
"ขอโทษประเทศไทย"โฆษณาที่ไม่ได้ฉาย
เรียกว่าฮือฮาอยู่ในขณะนี้ จนกลายมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนทางสังคม และแพร่หลายตามเว็บไซต์ต่างๆ รวมไปถึงทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก เมื่อภาพยนตร์โฆษณาชุด ขอโทษประเทศไทย โฆษณาเครือข่ายของกลุ่มพลังบวก โดนคณะกรรมการเซ็นเซอร์สั่งห้ามแพร่ภาพทางฟรีทีวี
โฆษณาชิ้นนี้ถูกฉายครั้งแรก เมื่อคืนวันที่ 16 มิถุนายน 2553 ในงาน Ignite ณ ลุมพินีสถาน โดยโฆษณาชิ้นนี้ ใช้เวลาทั้งสิ้น 2.39 นาที ทั้งนี้ได้ภาพในเหตุการณ์จลาจลที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งภาพการชุมนุมของคนเสื้อแดงบริเวณราชประสงค์ รวมถึงภาพการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มคนเสื้อแดง ภาพของไอ้โม่งชุดดำ ภาพตึกและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกไฟไหม้ โดยตลอดการฉายภาพเหล่านั้นก็คลอด้วยเสียงเครื่องดนตรีบรรเลงเพลง สามัคคีชุมนุม และจะมีเสียงคนบรรยายออกแนวเชิงเสียดสีด้วยคำถามที่ ว่าเราทำผิดอะไรหรือเปล่า? รุนแรงไปหรือเปล่า? ทำหน้าที่ของตัวเองหรือเปล่า? คิดถึงประชาชนหรือเปล่า? เอาเปรียบหรือเปล่า? ให้ปัญญาประชาชนหรือเปล่า? ฯลฯ
ก่อนที่คนพากษ์จะพูดว่า ขอโทษประเทศไทย และถ้าจะต้องแก้ไข คงต้องเป็นเราที่ลุกขึ้นมาแก้ไข จดจำความสูญเสียไว้ในใจ...แล้วเปลี่ยนให้เป็นพลัง แล้วปิดท้ายด้วยตัวอักษรที่ว่า ปลุกพลังบวกเปลี่ยนประเทศไทย (ชัดเจนว่ากลุ่มพลังบวกเป็นผู้ทำ) โดยกลุ่มหวัง ว่าโฆษณาเรื่องนี้จะเป็นแรงกำลังให้แก่คนในกลุ่มได้สู้ต่อไป และมีกำหนดการฉายในโทรทัศน์ช่องต่างๆ (แต่มาโดนแบนซะก่อน)
ก่อนหน้านี้ (17 ก.ค.) องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสื่อได้กล่าวถึงกรณีการแบนโฆษณาชิ้นนี้ว่า ยังไม่เคยดูโฆษณาชิ้นนี้เลย เรื่องนี้ต้องไปสอบถามทางกองเซ็นเซอร์ ว่ามีเหตุผลอย่างไร แต่รัฐคงไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับโฆษณา ที่ออกทางโทรทัศน์ เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องของแต่ละสถานีโทรทัศน์ เพราะบอร์ดที่ดูแลเรื่องนี้จะดูแลกันเอง
ในขณะที่ ภาณุ อิงคะวัต นักโฆษณาชื่อดังและผู้ก่อตั้งกลุ่มพลังบวก กล่าวในฐานะกลุ่มคนทำโฆษณาชุดนี้ ว่ารู้สึกเสียดายที่โฆษณาชิ้นนี้ไม่ได้ออกอากาศ
"โฆษณาชิ้นนี้นับเป็นชิ้นแรกที่ทางเครือข่ายพลังบวกทำออกมาเป็นเรื่องแรก และยังไม่เคยออกทางสื่อโทรทัศน์ แต่สามารถดูได้จากทางเว็บยูทูบ เรารู้สึกเสียดายที่คนไทยทั้งประเทศไม่ได้ดู เราทำโฆษณาชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของคนไทย และช่วงที่เราออกโฆษณาชิ้นนี้ เป็นช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติ ทางกลุ่มทำโฆษณาออกมาเพื่อกระตุ้น และอยากให้คนไทยยอมรับความจริง ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มคน สังคม หรือทัศนคติของคนเท่านั้น แต่ที่ปัญหาลุกลาม เพราะเราแก้ไขไม่ตรงจุด ปัญหาเหล่านี้เราคนไทยต้องช่วยกันแก้ไข เราไม่ได้บอกว่าใครผิด แต่ทุกคนผิดกันหมด เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมักถูกทับถมทับซ้อน เราไม่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศช่องฟรีทีวี เนื่องจากเกรงว่าวิธีการเล่าเรื่องหรือการลำดับภาพ อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากเขากลัว ว่าภาพที่เสนอจะล่อแหลมและรุนแรงเกินไป หากแก้ไขตัวโฆษณาแล้วยังไม่ผ่านอีก หรือเนื้อหาอ่อนไปกว่าตอนนี้ เราก็จะไม่นำออกมาเผยแพร่" ภาณุกล่าว
จะโดนแบนด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ มาดูกันหน่อยดีกว่า ว่าชาวเว็บ มีความเห็นอย่างไรกับโฆษณาชิ้นบ้าง หลายเสียงกล่าวอย่างกังขา ไม่เข้าใจว่าโดนแบนเพราะอะไร แต่ก็ยังมีอีกหลายเสียที่สนับสนุนการแบนในครั้งนี้ และมีอีกหลายเสียที่มีความคิดต่างออกไป
เริ่มจากเว็บ “ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด” โดยผู้ใช้ชื่อว่า eAT กล่าวว่าเห็นด้วยกับการที่โฆษณาชิ้นนี้โดนแบน “ถึงแม้ว่าในตัวโฆษณาจะตั้งเป็นคำถาม แต่ก็ไม่วายตีความ ว่าทุกคนในประเทศผิดหมด นั่นแปลว่าอะไรกัน? เจ้าหน้าที่รัฐผิด ดังนั้นจึงต้องดำเนินคดี นักการเมืองทุกคนผิด ดังนั้นนายกฯ ต้องลาออก หรือติดคุก ประชาชนชนผิด ต้องทำไงต่อ มันสุ่มเสี่ยงจะนำไปขยายผล ยิ่งสร้างความแตกแยกเพิ่มขึ้นไปอีกในสังคม ทำไมไม่รอให้คณะทำงานเขาสรุปข้อเท็จจริง แต่ดันไปชี้นำทางสัมคมโดยไม่มีหลักฐานเลย เราจะเอาอารมณ์มาเป็นฝ่ายนำหรืออย่างไร ถ้าเอาแต่ชี้หน้าว่าคนโน้นผิดคนนี้ก็ผิด ผิดมันไปหมด บ้านเมืองล่มจมไปกว่านี้อีกแน่ๆ
ในขณะที่เว็บ “sanook.com” ผู้ใช้ชื่อ KARAOBKOB กล่าว ว่าถ้าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว คงจะมีอยู่แค่จุดเดียวคือตรงช่วงที่บอกว่า "โกงหรือเปล่า" แล้วมีภาพที่เป็นชื่อบริษัทก่อสร้าง อันนี้คิดว่าไม่เหมาะ ภาพที่แสดงออกมาควรเป็นภาพที่เป็นกลาง และไม่ควรจำเพาะเจาะจง ถึงใครคนใดคนหนึ่ง แนวนี้เป็นโฆษณาปลุกใจ ปลุกจิตสำนึกครับควรจะเป็นภาพโดยรวมมากกว่า ส่วนอื่นๆ ดี
ในเว็บ “pantip.com” ในห้องเฉลิมไทย จากคุณNabi_oppa กล่าวว่าไม่รู้สึกประหลาดใจที่โดนแบน เพราะถึงอย่างไร ต้องโดนอยู่แล้ว ต้องยอมรับ ว่าเนื้อหาดี แต่ว่าภาพที่ เอาออกมามันไม่เหมาะสม กับเหตุการณ์ในช่วงนี้
ด้าน คุณ k_patchara ในเวปไซด์ “pantip.com” แสดงความคิดเห็นว่า ค่อนข้างชอบ และเสียดายแทน ที่โดนแบน มองเห็นว่าโฆษณาชิ้นนี้เป็นกลางและตรงประเด็น ทำให้ภายใต้ พ.ร.ก. นี้ไม่สามารถแสดงออกมาได้



