บันเทิง

สาวน้อยเสียงใส“ชารีสเตรียมเปิดคอนเสิร์ตในไทย

สาวน้อยเสียงใส“ชารีสเตรียมเปิดคอนเสิร์ตในไทย

18 ก.ค. 2553

แม้ว่าวงการเพลงในตอนนี้มีแต่นักร้องจอมปลอมและศิลปินขายรูปลักษณ์ก็ยังน่าดีใจที่คลื่นลูกใหม่เปี่ยมความสามารถอย่างสาวใสวัย 18 ชารีส ชาวฟิลิปปินส์ ที่โด่งดังแทบจะชั่วข้ามคืนจากวิดีโอในเว็บยูทูบ อัลบั้มแรกชื่อเดียวกับชื่อตัว

และซิงเกิ้ล “It Can Only Get Better” มากไปกว่าเสียงร้องทรงพลังหาตัวจับยากแล้ว ชารีสยังได้แรงสนับสนุนจากมิตรรักวงการเพลงและธุรกิจบันเทิงอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าแม่ทอล์กโชว์ โอปราห์ วินฟรีย์ ที่บอกว่าชารีสเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่มีความสามารถมากที่สุดในโลก ส่วนนักร้องรุ่นพี่อย่าง จอช โกรบัน ก็ออกปากชมว่า ชารีสมีเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิต

 วันศุกร์ที่จะถึงนี้ ชารีส จะบินลัดฟ้ามาโชว์พลังเสียงแบบสดๆ ให้แฟนๆ ได้ชมกันฟรีที่ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ เวลา 6  โมงเย็น แต่ก่อนที่จะไปพบกับตัวจริงเสียงจริงของสาวน้อยพลังเสียงมหัศจรรย์ "คม ชัด ลึก" มีบทสัมภาษณ์พิเศษของ ชารีส มาให้แฟนๆ ได้ทำความรู้จักสาวน้อยกันก่อน

คุณเริ่มร้องเพลงตั้งแต่ตอนไหน

ตอนอายุ 4 ขวบค่ะ คุณแม่เป็นคนค้นพบพรสวรรค์ของฉัน

ยังไงล่ะ เล่าให้ฟังหน่อยสิ

คืองี้ค่ะ แม่เคยเป็นนักร้องในวงดนตรี และตอนเด็กๆ ฉันก็อยากเป็นนักเต้นมาก ครั้งแรกที่เห็นแม่ร้องเพลง แม่ร้องเพลงคู่กับป้าอยู่ และฉันก็หงุดหงิดมากที่แม่พาฉันกลับมาส่งที่บ้านเสียก่อน จากนั้นฉันก็หัดร้องเพลงจากคาราโอเกะ เพลงแรกที่หัดร้องคือ “My Heart Will Go On” ตอนนั้นแหละค่ะที่แม่มาได้ยินเข้า แม่เลยสอนให้ร้องเพลงเป็นเรื่องเป็นราว และเป็นโค้ชสอนการใช้เสียงของฉันมาตั้งแต่นั้น

แล้วคุณแม่สอนอะไรบ้าง

ฉันว่าที่น่าตื่นเต้นสำหรับการเรียนร้องเพลงกับแม่คือ แม่สอนให้ร้องเพลงยากๆ ตั้งแต่ฉันอายุ 6 ขวบ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับเด็กอายุแค่นั้น เพราะมันเป็นเพลงที่ร้องยาก เป็นเพลงของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ฉันเริ่มเข้าประกวดร้องเพลงที่ฟิลิปปินส์ตั้งแต่ 7 ขวบ และเมื่อร้องเพลงพวกนี้ในการประกวด ฉันต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าฉันสามารถร้องเพลงยากๆ พวกนี้ได้ดี ไม่ได้เลือกเพลงยากเพื่อขอความสนใจอย่างเดียว ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็จบค่ะ นั่นแหละค่ะเป็นส่วนที่สำคัญ แม่สอนให้ร้องเพลงยากๆ พวกนี้ และสอนให้ใช้เสียงอย่างถูกต้อง

การใช้เสียงให้ถูกต้องเป็นเรื่องยากมากสำหรับเด็กหลายๆ คน ตอนนั้นรู้สึกไหมตัวเองมีความสามารถพิเศษ

แต่ก่อนฉันก็ร้องไม่ได้ดีนะคะ ขึ้นเสียงสูงไม่ได้และร้องเพลงผิดๆ เพี้ยนๆ แต่แม่มักบอกฉันเสมอว่าถ้าแม่ร้องได้ฉันก็ต้องร้องได้ เพราะฉันเสียงสูงกว่าแม่ แล้วแม่ก็สอนวิธีการร้องให้ ตอนนั้นฉันอายุสัก 12-13 ได้มั้ง ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่แม่สอนการใช้เสียงที่ถูกต้องกับฉันตั้งแต่เริ่มแรก ฉันไม้ได้คิดว่าตัวเองพิเศษอะไรหรอกค่ะ มันอยู่ที่การเรียนรู้และฝึกฝน การมีครูที่ดีก็สำคัญมาก ถ้าไม่เรียนรู้อย่างถูกต้องก็ร้องเพลงดีได้ยากค่ะ
วิดีโอในยูทูบของคุณได้รับความนิยมมาก

นั่นเป็นวิดีโอจากสามรายการทาเลนท์โชว์ค่ะ อันแรกมาจากรายการของเกาหลีเมื่อสามปีที่แล้ว พอแข่งเสร็จเขาก็อัพโหลดวิดีโอเข้าไปในยูทูบ จากตรงนั้นฉันก็ได้รับการทาบทามจาก อัลเลน, โอปราห์ และ เดวิด ฟอสเตอร์

ตื่นเต้นมากไหมที่ได้ไปร้องเพลงในรายการของโอปราห์

ฉันสั่นไปหมดเลยค่ะ ขาสั่น ตัวสั่น ครั้งที่ได้พบโอปราห์ฉันไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง เจ้าหน้าที่รายการเดินมาบอกว่าพยายามทำให้ดีที่สุดนะเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่โอปราห์จะได้ยินฉันร้องเพลง และฉันก็โล่งอกและดีใจมากที่เธอชอบ ตอนไปออกรายการเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากค่ะ ตอนนั้นเรากำลังอยู่บนเครื่องบินจะกลับฟิลิปปินส์ จู่ๆ ก็มีตำรวจเข้ามาตามหาพวกเรา ฉันกับแม่ก็เถียงกันใหญ่ว่าใครไปทำอะไรไม่ชอบมาพากลไว้หรือเปล่า สุดท้ายเราก็กลับมาเจอโอปราห์ที่ฮาร์เปอร์โปรดักชั่น เธอพูดกับฉันว่า “ฉันอยากช่วยเธอ ไหนเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังหน่อยสิ” แล้วฉันก็บอกเธอทุกอย่าง ว่าแม่เลี้ยงฉันมาคนเดียว ฉันร้องเพลงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันสิ้นหวังและไม่อยากให้แม่ผิดหวัง โอปราห์พูดว่า “อย่าหมดหวังสิ เชื่อฉันนะว่าเธอไปได้สวยแน่” โอปราห์โทรหา เดวิด ฟอสเตอร์ และทุกอย่างก็เกิดขึ้น ฉันได้ทำงานกับ เดวิด, ซีลีน ดิออน, อันเดร โบเชลลี และศิลปินดังๆ อีกหลายคนเลย เหมือนเทพนิยาย
ไหมล่ะคะ

เรื่อง: มันตา คลังบุญครอง ข้อมูลสัมภาษณ์จาก วอร์เนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย)