
อย่าตอแหลกับหนังอินดี้ !
ดูเหมือนว่า ราวๆ 10 ปีที่แล้วเมื่อมีหนังทำสั้นออกมาโครมครามพักใหญ่ the english patient ได้หนังเยี่ยมในตอนนั้น อุตสาหกรรมหนังทั่วโลกจะออกมาขานรับหนัง independent กันถ้วนหน้า pulp fiction ของ เควนติน ตารันติโน film market ที่พร้อมจะรองรับเพื่อผลักดันหนังกลุ
ถ้าอยากให้อะไรสักอย่างมันเดินไปข้างหน้า "การเลิกตอแหล" ต่อกัน เป็นสิ่งแรกที่ควรจะทำ
สังคมส่วนหนึ่ง คนทำงานส่วนหนึ่ง ก็จะกระดี๊กระด๊ากับหนังนอกกระแสอยู่พักหนึ่ง
ดูเหมือนว่า พอออสการ์ประกาศในที่ 1996 ให้หนังอย่าง
และดูเหมือนว่า...
เป็นครั้งที่ 3 เข้าไปแล้ว ที่พอคุณเจ้ย อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล กลับมาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่ (รางวัล, คำชม) จากเมืองคานส์ สังคมและคนทำหนังบางส่วนก็จะตื่นเต้น (จนบางทีดูมูมมาม) กับการกลับมาของหนังอินดี้ ปรากฏการณ์อะไรทำนองนี้ พอผ่านไปสักระยะ มันก็ค่อยๆ หายไป ไอเดียที่เคยบรรเจิด เคยจะมีการให้ทุน เคยจะมีการก่อร่างสร้างตัวอะไรนั้น
ก็กลายเป็นคลื่นลมที่สงบไป
ผมรู้สึกว่าว่า พอมีใครสักคนที่สร้างชื่อเกี่ยวกับหนัง
แทนที่เราจะส่งเสริมเขา ให้ทุนเขา
ก็กลายเป็นว่าเราไปหากินกับเขาเสียเอง (หากินทั้งภาครัฐและคนใกล้ตัว) ไปๆ มาๆ หรือมาๆ ไปๆ คุณเจ้ยที่เราควรจะสนับสนุนเขาหลายทาง ก็กลายเป็นแค่หัวข้อสนทนา หรือกระทู้ที่ไปนำไปสร้างชื่อให้แก่คนแค่บางกลุ่มบางส่วนเท่านั้น มีอะไรมากมายเหลือเกินที่สังคมวงกว้างน่าจะหยิบแง่มุมมาพูดถึง ตั้งแต่แนวทางของ มินิมอลิสต์ ไปจนถึงศิลปะยุคใหม่ ที่มีในงานของเขา การลบร้างขนบในการทำหนัง หรือรื้อฟื้นแนวคิดของคนว่า หนังนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของทุนนิยมงานสร้างอลังการต่างๆ เพราะที่สุดมันคือเรื่องของไอเดีย มีหนังหลายเรื่องที่ใช้เงินน้อยมาก
และใช้แนวทางของหนังนอกกระแส ระเบิดตูมตามลงในอุตสาหกรรม ใครไม่เชื่อลองไปดูแค่เรื่องเดียวในปี 1994 ก็พอ
หนังเรื่องนั้นคือ
บางคนยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่า หนังอินดี้คืออะไร มันเป็นอย่างไร เล่าเรื่องแบบไหน บางคนกระโดดเข้ามา "เกาะกระแส" หากินกับหนังอินดี้ และพอกกระแสมันเจือจางไป พวกเขาก็หายหัวไป ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร คนแบบนี้ แค่มองไปก็จะเห็นได้
อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่า ท่ามกลางการตั้งท้องบ้าง แท้งไปบ้าง เชื้อติดมดลูกบ้าง ไม่ติดบ้างนั้น หนังอินดี้แม้ว่าจะเติบโตช้ากว่าเพลงอินดี้นั้น ก็ยังมีการค่อยๆ เติบโตมาช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เพราะถ้าจะลองมองแค่หนังไทย
เราก็เห็น "ร่องรอย" จากหนังของคุณ สันติ แต้พานิช หนังของคุณ วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง หรือเห็นริ้วรอยชัดๆ จากงานของคุณ เป็นเอก รัตนเรือง (ฝันบ้าคาราโอเกะ) คุณเจ้ย อภิชาติพงศ์ หรือคุณอาทิตย์ อัสสรัตน์
ซึ่งทุกคนที่ว่ามานั้น ต่างมีคุณภาพทั้งนั้น
ตอนนี้กระแสหนังอินดี้กำลังมาแรงครับ เรียกว่ากำลังเป็นการตีเหล็กให้ร้อนฉ่า...เหล็กที่กำลังจะถูกตีก็คือ การที่จะมีหลายฝ่ายลุกขึ้นมาสร้างพื้นที่ของหนังอินดี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี
ถ้าเราๆ ท่านๆ จะจริงใจกับมัน
ไม่ใช่หากินกับหนังนอกกระแส
ไม่ใช่ไปคิดแค่ขอทุน สสส. แล้วก็ทำๆ กันไป
ไม่ใช่คิดแค่ว่า จะเปิดโรงหนังแข่งกันเพื่อธุรกิจอย่างเดียว
ในต่างประเทศนั้น หนังอินดี้มีตลาดที่แข็งแรงมาก มี
ผม-ซึ่งไม่ได้บ้าหนังอินดี้หรือไม่อินดี้ เพราะผมชอบ "หนังดี" จะหนังทุนนิยมหรือหนังนอกกระแส ถ้ามันดี ผมก็ดูทั้งนั้น
แต่ผมไม่อยากให้สังคมส่วนหนึ่ง คนส่วนหนึ่ง คนของภาครัฐหรือคนของเอกชน หรือทุนนั้นทุนนี้ แสดงอาการ "กระดี๊กระด๊า" กับการมาถึงอีกระลอกของหนัง
"นันทขว้าง สิรสุนทร"
twitter@nantakwang



