
เอเชีย...เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ - การแสดงแบบแนวๆ ของ "ท็อป บิ๊กแบง"
นับเป็นโชคดีของ เชว ซึงฮยอน หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ ท็อป แร็พเปอร์หนุ่มประจำวง บิ๊กแบง เมื่อทุกครั้งที่ได้จับงานแสดง เป็นต้องประสบความสำเร็จทุกงานไป ตั้งแต่ ละครเรื่อง I Am Sam (ครูหนุ่มกับนักเรียนสุดซ่าส์ ไปยันละครฟอร์มยักษ์ Iris)และล่าสุดกับบ
ท็อป : แต่ก่อนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมจะไม่เข้าไปอินกับสิ่งๆ นั้นในทันที แม้ผมจะดูมีความสุขกับการทำงานอยู่เสมอ แต่ที่จริงแล้ว ผมก็ยังมีความกังวลบ้างเหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง และไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว ผมเคยคิดอย่างหนัก เมื่อครั้งแรกเริ่มมาจับงานแสดง เพราะเป็นคนไม่ชอบทำอะไรครึ่งๆกลางๆ กับดนตรีผมคิดว่าผมทำได้ แต่กับการแสดงมันคงยากกว่านั้นมาก หากแต่ความปรารถนา ที่อยากจะเป็นนักแสดงที่ดีมีมากกว่า ผมจึงทุ่มเทอย่างเต็มที่แม้จะยังกังวลอยู่บ้างก็ตาม แต่ก่อนผมคิดเช่นนั้น เพราะเหมือนจะมีบางสิ่งที่ยังรู้สึกกลัวอยู่ แต่ตอนนี้ความกลัวเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผม
นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้ จะมีความสำคัญต่อการแสดงของคุณแล้ว ได้ข่าวว่ายังมีอิทธิพลต่อชีวิตและความรู้สึกนึกคิดของคุณด้วย
ท็อป : ใช่ครับ มันมีอิทธิพลต่อผม จากการที่ได้สังเกตเหล่านักแสดงรุ่นพี่อย่าง ควอน ซังวู ชา ซึงวอน และคิม ซึงวู ผมสะสมหุ่น Bearbrick เพราะชอบความมั่นคงที่มีอยู่ในตัวของหุ่น ผมชอบที่โครงสร้าง รูปร่างและความสมบูรณ์แบบของมัน และผมก็มองเห็นทั้งหมดนี้ในตัวของรุ่นพี่ทุกคน เมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่มีการถ่ายทำ พวกพี่ๆ จะโทรกลับบ้านตลอด ทุกครั้งที่ได้เห็น ก็จะพานให้นึกถึงความมั่นคงในชีวิตทุกที แล้วก็จะย้อนกลับมาดูตัวเอง ว่าไม่มีอะไรมั่นคงสักอย่างเลย ผมรู้สึกว่าผมยังเด็ก ยังสับสน ในหัวตีกันยุ่งไปหมด แต่พอมาได้เห็นรุ่นพี่แต่ละคน ที่มีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว มันทำให้ผมค่อยๆ ซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว
เป็นที่ทราบกันดี ว่าคุณไม่เคยคิดเข้าเรียนการแสดง เพราะกลัวว่าจะทำให้การแสดงของคุณอยู่ในกรอบ และเป็นมาตรฐานเดียวกับคนอื่นๆ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น
ท็อป : ความเข้าใจและแนวทางในการแสดงของแต่ละคน อาจจะแตกต่างกันออกไป โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าวิธีนี้เหมาะ และตรงกับตัวผมมากที่สุด ผมชอบที่จะแสดงไปตามความรู้สึกของตัวเองที่มาจากประสบการณ์ครั้งก่อนๆ มากกว่าแสดงไปตามบทเรียนที่สอน และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่นเดียวกันกับการร้องเพลง ผมแร็พด้วยเสียงที่ผมคิดเอง ว่าร้องอย่างนี้เหมาะที่สุด จากประสบการณ์ที่ได้แร็พมาตลอด 10 ปี มันไม่ใช่เสียงจริงของผม แต่มันเป็นเสียงที่ผมจงใจให้มันเปล่งออกมาเช่นนี้ และมันก็ทำให้เสียงแร็พของผมแตกต่างจากคนอื่น เหมือนกันกับการแสดง ผมเองต้องการจะแสดงในแบบของตัวเอง แต่บางทีอาจจะไปเรียนเทคนิคเพิ่มเติมภายหลังก็เป็นได้
เรียกได้ว่าแนวเสียจริงๆ สำหรับความเป็น ท็อป หนุ่มนักแร็พประจำวงบิ๊กแบง อาจจะเข้าใจยากไปสักนิดแต่นี่แหละคือเสน่ห์ของ เชว ซึงฮยอน !!



