
มองผ่านเลนส์คม - อลังการกวี" ณ กลางใจเมือง!!
อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ส่งข่าวมาว่า จะนำทีมคนทำงานศิลปะ และแวดวงนักเขียน-กวี มาร่วมอ่านบทวี และทำงานสื่อผสมหลากหลายรูปแบบ ในงานอลังการกวี กลางใจเมือง ณ หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร (ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1) ในวันที่ 24-25 กรกฎาคม เวลา 19.30 น.
เป็นการสร้างสรรค์อลังการกวี ครั้งที่ 4 ตามโครงการ “ฝันถึงสันติภาพ” ซึ่งคนต้นคิดอย่างอาจารย์เนาว์ บอกว่า จัดขึ้นเพื่อบอกเล่าถึงความรู้สึกต่อหายนะกลางใจเมือง และปลุกจิตสำนึกในการแยกแยะความดีงามให้กลับคืนมา
การทำงานครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกัน ระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมและหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
บทกวีที่นำมาร้อยเรียงให้ได้ยิน รวมทั้งที่แปลงมาเป็นบทเพลง คือบทกวี “หยัดอยู่” โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อ่านโดย นภ พรชำนิ และเพลง “รัก” โดย นภ พรชำนิ บทกวีชุด “กลางใจเมือง” โดยกลุ่มกวีรุ่นเยาว์ (12 คน)
เพลง “แผ่นดินเดิม แผ่นดินเดียว” ประพันธ์โดย ไพวรินทร์ ขาวงาม ร้องโดย ชูเกียรติ ฉาไธสง เพลง “สันติภาพ” โดย สุรชัย จันทิมาทร ยังมี สถาพร ศรีสัจจัง เรวัติ พันธ์พิพัฒน์ มนตรี ศรียงค์
ภายในงาน นอกจากมีการอ่านบทกวีและร้องเพลงแล้ว ยังมี "สื่อ" ศิลปะแขนงอื่นๆ จากคนทำงานรุ่นใหม่ๆ มาช่วยให้งานมีความหลากมิติมากขึ้น ไม่ว่านักถ่ายภาพนิ่ง นักภาพเคลื่อนไหว นักการละคร ร่วมกับศิลปิน และแขกรับเชิญมากมาย
แขกรับเชิญที่ว่า ก็มีชื่อดาราเจ้าบทบาทอย่าง สินจัย เปล่งพานิช และ สกุล อินทกุลตุล ไวฑูรเกียรติ รังสิมา กสิกรานนท์ ฯลฯ
หลากหลายรูปแบบก็จริง แต่อาจารย์ย้ำว่า ผลงานทั้งหมดจะกลั่นกรองมาโดยเฉพาะ ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์แบบ “การเผชิญหน้า” กับซากปรักหักพังที่เหลือ จากวิกฤติการณ์ของบ้านเมืองในช่วงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา
สรุปง่ายๆ ว่า ใครที่อยากเห็นการแสดงออกของศิลปะที่ต้องการสื่อความรู้สึกนึกคิด ของศิลปินต่อวิกฤติการณ์ของคน ผ่านตัวอักษรร้อยเรียง เป็นบทกวีอันทรงพลัง ให้สังคมได้รับรู้ถึงสาเหตุที่มาของปรากฏการณ์ ได้คิดทบทวนถึงความขัดแย้งทางสังคมที่ได้ถูกปลุกเร้าชักนำ จนกลายเป็นการเรียกร้อง ในรูปแบบของการชุมนุม อันนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่ กลางใจเมืองหลวงแห่งนี้
แกนนำอย่างอาจารย์เนาวรัตน์ บอกว่าบทกวีต่างๆ ที่คัดเลือกมาจะถูกถ่ายทอดด้วยพลังและลมหายใจทั้งหมดของศิลปิน ในฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคมที่มีสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อนำความรู้สึกอันลึกซึ้งต่อจิตสำนึกของคนในฐานะมนุษย์ ที่มีสติแยกแยะความดีงามได้...
โดยไม่ต้องอาศัยบทเรียนหรือบทบัญญัติใดๆ มาเป็นตัวชี้แนะ และเพื่อจุดประกายแสงที่จะส่องนำคนไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน บนเส้นทางสู่สังคม ที่เสมอภาคเป็นธรรมและเป็นสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง
อยากรู้ว่าเป็นยังไง ต้องมาฟังกันชัดๆ ที่งานอลังการกวี “กลางใจเมือง”!!
(งานนี้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทิ้งสิ้น)
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์ "



