บันเทิง

มองนอกดูใน - ด้วย 'กรุณาแห่งหัวใจ'

มองนอกดูใน - ด้วย 'กรุณาแห่งหัวใจ'

07 ก.ค. 2553

เมื่อหลายเดือนก่อน คุณวันทนา ใคร่ครวญ ภริยาคุณดำรง ใคร่ครวญ กงสุลใหญ่ประจำนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยมาปฏิบัติธรรมในโครงการอานาปานสติก่อนหน้านี้ ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนเสถียรธรรมสถาน และเชิญข้าพเจ้าให้เดินทางไปแสดงธรรมและพบปะกับคนไทยที่ลอสแอ

  เมื่อเดินทางไปถึงลอสแองเจลิส ก็ได้รับเชิญให้ไปออกรายการ บ้านสีขาว และที่ IPTV  ซึ่งนำเสนอข่าวสำหรับคนไทยในสหรัฐอเมริกา ตกตอนเย็น ท่านกงสุลใหญ่ ดำรง ใคร่ครวญ และ คุณวันทนา ใคร่ครวญ ภริยา ได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับ สภาสตรีไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ โดยมี คุณศรีวงศ์ อาญาสิทธิ์ ประธาน คุณวนิดา ศรีวะรมย์ อดีตประธาน พร้อมทั้ง คุณพรพิมล รุ่งเริงสุข เลขาธิการสภาสตรีไทยฯ ในการจัดการบรรยายธรรม เรื่อง ‘กรุณาแห่งหัวใจ’ ณ สถานกงสุลใหญ่ วันรุ่งขึ้นก็ได้เดินทางไปบรรยายธรรมในเรื่องเดียวกันที่วัดไทยลอสแองเจลิส

 นอกจากกการบรรยายธรรมแล้ว ข้าพเจ้ายังมีโอกาสได้พบปะและสนทนากับเพื่อนคนไทย ซึ่งเรื่องราวที่ได้แลกเปลี่ยนกันก็มีมากมายหลายเรื่อง โดยส่วนใหญ่คนไทยที่นี่ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานของเสถียรธรรมสถานผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก และ 3 เรื่องสำคัญที่มีการถามไถ่ถึงมากที่สุดคือ สาวิกาสิกขาลัย การบวชพุทธสาวิกา และบรรดาเยาวชนจิตอาสาภาวนารับใช้ที่ลงพื้นที่ไปเยียวยาเพื่อนผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

 ซึ่งในเรื่องของเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ยูเอสเอ ได้ขอโอกาสในการสัมภาษณ์ข้าพเจ้าเกี่ยวกับเรื่อง การแก้ปัญหาอย่างมี ‘กรุณาแห่งหัวใจ’ ก่อนเดินทางออกจากลอสแองเจลิส

 “กรุณาตัวเองก่อนว่าเราไม่ได้เกิดมาวันนี้แล้วเราต้องมีลมหายใจแห่งความเกลียดชัง เรียกว่าไม่กรุณาตัวเอง แต่ถ้าเรารู้สึกว่า วันนี้จะไม่ยอมให้อคติเข้ามาอยู่ในหัวใจของเราเลย อะไรๆ ก็กรุณาได้ทั้งนั้น โลกใบนี้มีสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เยอะแยะไปหมด แต่การที่เราอยู่กับมันอย่างเข้าใจ อยู่เหนือความทุกข์ เรียกอริยชน เป็นเรื่องที่เราคิดตรงกัน ในโลกนี้หลายคนกำลังถามหาลมหายใจแห่งสันติภาพ จริงๆ ก็อยู่ในใจเรานี่แหละค่ะ…

 เราอาจจะเห็นต่างแต่ก็มีความสุขได้เหมือนกัน อาจจะมีใครสักคนที่คิดเห็นไม่ เหมือนเรา แต่เราไม่เกลียดเขา เปิดใจกว้าง วางอคติ ฟังสิ่งนั้นอย่างคนที่เคารพในความต่างได้ เราเข้าใจเรื่องนี้ไปอย่างนี้ คนอื่นอาจจะเข้าใจไปอีกอย่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราสองคนรักกันไม่ได้ แต่หมายความว่า เราอาจมีท่าทีหรือองค์ความรู้ที่มาจากพื้นฐานที่ต่างกัน แต่ต้องจำไว้ว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะหาความสุขไม่ได้ หากมีใครในโลกนี้คิดไม่เหมือนฉัน แต่ละคนจะต้องมองว่าเราเกิดมาเพื่อให้โลกใบนี้ผาสุกและงดงาม เพราะฉะนั้น การที่เราจะมองความต่าง อย่างคนไม่มีอคติ และมีความสุขที่ได้เห็นใครสักคนอย่างไม่เกลียดชัง เราก็คงจะบอกว่า เราเคารพกันและกันได้ เคารพความต่างได้…

 การที่เรามีโอกาสได้อยู่ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ก็เรียนรู้ไปด้วยกันเสียเลยว่า เราต้องกรุณากันอย่างลึกซึ้งนะ เราเกิดมาในตระกูลดินน้ำลมไฟเหมือนกัน จะสีอะไร มีความเชื่อแตกต่างกันอย่างไร แต่ว่าเราฟัง จะฟังหัวใจของคนๆ นั้นว่าเขาสุขทุกข์อย่างไร ที่มาเป็นแบบนี้ ถ้าแบบนี้เราก็จะมองโลกอย่างอ่อนโยนขึ้น และไม่ต้องเสียพลังไปกับการตะโกนบอกให้ใครฟังเรา” 

 ในเวลาต่อมา ด้วยการดูแลที่อบอุ่นและประสานงานที่ราบรื่นของ คุณประสิทธิ์ และ คุณไพลิน กอบสมบัติ คุณหมอสมบูรณ์ และ คุณจันทิมา ศรีอรุณ ข้าพเจ้าก็ได้ไปบรรยายธรรมที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ วัดธัมมาราม นครชิคาโก และ คุณแพตตี้ ภู่ประเสริฐ และครอบครัว ในการประสานงานในการบรรยายธรรมที่วัดวชิรธรรมปทีป มหานครนิวยอร์ก

 ข้าพเจ้าขออนุโมทนาในน้ำใจของทุกผู้ทุกฝ่ายที่มีให้แก่กันตลอดการเดินทางเพื่อเผยแผ่พระธรรมและผู้ร่วมบุญในการสร้างสาวิกาสิกขาลัยด้วยกันในครั้งนี้...คนไทยเปี่ยมน้ำใจเสมอ

 และในขณะที่ประเทศไทยกำลังใช้กระบวนการของโทรศัพท์ โครงการ ‘6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย’ แม้แต่คนไทยที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ก็ได้แลกเปลี่ยนให้ข้าพเจ้าทราบว่า พวกเขามีโอกาสได้ส่งเสียงมาร่วมแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย

 อย่างไรก็ตาม ขอให้เป็นการปฏิรูปที่เริ่มต้นจากหัวใจของตัวเองที่มีการเจริญสติเพื่ออารักขาจิต เพราะการปฏิรูปที่น่าจะเป็นทางรอดได้นั้น...คงจะต้องเป็นการปฏิวัติกิเลสในใจเป็นเบื้องต้น
ธรรมสวัสดี

"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต"