
คมเคียวคมปากกา - นิยาย "ลูกทุ่งดาวน์โหลด" (3)
ขณะที่ "มือถือ" สัญชาติเกาหลี ขวัญใจคนรากหญ้าราคาถูกแสนถูกเติบโตอย่างรวดเร็ว ตลาดเพลงดาวน์โหลดก็โตตามด้วยกลยุทธ์ "โหลดยกค่าย"
เมื่อก่อนต้องควักเงินร้อยกว่าบาทซื้อซีดีหรือวีซีดีได้ 1 แผ่น เพื่อฟังเพลงฮิตในอัลบั้ม 1 เพลง ตอนนี้จ่ายสิบบาทยี่สิบบาท ได้ฟังเพลงฮิตโดนใจ 1 เพลงแล้ว
วันก่อน เสี่ยกริช ทอมมัส แห่งแกรมมี่ โกลด์ บอกผ่านหน้าลูกทุ่ง "คมชัดลึก" ว่า "ปัจจัยหลักสำคัญที่อัตราการดาวน์โหลดพุ่งเร็ว น่าจะมาจากราคาต่อเพลงไม่สูง เพลงบางเพลงไปตรงกับชีวิตจริงของบางคน รวมไปถึงความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล มีเนื้อหาโดนใจ"
ฉะนั้น ไม่ว่าแกรมมี่โกลด์ หรืออาร์สยาม จึงมุ่งหน้าไปสู่ตลาดเดียวกันคือ ทำเพลงเพื่อการดาวน์โหลด!
เราจึงได้ฟังเพลงที่มี "เนื้อหาแรงกระชากใจ" และ "ภาษาเพลงสะดุดใจ" ยกตัวอย่างเพลง "อยากเป็นคนรัก ไม่อยากเป็นชู้" ร้องโดย ตั๊กแตน ชลดา ซึ่งเสี่ยกริช คุยว่า ดาวน์โหลดเร็วที่สุดในค่าย และได้ตังค์เร็วที่สุดอีกเหมือนกัน
ฉะนั้น เพลงแนวกระชากอารมณ์ความรู้สึก จึงตามแห่กันออกมาเป็นขบวนรถด่วนสายใต้ บางเพลงก็แรงจนไร้เหตุผล
เมื่อทิศทางตลาดเพลงเป็นเช่นนี้ ย่อมส่งผลถึงการทำงานของคนลูกทุ่ง ทั้ง "เบื้องหน้า" และ "เบื้องหลัง"
ในเบื้องหน้าคือ "นักร้อง" หากถูกหวยดาวน์โหลดก็ไปโลด เพราะมีคิวร้องเพลงโชว์เพียบ โดยเฉพาะอีเวนท์ขายสินค้าที่ต้องการนักร้องแม่เหล็กเรียกคน
ค่าตัวนักร้องท็อปฮิตดาวน์โหลดอาจสูงถึง 5-7 หมื่นบาท งานหนึ่งร้องไม่กี่เพลง ก็ฟันไปแล้ว จึงมีเสียงนินทาหลังเวทีว่า นักร้องบางคนได้ค่าร้องเพลงละหมื่น?
นักร้องใหม่บางรายได้ "เพลงโดน" เพลงเดียว ก็ขยับราคาค่าตัวพุ่งพรวดจากหลักพันเป็นหมื่นชั่วข้ามคืน
ส่วนเบื้องหลังคือ นักแต่งเพลง นักดนตรี รวมไปถึงทีมงานห้องอัด ก็ต้องปรับตัวกันพอสมควร ดูอย่าง สวัสดิ์ สารคาม นักเรียบเรียงดนตรีระดับยอดฝีมือยังยอมรับในชะตากรรม
"การทำซิงเกิ้ล เป็นการลดความเสี่ยงของการทำธุรกิจ เมื่อก่อนทำครั้งเดียว 12 เพลง เหวี่ยงแหหาเพลงหัวมาแค่เพลงเดียว เพื่อการันตีว่าออกไปขายได้ ส่วนอีก 9-10 เพลง เป็นเพลงอะไรก็ได้"
ปัจจุบัน มันไม่ใช่ยุคขายแผ่น จึงต้องพลิกเกมสู้กันใหม่ "ขายเพลงเดียว"
เมื่อทุกค่าย "ขายเพลงเดียว" คนทำงานเบื้องหลังเคยได้ส่วนแบ่งรายได้จากทำเพลงเต็มอัลบั้ม 10-12 เพลง ย่อมได้รับผลกระทบ
ประเด็นการจัดสรรผลประโยชน์ในบางค่ายก็เริ่มเป็นปัญหา หรือนักดนตรีอิสระอย่างสวัสดิ์ สารคาม ยังต้องปรับตัวตามสภาพ
การขายซิงเกิ้ลหรือขายเพลงเดียว บริษัทลดความเสี่ยงได้แน่ แต่อีกหลายชีวิตมีความเสี่ยงในชีวิตการทำงานมากขึ้น
มาร์ค ใบเตย มือทำดนตรีมีชื่อคนหนึ่งรำพึงรำพันว่า
"สมมติว่าเราเคยรับทำเพลงละ 5,000 บาท มันก็ได้แค่หมื่นเดียว 4-5 เดือน ได้ทำครั้งหนึ่ง มันก็ไม่ไหว...ถามว่ามีปัญหาไหม มีอยู่แล้วชุดหนึ่งมีโปรดิวเซอร์ 5 คน มีเพลงทำแค่ 2 เพลงจะทำยังไง รายได้เราน้อยลง การทำงานก็ต้องวิเคราะห์ให้มากขึ้น"
กระบวนการสร้างนักร้องเอง จะเกิดภาวะ "โตง่าย ตายง่าย" เพราะแต่ละค่ายจะเลือกทำเพลงตามกระแส เพื่อดาวน์โหลดเป็นหลัก
นี่เป็นจุดเปลี่ยนของวงการเพลงบ้านเรา ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องปรับตัวกันอย่างขนานใหญ่..ไม่งั้นตายยกเล้า!
"บรรณวัชร"



