
มาร์ค-สวัสดิ์ปรับแผนเมื่อวงการหมุนกลับทำซิงเกิล
ธุรกิจเพลงลูกทุ่งเปลี่ยนสภาพการผลิตเข้าสู้ยุค "ดิจิทัลดาวน์โหลด" อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้งานเพลงที่ออกมาจากเดิมเป็นอัลบั้มลดน้อยลงไป ซึ่งเป็นการย้อนไปสู่อดีตที่เคยทำแผ่นเสียงชนิดแผ่นเล็กที่เรียกว่า แผ่น "ซิงเกิล"
และเมื่อมีผลงานครบจำนวนจึงทำแผ่นเสียงใหญ่ที่เรียกว่าแผ่น ”ลองเพลย์” ปัจจุบันมีการทำเพลงออกมา 1-2 เพลง เพื่อทดลองตลาดให้แฟนๆ ดาวน์โหลดก่อน หลังจากนั้นจึงทำอัลบั้มเต็มเป็นแผ่นซีดี
ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" พูดคุยสอบถามคนทำเพลงว่า เมื่อโลกหมุนกลับ เขาได้ปรับตัวอย่างไรบ้าง สวัสดิ์ สารคาม นักเรียบเรียงดนตรีที่มีงานชุกคนหนึ่งของวงการเพลงลูกทุ่ง กล่าวกับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ถึงความนิยมทำซิงเกิลเพลงลูกทุ่งขณะนี้ของค่ายเพลงว่า
"วงการเพลงเปลี่ยนโฉมวิธีการทำงานเมื่อ 5-6 ปีที่แล้วระบบซิงเกิลไม่นิยม ตอนนี้หันมาทำกันแทบทุกที่เลย ตอนนี้บริษัทเพลงที่ทำแบบครอบครัวยังพอมีเพลงแบบเต็มอัลบั้มอยู่ ส่วนบริษัทใหญ่ๆผลิตซิงเกิลเพลงกันหมดแล้ว ผมมองว่าเหตุที่การทำเพลงเปลี่ยนไปอันหนึ่งมาจากสภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อันที่ 2 มาจากแผ่นผี อันที่ 3 การทำซิงเกิลเป็นการลดความเสี่ยงของการทำธุรกิจ เมื่อก่อนทำครั้งเดียว 12 เพลง เหวี่ยงแห หาเพลงหัวมาแค่เพลงเดียว เพื่อการันตีว่าออกไปขายได้ ส่วนอีก 9-10 เพลง เอาอะไรมาใส่ก็ได้ มาช่วงนี้ต้องย่อส่วน งานเพลงชุดหนึ่งต้องชี้จุดเลือกเฟ้นกันว่าจะเอาใครมาทำงานบ้าง เมื่ออัลบั้มเต็มที่ทำออกมายังไม่ประสบความสำเร็จก็สู้กับพวกแผ่นผีไม่ได้ ก็ต้องลดลงเหลือทำแค่ 1-2 เพลง หาหัวเพลงหัวให้ได้ก่อนเพื่อตัดความเสี่ยงทั้งหมด"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบที่มีต่อนักเรียบเรียงเสียงประสานตอนนี้เป็นอย่างไร สวัสดิ์ สารคาม บอกว่า "กระทบหมดทั้งคนเขียนเพลง คนทำดนตรี แต่ไม่กระทบคนฟัง คนฟังก็จะได้เพลงที่ถูกใจ มันกลับมาแบบเก่าผลดีเลยเกิดกับคนฟัง วันนี้หลายๆ คนก็มาให้ผมทำ 2-3 เพลง แต่ยังมีทำแบบ 2 ระบบอยู่ ข้อดีของการทำอัลบั้มเต็ม 12 เพลงค่ายเล็กๆ เขาไม่อยากทำหลายรอบเพราะหลายรอบก็มีค่าใช้จ่ายอีก ผมเคยคุยกับลูกค้าว่า ถ้าเราซื้อของถ้าเราซื้อจำนวนมากๆ ราคาก็จะถูกลง ถ้าคุณซื้อของน้อยราคาก็ต้องเต็มจำนวน ลดไม่ได้เพราะค่านักดนตรี ค่าสารพัด ผมมองว่าการทำซิงเกิลจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำครั้งละหลายๆ เพลง การทำดนตรีชุดหนึ่งคนทำเขาจะมีหลายตัวเลือกให้ลูกค้า เช่น คิดแค่ค่าไลน์ดนตรีอย่างเดียว กับคิดค่าไลน์ดนตรีบวกห้องอัด หรือทำออกมาเป็นมีดี้ไฟล์+ค่าไลน์ดนตรี+ค่าห้องอัดทุกวันนี้ผมก็ทำงานพิถีพิถัน"
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าทางออกของการทำงานเพื่อให้มีผลกระทบต่อคนทำดนตรีควรจะเป็นอย่างไร สวัสดิ์ บอกว่า "ทางออกที่ดีที่สุดผมถือคติการทำงาน ต้องทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม วันนี้คนทำงานด้านนี้มีเยอะ เราต้องทำให้งานแน่นที่สุด ถ้างานคุณไม่แน่นคุณก็หลุดเลย การแข่งขันสูง การทำงานยากขึ้นมาก ต้องตามให้ทันปรับตัว ปรับความคิด
ด้าน มาร์ค ใบเตย มือเรียบเรียงเสียงประสานอันดับต้นๆ ของวงการเพลงลูกทุ่งอีกคนหนึ่งให้ทัศนะถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า
"มันดีต่อผู้บริโภค แต่ผลกระทบมันตกที่ผู้เรียบเรียง สมมติว่าเราเคยรับทำเพลงละ 5,000 บาท มันก็ได้แค่หมื่นเดียว 4-5 เดือน ได้ทำครั้งหนึ่ง มันก็ไม่ไหว ทุกวันนี้ผมก็รับทำทั้ง 2 แบบ ทำเพลงหัวให้ดีจากนั้นเพลง 3-4 ก็ตามมา อย่างอาร์สยามพอทำเพลง 1-2 ออกมาแล้วก็จะมีอัลบั้มเต็มของนักร้องคนนั้นตามมา ซึ่งถามว่ามีปัญหาไหม มีอยู่แล้วชุดหนึ่งมีโปรดิวเซอร์ 5 คน มีเพลงทำแค่ 2 เพลงจะทำยังไง รายได้เราน้อยลง การทำงานก็ต้องวิเคราะห์ให้มากขึ้น"
นอกจากนั้นการทำซิงเกิลเพลงลูกทุ่งวันนี้เพลงจะไม่ค่อยเป็นอมตะ และคนลืมง่ายกว่าเดิมหรือไม่ มาร์คบอกอย่างน่าคิดตามว่า
"เดี๋ยวนี้โครงสร้างเนื้อหาเพลงอิงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน การเขียนของคนสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนๆ เขามีภาษาสวยงาม คนสมัยนี้ไม่เข้าใจภาษาการสื่อสารผ่านเพลงจึงหายไปอายุเพลงสมัยนี้ถ้าดังก็ไม่เกิน 1 ปี สถานการณ์ของผมก็งานเยอะอยู่ นักร้องเบอร์ใหญ่ๆ เขามักจะทำเพลงหัวกันก่อน ไม่เหมือนค่ายเล็กทำเพลงเต็มเลย เราเลยต้องหางานจากค่ายเล็ก ค่ายใหญ่เช่นอาร์สยามทำเพลงหัวให้ดังก่อนแล้วเอาเพลงดังแต่ละคนมารวมเป็นอัลบั้ม คนซื้อก็ชอบเพราะมีแต่เพลงดังๆ"
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าจะมีทางออกอย่างไรหากต่อไปคนค่ายเล็กหันมาทำซิงเกิลกันหมด นักเรียบเรียงเสียงประสานบอกว่า "คงทำอะไรไม่ได้ มันจะเป็นแบบนี้อีกนาน เราต้องทำศิลปินมากขึ้นให้เท่ากับทำอัลบั้มเต็ม แต่ผมมองว่าการทำอัลบั้มเต็มยังไม่หมด ต้องมี ถ้าเพลงดังจริงๆ ผมว่าแค่ 2 เพลงกับการโชว์หน้าเวทีไม่อยู่หรอก ร้องเพลงตัวเองแค่ 2 เพลงนอกนั้นร้องเพลงคนอื่น”



