
มองนอกดูใน - บวกใจด้วยความดี
เมื่อวันศุกร์และวันเสาร์ที่ 16-17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เสถียรธรรมสถานได้จัดให้มีการประชุมโครงการ สร้างกระแสอริยธรรม...เป็นทางรอดของปัญหาเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย ซึ่งมี พี่น้องชาวชุมชนอันได้แก่ ผู้นำชุมชนไผ่สิงโต ผู้นำชุมชนบ้านครั
ในวันแรก ข้าพเจ้าได้สานเสวนาในประเด็น "เสียงสะท้อนจากชุมชนที่มีต่อความช่วยเหลือของบุคคลภายนอกหลักสถานการณ์ฯ” และ อาจารย์สรรพสิทธิ์ คุมป์ประพันธ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชน ได้สานเสวนาในประเด็น ‘กฎหมายที่น่ารู้เกี่ยวกับสิทธิเด็กและการคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง’ และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานแก้ปัญหาเด็กที่ได้รับผลกระทบของแต่ละองค์กร รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสารคดี ‘ตามหาอัญมณี’ ซึ่งจัดทำโดยทีมอาสาสมัครของเสถียรธรรมสถาน เป็นเรื่องราวของการถอดความรู้จากการทำงานร่วมกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบในช่วง 2 เดือนผ่านมา เพื่อค้นหาอัญมณีหรือสิ่งดีๆที่มีอยู่ในชุมชน และคืนความสุขเล็กๆกลับสู่หัวใจ ทำให้เขาสามารถกลับมามีตัวเองและคนในชุมชนเป็นที่พึ่งได้
และในวันที่สอง นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สานเสวนาในประเด็น ผลกระทบของความรุนแรงต่อเด็กและครอบครัว และครอบครัวประชาธิปไตยเลี้ยงลูกกันอย่างไร ผลของการเสวนาเกิดเป็นรูปธรรมของการพึ่งพาตนเอง ด้วยการนำอัญมณีหรือสิ่งดีๆที่มีอยู่ในแต่ละชุมชนมารวมพลังกันเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาด โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร และนำหัวใจของความเป็นพ่อแม่ที่ออกมาเสียสละเป็นผู้นำ ในการปกป้องครอบครัวและชุมชนให้พ้นจากความเสื่อมของสังคมที่บุกรุกเข้าไปในทุกบ้านเรือน
และในช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ฝนกำลังตกพรำ ๆ ขณะที่ทุกคนในที่ประชุมกำลังระดมความคิดเห็นกันอยู่นั้น สิ่งที่เป็นความชื่นใจของพสกนิกรก็เกิดขึ้น คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ได้เสด็จฯ เสถียรธรรมสถานเป็นการส่วนพระองค์ หลังจากทั้งสองพระองค์ทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ครั้นทรงทราบว่าขณะนั้นกำลังมีการเสวนาเรื่องดังกล่าวอยู่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ จึงทรงแย้มสรวลและตรัสว่า จะขออนุญาตเข้าไปแอบดูและอยากจะให้กำลังใจ
เมื่อเสด็จถึงบริเวณที่มีการเสวนา ก็ยังความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นแก่เหล่าพสกนิกร ณ ที่นั้น ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงซักถามเกี่ยวกับการเสวนาด้วยความสนพระทัย และทรงร่วมรับฟังการสรุปงานของนายแพทย์สุริยเดว ถึง ‘สามขั้นตอน’ อันจะนำไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็งสำหรับเด็กและครอบครัวในยุคใหม่ อันได้แก่ หนึ่ง...ชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ประเด็นอยู่ที่แทนที่จะเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง เปลี่ยนใหม่เป็นเอาแนวคิดเชิงบวกเป็นตัวตั้งแทน เพราะการใช้ปัญหาเป็นตัวตั้งบางครั้งทำให้เกิดความซับซ้อน ยากแก่การแก้ไข แต่เมื่อใช้แนวคิดเชิงบวกเป็นตัวตั้ง จึงไม่มีการหาจำเลย ไม่มีการหาว่าใครผิด แต่เป็นการหาว่าเราจะแบ่งปันกันได้อย่างไร สรุปคือ ใช้แนวคิดเชิงบวกในการเคลื่อนสังคมกัน สอง...เกิดข้อตกลงร่วมกันว่า สามารถใช้ภูมิปัญญาของชาวบ้านมาแก้ปัญหาของชุมชนของตัวเองได้ สาม...เพิ่มภูมิปัญญาด้วยการต่อยอดองค์ความรู้ต่าง ๆ เมื่อได้มีวิทยากรภายนอกมาช่วยชี้ประเด็น
นับเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เพราะการที่เราพึ่งตนเองได้จากสัมมาทิฏฐิ โดยไม่ละเลยบทบาทของการเป็นพ่อแม่ในฐานะที่เป็นผู้นำชุมชนด้วยนั้น จะทำให้เราได้ต้นน้ำที่ดีในชุมชน การช่วยบ้านเมืองอย่างยั่งยืนก็คือการทำให้คนในบ้านเมืองกลับมามีหัวใจของตัวเองที่จะพึ่งพา หรือรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โลกจะเป็นอย่างที่มันเป็น แต่ใจของเราจะไม่เป็นทุกข์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงให้กำลังใจว่า
“สิ่งที่ผ่านมา เราอย่าไปโกรธแค้นใคร ให้อภัยเขา ถือเสียว่าเป็นวิกฤติ คิดเป็นเชิงบวกคิดเป็นโอกาส เพราะว่าทำให้เราเกิดความคิด ความคิดที่ดีที่จะปกป้องตัวเอง ความคิดที่จะให้โอกาสกับตัวเอง ความคิดที่โบกปัดสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามาหาตัวเรา ทำให้เรารู้เท่าทันเหตุการณ์และความคิดด้วย”
ทุกคนรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมด้วยความปีติและซาบซึ้งยิ่ง การคิดไม่ดีเป็นการปิดโอกาสของตัวเอง แต่หากเราคิดดี เรารักษาใจของเราให้บริสุทธิ์ ก็จะเป็นพลังที่ดึงพลังความดีเข้ามา นั่นคือโอกาส แต่ถ้าเรามีความอคติ ความแค้น ไปเอาชนะ ไปพิสูจน์ เราก็แพ้ใจตัวเราเอง
เป็นการไม่ปิดโอกาสตัวเอง โดยการคิดที่มีพลังบวก ของยากอะไรในโลกนี้จะง่าย ฉะนั้น อย่าทิ้งโอกาสที่จะให้ตัวเอง แล้วเราก็จะมีโอกาสที่จะบวกกับการทำงานบวกกับคนที่มีจิตใจที่ดี เวลาบวก ก็จะบวกแต่ของดี แต่ถ้ามีความไม่ดีอยู่ในตัว มันก็จะไปบวกกับของไม่ดี เป็นเรื่องที่เราต้องป้องกันตัวเอง ฉะนั้น ถ้าเราคิดดี คิดงดงาม ความงดงามจะถึงเรา
ใจของเราทุกคนจึงควรบวกกันด้วยความดี
ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต"



