
มองผ่านเลนส์คม - เขียนถึง ศุ บุญเลี้ยง สักสองตอน
บ่ายวันพุธที่ 21 กรกฎา พบ ศุ บุญเลี้ยง ที่บ้านหนังสือของขจรฤทธิ์ รักษา นักเขียนรางวัลศิลปาธร เจ้าของสำนักพิมพ์บ้านหนังสือย่านรัตนาธิเบศร์ ศุขออาศัยรถไปงานประกาศผลรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดแถวๆ วัดน้อยใน
พบกันโดยบังเอิญ ผมเลยได้รับแจกซีดีเพลงชุดใหม่ 1 แผ่น ความจริงพบกันทีไรในกระเป๋าโดราเอม่อนของเขา ถ้าไม่มีหนังสือก็มีซีดีให้ทุกครั้ง ผมไม่เคยได้ตอบแทนอะไรเขาเลย คราวนี้ดีหน่อยติดพกนิยาย ‘สิทธาเศรษฐี’ มาขอลายเซ็น รู้สึกดีที่คนดังๆ มาทำอย่างนี้กับเราบ้าง
ศุ เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ที่มีแนวทางของตัวเอง จะเรียกว่าเป็นตลาดของตัวเอง มีมุมมองแปลกๆ ภาษาที่พลิ้วไหลไปกับเรื่องราว สร้างความรู้สึกดีๆ ให้ความหมายใหม่ๆ ได้ใจเด็กๆ ผมเคยทำนายไว้ 2 ปีก่อน ว่าในเวลาไม่ช้าไม่นานเพลง ‘อิ่มอุ่น’ ของเขาจะเข้ามาแทนที่เพลง ‘ค่าน้ำนม’ แล้วก็ใช่จริงๆ ทุกวันนี้ไม่ว่าวันเกิดหรือวันแม่ ท่านจะได้ฟังเพลง ‘อิ่มอุ่น’ แสนอ่อนโยนแทบทุกย่าน ในบรรยากาศคล้ายๆ ห้างสรรพสินค้าเปิดเพลง ‘Jingle bell’ หรือ ‘Santa Claus is coming to town’
นั่งคุยกันสามสี่นาที ประเดี๋ยวมีโทรศัพท์เข้ามาหา พูดจบเขาเล่าให้ฟังว่ามีผู้สาวคนหนึ่งติดต่อขอให้ช่วยทำเพลงสำหรับงานวันที่ 12 สิงหา เพลงที่ไพเราะเหมือน ‘อิ่มอุ่น’ แต่ไม่เอาเพลง ‘อิ่มอุ่น’ อยากให้วันที่ 12 สิงหา ของที่นั่นจะฉีกไปจากที่อื่นๆ ไม่ใช่เดินเฉียดหมู่บ้านไหน อพาร์ตเมนต์ไหน ก็อิ่มและอุ่นเหมือนกันไปหมด เขายิ้มตาหยีๆ พลางบอกว่าไม่ง่าย ลูกค้าขออย่างนี้ท้าทายดีนัก
ศุ เป็นนักคิดปลายเปิด ไม่ด่วนสรุปอะไรง่ายๆ บางคราวก็ขวางกฎเกณฑ์เก่าๆ แต่ไม่ดันทุรังขวางจนหัวชนฝา ถ้าเรามองด้านหนึ่ง เขาจะทดลองมองอีกด้านหนึ่งเสมอ แม้ไม่เห็นด้วยมากนัก แต่เราก็ไม่กล้าปฏิเสธมุมที่เขามอง ศุเป็นนักจินตนาการที่ไม่เคยอับจน และไม่ยอมจนมุม ขณะเป็นนักธุรกิจเพลง-ดนตรีที่ไปเรื่อยๆ ไม่พุ่งพรวดเหมือนตอนเป็นสมาชิกวงเฉลียง
ทุกวันนี้เขาไปช้าๆ ไม่เคยหยุด ด้วยแรงเฉื่อยเดิม บวกพลังขับและความใฝ่รู้ที่ซ่อนเงียบภายใน บริษัทกะทิกะลาของเขาเคลื่อนไปข้างหน้าช้าๆ ยืนอยู่ได้ แม้กำไรไม่มาก เจ้าของบริษัทและผู้เกี่ยวข้องไม่แบกทุกข์ ลงทุนก้อนใหญ่ทำเพลง แล้วขายซีดีหน้าคอนเสิร์ต บางงานได้ถึงแสน
สิ่งสำคัญต้องทุ่มเทสมองทำผลงานให้เต็มที่ และยืนระยะให้ได้ยาวที่สุด โดยไม่ประมาท
--อังคารหน้าขอว่ากันอีกตอน
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



