
มองผ่านเลนส์คม - การเมืองในบ้าน "เอเอฟ"
ในโลกแห่งเสรีภาพ ทุกคนย่อมมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่อการเมืองและสังคม ภายใต้กฎหมาย และไม่กระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้ที่เอ่ยถึงด้วย
เสรีภาพทางความคิดเห็นที่ไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิคนอื่น ก็ถือว่าวิจารณ์กันและกันได้
จากกรณีที่มีผู้เข้าแข่งขันในรายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 7 วิทวัส ท้าวคำลือ หรือ มาร์ค V11 กล่าวพาดพิงและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองลงในเฟซบุ๊ก ก่อนที่จะเข้ามาเป็นนักล่าฝันในบ้านทรู เอเอฟ 7
เวลาไล่เลี่ยกัน ก็มีข่าวว่า น้องเอเอฟคนนี้ยังไปว่า "น้องเซน" เดอะสตาร์ อีก แม้ทางเอเอฟจะออกมาแถลงแล้วให้อยู่ต่อ เพราะเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล และน้องก็แสดงความคิดเห็นก่อนที่จะเข้าบ้านด้วย
ทางทรูเองก็บอกว่าเป็นรายการที่มุ่งเน้นให้ความบันเทิง ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งภายใต้บ้าน ทรู เอเอฟ นั้น ก็มีกฎที่เหล่านักล่าฝันต้องปฏิบัติตาม นับจากวันที่ก้าวเท้าเข้าบ้านทรู อะคาเดมี ต่างๆ มากมาย
กระนั้นก็มีเสียงในเน็ตสะท้อนถล่มออกมาอีกว่า การคัดเลือกคนที่จะเป็นไอดอลของเด็กรุ่นใหม่ในอนาคต ความสามารถหรือหน้าตาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีคุณธรรมด้วย เพราะคนคนนั้นจะต้องเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นใหม่ต่อไป
ยังมีการตีความถึงเรื่อง "สีเสื้อ" ที่จะไม่มีวันจบง่ายๆ หากคนที่อยู่หน้าจอมุ่งเน้นแต่จะพูดถึงเรื่องความแตกต่างทางความคิดอย่างรุนแรงอย่างนี้
นอกเหนือจากนี้ยังมีประเด็นการสร้าง "กระแสข่าว" ให้เป็นที่พูดถึงของค่ายนี้หรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้นับเป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่จับตามองว่า น้องมาร์ค ที่ชื่อเหมือนนายกฯ คนนี้ จะเป็นยังไง
จะถูกกลุ่มคนรักนายกฯ อภิสิทธิ์โห่ไล่ให้หลุดออกจากบ้าน หรือว่าจะถูกปกป้องจากกลุ่มคนเสื้อแดง โหวตให้อยู่ต่อจนถึงวันสุดท้ายหรือไม่
แต่ในเวลาอันใกล้ วันเสาร์ที่จะถึงนี้ น้องๆ ทั้ง 12 คนในบ้านเอเอฟต้องออกจากบ้านเพื่อมาขึ้นคอนเสิร์ต ปฏิกิริยาจากคนภายนอกบ้านจะเป็นยังไง
คนในบ้านเองเมื่อรับรู้ข่าวสารแล้ว หากมีความคิดเห็นต่างจากน้องมาร์คแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ต่างๆ เหล่านี้ล้วนน่าติดตามไม่น้อย
เพราะอย่างน้อย เราอาจจะได้เห็นความใจกว้างของคนในสังคม หรือไม่แน่ว่าเรายังจ่อมจมอยู่กับความแปลกต่างที่ไม่มีวันประสานกันได้
แล้วคุณล่ะคิดอย่างไร โหวตมาได้ที่....(ไหนดีล่ะ)!!
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์ "



