บันเทิง

ใคร Inception ใคร ?

ใคร Inception ใคร ?

23 ก.ค. 2553

หลังดูหนัง inception จบลงเมื่อคืนวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้วที่สกาล่า ผมนั่งเล่นทวิตเตอร์ใน BB ว่า inception คือหนังที่ดีสุดประจำวีคนั้น “แต่ไม่ใช่หนังดีสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน”

   มีบางคนเถียงว่า นักวิจารณ์ต่างชาติชอบกันเยอะ ผมก็บอกว่าคงไม่มีใครเกลียดหนังของโนแลน ในตอนนี้ เพราะเขายังไม่เคยทำหนังแย่ๆ ออกมาสักเรื่อง หลังจากแจ้งเกิดกับ  memento ทั้งที่ก่อนหน้านั้น เขาก็มีพล็อตดีๆ กับ following

 เพียงแต่ผมไม่คิดว่า inception เป็นของใหม่ แต่กลับรู้สึกว่า memento นั่นแหละที่เป็น innovation ขณะที่ inception เป็น fashion หมายความว่า ผมรู้สึกเมื่อ 10 ปีที่แล้วว่า memento เป็นของใหม่ ขณะที่ inception นั้น ดูแล้วรู้สึกทันทีว่ามีอาการกระเดียดไปทางโครงสร้างของ the metrix ผมเลยไม่ตื่นเต้นอะไรมากแม้จะรู้ว่านี่จะเป็นหนังที่หลายคนชื่นชอบ และบางคนก็อาจจะดูไม่รู้เรื่องในรอบแรกอยู่บ้าง

 โดยปกติแล้ว หนังของ โนแลน สไตล์ที่คลุมๆ เนื้อหาอยู่ในระดับ 60-40 หมายความว่า หนังของ โนแลน จะเด่นที่สไตล์กว่าเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน แม้แต่หนังที่ใกล้บล็อกบัสเตอร์มากที่สุดอย่าง dark knight และชุดแบทแมน พอเป็นแบบนี้ แค่ไปดูหนังของเขาเรื่องไหนก็สนุกตั้งแต่ตอนเดินเข้าโรงแล้วว่า ครั้งนี้ โนแลน จะมีอะไรมาหลอกล่อคนดูอีก หรือจะมีอะไรมาขายของกับผู้ชมอีก

 อย่างไรก็ตาม inception พยายามจะไปไกลด้านเนื้อหา  แม้ว่าจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นของใหม่ก็ตาม ดอน คอบบ์ (ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ) เป็นเซียนในการเข้าไปรับรู้ความฝัน เปลี่ยนแปลงความฝัน และสามารถจะฝังชิพเพื่อให้คนหนึ่งคน เกิดความฝันหรือล้มเลิกความฝันได้

 เมื่อเป็นแบบนี้ ความสามารถของเขาก็นำไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ได้ ตั้งแต่เข้าไปจัดการกับความฝันคนอื่นๆ หรือเข้าไปขโมยไอเดียความคิดของคนๆ ไหนก็ได้ พล็อตของหนังเรื่องนี้ เล่าให้แทบตายก็เล่าไม่หมด เพราะหนังมีมิติมากมายให้มองแม้ว่าจะรู้เรื่องในตอนท้ายแล้วก็ตาม

 เนื้อหาของ inception นั้น ต่างไปจากเนื้อหาของเรื่องอื่นๆ ตรงที่ดูแล้วต้องคิดตามมาก และไม่สามารถจะลุกไปเข้าห้องน้ำได้ หรือนั่งอ่าน sms จากมือถือได้เลยเพราะขนาดนั่งดูตลอดเวลา 2 ชั่วโมง คุณก็อาจจะไม่มีเวลาได้คิดอะไรตามเท่าไหร่นัก แต่การไม่ให้คนดูได้มีเวลาคิดนั้น กลายเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งของผู้กำกับที่หวังว่า หนังจะสามารถ inception ใส่คนดูได้

 โนแลน ยังคงไม่สงสารหรือเห็นอกเห็นใจตัวละครในหนังของเขา การไม่เลือกทางออกให้กับตัวละครที่ดีนั้น
เป็นสิ่งที่เขาจัดการกับแคแรกเตอร์ของเขามาเสมอๆ เพียงแต่เสน่ห์ของเขาเกี่ยวกับการเอาตัวละครในด้านมืดมาเล่นนั้น
ยังคงเป็นแบบนี้มาตลอด หลายครั้ง เขาใช้ตัวแทนของคนโมเดลต่างๆ ของสังคม มาวิพากษ์วิจารณ์สังคมเอง

 มีรายละเอียดอย่างหนึ่งที่ โนแลน เก่งในการเอามาเล่นกับจิตใจคน นั่นก็คือ สกรูที่หมุนซึ่ง คอบบ์ เอามาหมุนบ่อยๆ อาการหมุนของมันบอกถึงด้านที่ไม่มั่นคงของคนดูและตัวละครในหนัง ไม่มีใครจะสามารถเชื่อได้ว่า สิ่งที่คุณเห็นในหนังนั้น เชื่อได้เชื่อไม่ได้ หรือเป็นความจริงลวงของอะไรกันแน่

 พูดง่ายก็คือ เมื่อดูหนังไปเรื่อยๆ นั้น เราเองก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เราคิด รู้สึกอะไรนั้น เราเป็นมันจริงๆ หรือเรากำลังถูกหนัง inception อีกทีเนื้อหาของหนังไม่ใช่ของใหม่แน่ๆ ระหว่างปี 2000-2009 มีหนังแบบนี้ออกมาหลายเรื่อง
และมักจะใช้ความจริงความฝัน ความแท้ความลวง เอามาเล่นกับผู้ชม 

 ถ้าจะมีอะไรที่แตกต่างออกไปบ้างสิ่งนั้นเห็นจะเป็นว่าขณะที่หลายคนล้มเหลวกับการเล่าเรื่องโนแลน ได้ทุกอย่างกับการเอาเรื่องมาเล่าเรื่องจึงไม่สำคัญ เท่ากับเอามาเล่าอย่างไรและถ้าอยากรู้ ก็ต้องดู inception

"นันทขว้าง สิรสุนทร"