บันเทิง

ยอมเปลี่ยนตัวเองให้เหมาะกับเพลง
วิธีร้องแบบ'ลุลา'

ยอมเปลี่ยนตัวเองให้เหมาะกับเพลง วิธีร้องแบบ'ลุลา'

13 ก.ค. 2553

ถูกยกย่องให้เป็นเจ้าแม่บอสซ่า สำหรับ "ลุลา" กันยารัตน์ ติยะพรไชย ที่ตอนนี้ มีอัลบั้มใหม่ชุดที่สอง "ทวิสต์" ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันแล้ว โดยอัลบั้มนี้นักร้องสาวคนเก่งยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อสร้างความแปลกใหม่ในการฟังเพลงให้แก่คนฟัง ทั้งการร้อง การเต้น รวมถึ

  "ความเปลี่ยนแปลงในอัลบั้มนี้ มีมาตั้งแต่ปล่อยเพลงแรก เพราะว่าเพลงแรกที่ปล่อยออกมา อย่างเพลงราตรีนี้...ยังอีกแสนไกล ที่เป็นเพลงเร็ว แล้วลุลาเองมีการออกสเต็ปการเต้นบางเล็กน้อย ซึ่งหลายคนที่ไม่ค่อยเชื่อว่าลุลาเองเต้นได้ แต่จริงๆ แล้วเราเรียนร้องเพลง เรียนเต้นมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่ติดภาพลุลาที่ร้องเพลงช้าๆ ซึ้งๆ ออกจะเศร้าหน่อยๆ ตอนที่ปล่อยเพลงนี้ มีกระแสตอบรับออกมา 2 กระแส คือ กระแสแรกจะเป็นในทางบวก คือจะชมว่าแปลกดี เปลี่ยนแนวบ้าง ดูพัฒนาขึ้น ซึ่งเราพอเราได้ยิน เรารู้สึกว่าคนเข้าใจว่าเราอยากที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อเห็นพัฒนาการของเราที่ต่างจากอัลบั้มแรก แต่กระแสที่สองจะเป็นในทางลบว่าไม่ชอบ ไม่ดี อยากให้กลับไปร้องเพลงช้าๆ มากกว่า เพลงแบบนี้ไม่เหมาะกับเรา ซึ่งพอได้ยินครั้งแรกมีกดดันเหมือนกัน" ลุลาเผย ก่อนจะเล่าต่อว่า อัลบั้มนี้กดดันมาก แต่ใช้ความสุขที่ได้ทำมาเป็นตัวสลายความกดดันที่มี

 "พอมีกระแสออกมาหลายแบบ มันทำให้เรารู้สึกกดดัน ยิ่งอัลบั้มที่แล้ว เราได้รับการตอบรับดี ยิ่งเป็นแรงกดดันเพิ่มขึ้น ช่วงแรกที่ทำอัลบั้มก็มีอารมณ์ที่ว่ามันจะดีไหม คนฟังจะชอบไหม พอเราเครียดกับมันมากๆ ทำให้เราทำงานออกมาได้ไม่ดี เราเลยเปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนความกดดันมาเป็นพลังในการทำงาน คือเอาแค่ว่า ถ้าเราทำมีความสุขกับการร้องเพลง มีความสุขกับการทำงานร่วมกับพี่ๆ เพื่อนๆ แค่นั้นก็พอแล้ว เพราะลุลาเชื่อว่า ถ้าเราแฮปปี้คนฟังเองจะแฮปปี้ตามไปด้วย" นักร้องสาวเล่า

 นักร้องสาวบอสซ่าเผยถึงการเลือกนักร้องมาร่วมแจมว่า ชอบการทำงานร่วมกับคนอื่น แต่ที่เลือกศิลปินที่ไม่เป็นที่รู้จัก เพราะอยากจะมีเรื่องราวที่จะถ่ายทอดออกมามากขึ้น

 "อัลบั้มมีนักร้องคุณภาพมาร่วมร้องหลายคน อย่างพี่โตน โซฟา (จักรธร ขจรไชยกูล) คือเป็นโปรดิวเซอร์ที่ทำงานด้วยกันมาตลอด ส่วน จีน (มหาสมุทธ บุณยรักษ์) กับจีนนี่ คือเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่เราเห็นผลงานของเขามาเยอะมาก แล้วเรารู้สึกว่าเขาน่าจะถ่ายทอดอารมณ์เพลงแค่เพียงได้รู้ได้ดี เพราะว่าเขาเป็นนักเรียนนอก คงรู้อารมณ์เหงาๆ แบบนี้ ซึ่งพอทำงานด้วยกัน เรายิ่งรู้สึกว่าใช่เลยที่เลือกเขา อีกคนคือคุณแม่สวีทนุช (วรนุช กนกากร) ที่เรารู้จักและเคยทำงานกับคุณแม่ เราอยากที่จะร้องเพลงด้วยกัน

 "ส่วนที่คนถามมาเยอะมากว่าอัลบั้มที่แล้วลุลาร้องกับพี่ต้า พาราด็อกซ์ (อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา) แต่ทำไมอัลบั้มนี้เลือกคนที่ไม่เป็นที่รู้จัก คือเราอยากจะบอกว่าเราไม่อยากเลือกคนที่รู้จัก เพราะอัลบั้มที่แล้วกลายเป็นพี่ต้าร์มาดันเรา แต่ไม่ใช่ว่าอัลบั้มนี้เราจะดันใคร เพียงแต่เราอยากที่จะให้มีเรื่องราวที่อธิบายมากกว่า" ลุลากล่าว พร้อมเผยถึงเรื่องที่คนยกให้เป็นเจ้าแม่บอสซ่าว่า ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้ฉายาแบบนี้

 "มันรู้สึกแปลกๆ ที่มีคนมาตั้งฉายาแบบนี้ให้ เพราะว่าลุลามาจากสาวออฟฟิศธรรมดา แต่เหมือนมีโอกาสมาถึง แล้วตอนนั้นแนวเพลงบอสซ่าอาจจะไม่ใช่แนวที่แพร่หลายมากนัก พอเรามาร้อง จนเกิดเป็นการสร้างกระแสนี้ออกมา เลยทำให้คนมองว่าเป็นแบบนั้น ซึ่งจริงๆ ต้องขอบคุณที่ยกย่อง แต่อัลบั้มหน้า แอบคิดเหมือนกันว่าอยากที่จะทำเพลงแนวอื่น อาจจะเป็นแนวอิเล็กทรอนิกส์ เพราะมันเป็นแนวที่สามารถพลิกแพลงไปได้อีกหลายแนว" ลุลาแจง

 ลุลา กล่าวปิดท้ายด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการดัดเสียงร้องของเธอว่า ใช้เนื้อเสียงจริงๆ ในการร้องเพลง แต่แค่ดีไซด์การร้อง และวิธีการร้องมาก ซึ่งถึงจะเปลี่ยนไปร้องแนวอื่น เนื้อเสียงยังคงเหมือนเดิมแน่นอน แต่วิธีการร้องอาจต้องเปลี่ยนไปให้เหมาะกับแนวเพลงนั้นๆ