มันควรจะเป็น พ่อแม่ไม่ได้บังคับ คือเน้นให้เรียนหนังสือให้ดีอยู่แล้ว เพียงแค่อยากให้การใช้เวลาว่างเกิดประโยชน์มากๆ
โอโห เจออันนี้นี่อยากให้ผู้ปกครองทั่วโลกเอาเยี่ยงอย่างซะเหลือเกิน แต่พอเริ่มคุยๆ ไปเนี่ยดูมีนัยยะว่าถ้าลูกประสบความสำเร็จทางด้านนี้ก็จะดีใจมาก
ซึ่งมันเกิดขึ้นจริงแล้วครับเรื่องราวแบบนี้ในสังคมไทย เราต้องยอมรับว่าในปัจจุบันรายได้ที่ดีที่สุดและลงทุนน้อยที่สุดคือ วงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าใหน ฐานะใดก็ตาม ก็อยากจะเข้ามาอยู่ในวงจรแห่งนี้ ดังจะเห็นได้ว่ามีผู้มีอันจะกินเข้ามาประดับวงการบันเทิงในบทบาท พิธีกร ดารา หรือมีไว้เพียงเดินโชว์ตัวเปิดงานอีเวนท์ก็มีให้เห็น วันดีคืนดีลูกสาวกลับจากเมืองนอกหน่วยก้านดีเหลือเกิน ทำไงให้ดังข้ามคืน ก็นี่เลย ติดต่อกุนซือให้มาดูตัว จัดถ่ายชุดว่ายน้ำ ต้อนรับซัมเมอร์นี้ในนิตยสารรายปักษ์ขั้นเทพอย่าง ดิฉัน หรือ พลอยแกมเพชร เลยก็มี แล้วดูดีมากๆ ซะด้วยครับ
แบบนี้ก็มีให้เห็นครับ บางรายก็อาจจะไม่ใช่เงินเพียงอย่างเดียว เพียงแค่ต้องการเป็น somebody ไม่อยากจะเป็น nobody ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องน่าวิตกมากในปัจจุบัน ที่เป็นโรคที่แพร่ระบาดเข้าไปในทุกแห่งหน จนเราจะสังเกตได้ว่า เมื่อไรที่มีการเปิดรับสมัคร การประกวดในเวทีใดๆ ในวัยไหนๆ จะมีคนมาต่อแถวกันเป็นพันเป็นหมื่น รวมไปถึงการจัดงานแข่งขันประเภทนี้แบบใหม่ๆ ผุดขึ้นมาให้เห็นกันตลอด ผมไม่ต้องยกตัวอย่างนะครับ ไปไล่กันดูเอาเองว่ามีอะไรบ้าง
ที่รุ่งโรจน์อยู่ในจอทีวีทุกวันนี้ก็มาจากเวทีประกวดกันเยอะครับ ซึ่งก็เป็นปัจจัยหรือจะเรียกว่ากำลังใจให้คนรุ่นหลังอยากจะไปในจุดนั้นบ้าง ซึ่งผมมองว่าไม่มีอะไรเสียหายเลยครับ มิหนำซ้ำผมกลับมองว่าทุกอย่างมันง่ายจนดีเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับอเมริกา มีประชากรมากกว่าเราหลายเท่าตัว โอโห กว่าจะดังในฟากหนึ่ง ก็แทบตาย ต้องไปตีอีกฟากหนึ่ง
แค่ในย่านเดียวในแอลเอที่เดียวก็ต้องต่อคิวความสำเร็จกันอ้วกล่ะครับ ทั้งความสามารถ บุคลิก หน้าตาอย่างเดียวไม่พอ ต้องจังหวะชีวิตด้วย แต่ถ้าสำเร็จขึ้นมาเมื่อไร ก็ เลดี้ กาก้า กันเลยทีเดียว เงินทองไหลมาเทมาแบบยั่งยืน ซึ่งมันต่างกับประเทศไทยโดยแท้ ที่มีประชากร 60 ล้านคน ที่มีความหลากหลายในรสนิยมซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะกลุ่มละคร ลูกทุ่ง เพลงพื้นบ้าน เพลงบนบ้าน กลุ่มเมืองหลวง กลุ่มชอบเคป๊อป เจป๊อป เอเอฟ กลุ่มชอบตัวจริงเฉพาะทาง
โดยเฉพาะกลุ่มชอบตัวจริงของแท้ๆ เนี่ย ชักจะน้อยลงไปทุกที เพราะตัวของแท้เองก็เริ่มหมดไฟกับรายได้อันน้อยนิด ดูสิครับบ้านเราหลากหลายและมากมายในมาตรฐานขนาดไหน ซึ่งในความหลากหลายนั้นผมว่าก็ยังง่ายมากครับที่จะเป็นคนดังในข้ามคืน ยิ่งปัจจุบันโลกเราแคบลง ประเทศไทยก็ยิ่งเล็กลง ใครประกวดได้ที่หนึ่งในรายการใด หรือใครทำอะไรเด่นๆ ขึ้นมาก็อาจจะเป็นที่รู้จักของสังคมได้อย่างรวดเร็ว หรือเพลงไหนถูกใจวัยรุ่นอินดี้ทั้งหลายขึ้นมาก็อาจจะมียอดโหลดริงโทนมากมายมหาศาลได้เช่นกัน
แต่ผมว่าจุดที่น่ากังวลก็คือ ความยั่งยืนหาได้อยากเหลือเกิน มันจะมีคำถามตามมาเสมอว่า ดังแล้วไงต่อ ที่ได้รางวัลที่หนึ่งกันนั่นน่ะ หายไปไหนกันหมด มาเร็ว ไปเร็ว กลายเป็นฉาบฉวย จุดนี้น่าห่วงมากครับ ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการวางแผนที่ดี มีผู้แนะนำที่ดี หรือมีผู้จัดการที่ดี จัดการเรื่องการเงินให้ดีก็น่าจะทำให้มีเงินเป็นกอบเป็นกำได้
อีกปัจจัยที่ผมพูดแบบได้เต็มปากแบบไม่ค่อยชอบเท่าไรคือ ปัจจุบันต้องหน้าตาดีมากๆ ไว้ก่อน...
ครับมันเป็นไปแล้ว มันต่างกับสมัยก่อนมากๆ ที่จะเหลือคนที่เสพตัวตนแบบเมื่อก่อน ผมว่ามีน้อยลงมากครับ อย่าให้ต้องไล่ให้ฟังกันอีกเลยไม่ต้องให้ถึงพี่หมู พงษ์เทพ หรือ ปู พงษ์สิทธิ์ คือปัจจุบันเพลงเพื่อชีวิต มึงยังต้องหล่อเลยครับ ถ้าพูดเล่นๆ ขำๆ ก็คือถ้าพี่ป้อม พี่โต๊ะ มายุคนี้ล่ะก็ ต้องทำเยอะเลยอ่ะครับ
คือตอนนี้ถ้ามีใครเล่นกีตาร์ได้แบบ ป๊อป เดอะซัน หรือนายแจ๊ก หรือน้องหนึ่ง วินัย แล้วร้องเพลง เสียงแบบ คุณป๊อด โมเดิร์นด็อก แล้วมีหน้าตาดีระดับนายแบบเซอร์ๆ ร็อกๆ สูงสัก 185 เนี่ยนะ ผมขอแนะนำให้บินไปเมืองนอกเลยครับ ไปยืนข้างๆ เลนนี คราวิซ เถอะครับ ตอนนี้ "คิวซี" ในบ้านเราหน้าตาดีไว้ก่อนก็มาได้ล่ะครับ ต่างกับเมื่อก่อน หน้าตาดีต้องพิสูจน์กึ๋น กันอีกว่ามีของรึเปล่า ผมสงสารเด็กเก่งๆ คนเก่งๆ ที่ถูกกระแสฉาบฉวยของโลกปัจจุบันปฏิเสธของพวกเขาเพียงเพราะหน้าตาไม่ดี มันเกิดขึ้นแล้วครับ หน้าหดหู่ จะมีกี่คนที่จะเป็นได้ อย่าง โน้ส อุดม จะมีใครได้เป็นพระเอกหนังตัวเองได้อย่าง พิง ลำพระเพลิง หรือเป็นนางเอกหนังอย่างคุณตุ๊กกี้ ก็มีให้เห็นนะครับ ที่มีหนังอินดี้ หรือเพลงอินดี้ที่ไม่สนเรื่องหน้าตาผลิตผลงานออกมา ซึ่งอันนี้น่าชื่นชมมาก แต่สุดท้ายก็ถูกตัดสินไปเรียบร้อยว่า "กล่อง" กินไม่ได้จริงๆ
กลับมาเรื่องเดิม ผมชื่นชมวิธีการการเลี้ยงลูกของผู้ปกครองท่านนี้เป็นอย่างมากครับ กับการที่ต้องการให้ลูกเรียหนังสือเป็นหลัก แล้วกิจกรรมที่ลูกชอบให้เป็นเรื่องรอง จึงอยากจะขยายความให้เกิดประโยขน์ต่อไปอีกว่า เรียนสูงๆ เข้าไว้ครับ แล้วมองไอ้สิ่งฉาบฉวยเหล่านี้เป็นเรื่องขำๆ เพราะมัน ขำจริงๆ นั่นแหละจะมาถูกทางที่สุด จริงๆ นะครับ คนที่ซีเรียสกับมันมักจะไม่ได้ ส่วนคนที่ทำแบบขำๆ มักจะได้ความสำเร็จไปครอง
ผมจึงถามไปที่ตัวเด็กชายคนนั้นว่าน้องชอบอะไร เขาตอบว่า ชอบเล่นกีตาร์ แล้วร้องเพลงล่ะ เขาตอบว่าก็เรียนคู่กันไป ผมให้ร้องให้ฟัง ปรากฏว่าดีเลยครับ ให้หยิบกีตาร์มาเล่นดู ปรากฏว่าโอ้โห ไล่สเกลได้ดูนิ่มนวลเลยทีเดียว ชอบเพลงแนวร็อกซะด้วย เล่น บอดี้สแลม บิ๊กแอสส์ กับเพื่อนในโรงเรียน ผมเลยเติมหัวเชื้อลงไป โดยบอกให้ลองไปหาฟังพวก จิมมี เฮนดริกส์ เดอะ บิทเทิล และ เลด เซปพลิน แล้วผมติดตามผลด้วย โดยบอกว่าชอบหรือไม่ ชอบประการใดให้โทรบอกด้วย เป็นการค้นคว้าส่วนตัวอ่ะครับ
ปรากฏว่าหนึ่งอาทิตย์ผ่านมา โทรมาจริงๆ ครับ แล้วบอกผมว่า ชอบมาก ทั้งซาวนด์และวิธีร้องและเล่น ผมดีใจที่ได้ฝังเมล็ดพันธุ์ลงไปในเยาวชนสำเร็จ แต่น้องเขาพูดกับผมจนผมฟังแล้วสะอึกว่า...
"ครูสอนร้องเพลงบอกว่าเล่นแนวนี้มา แนวนี้ไม่ค่อยจะได้ตังค์หรอกวงการดนตรีมีแต่ก๊อบปี้ ร้องเพลงแล้วเต้นไปด้วย หรือเป็นดารา น่าจะดีกว่า" ผมสลดเลยครับ หรือว่าเขาพูดถูก!!
"จิรายุส วรรธนะสิน"



