บันเทิง

'บาสเก็ตแบนด์' 
รักดนตรีเป็นอาชีพ ไม่ใช่งานอดิเรก

'บาสเก็ตแบนด์' รักดนตรีเป็นอาชีพ ไม่ใช่งานอดิเรก

01 ก.ค. 2553

โด่งดังชั่วข้ามคืนกลับเพลง "คนน่ารักมักใจร้าย" แต่ใครจะไปรู้ว่าวง "บาสเก็ตแบนด์" จะมีอายุครบ 10 ปีแล้ว แถมยังลงทุนควักกระเป๋าทำอัลบั้มเอง จนกว่าจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โดยสามสมาชิกของวงทั้ง "นะ" ธนะ รัตรสาร "ก้า" อธิกร ศรียาสวิน และ "บอม" ธานินทร์ อินท

  "อัลบั้มนี้ โดยเฉพาะเพลงคนน่ารักมันใจร้ายที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก มันเหมือนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ของชีวิตผม เพราะบาสเก็ตแบนด์ไม่ใช่ศิลปิน เราทำเพลงเราก็ไม่ได้รู้สึก ว่าเราทำในฐานะศิลปิน เราทำเพลงด้วยความรู้สึกที่ว่าเราเป็นเพื่อนกัน เราแต่งเพลงเพื่อเพื่อนเรา แต่พอเพลงเราแพร่หลายมากขึ้น เรารู้สึกเหมือนว่าเรามีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น" ก้าเผย ก่อนที่เพื่อนร่วมวงอย่าง นะ เล่าเสริมต่อกับ 10 ปีของวงบาสเก็ตแบนด์ดังนี้

 "บาสเก็ตแบนทำงานเพลงมา 10 ปีแล้ว ถ้าคิดในแง่ของศิลปิน ที่ทำเพลงดังมาตลอด 10 ปี มันก็จะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับวงดนตรีวงหนึ่งที่ทำเพลงแล้วไม่ได้ดังเลย 10 ปี ถ้าคิดว่าเป็นศิลปิน ถือเป็นการทำที่แปลกมาก เพราะว่า 10 ปีไม่ได้ดังเลย แต่ที่เราอยู่ เพราะวิธีการทำงานของเรา ทำกันแบบเพื่อน ซึ่งในทุกอัลบั้ม ผมจะเขียนเพลงเพื่อบอกอารมณ์ของวงเราในช่วงเวลานั้นๆ โดยแฟนๆ ของเราจะรู้สึกได้" นะเล่า

 โดยน้องเล็กของวงบอม ได้เล่าให้ฟัง ว่าเคยมีความคิดที่อยากจะยุบวง และเลิกทำเพลงไป เพราะว่าไม่ประสบความสำเร็จ

 "มีอารมณ์ที่คิดอยากจะเลิกทำทุกชุด เพราะโดยสภาพของธุรกิจดนตรี มันไม่เอื้อให้กับการทำงานของศิลปินที่หาเลี้ยงชีพชอบด้วยการขายเพลง ตลาดเพลงของไทย มันมีแค่ 2 ระดับคือทำแล้วอยู่ได้ เพลงเป็นที่ติดหู เป็นที่นิยม มีงานไหลมาเทมา ใช้ชีวิตเป็นนักดนตรีเต็มตัวเลยกับทำแล้วอยู่ไม่ได้ คือเพลงที่คุณทำมาไม่ได้เป็นที่รู้จักเลย คุณก็อยู่ไม่ได้เลย มันไม่มีตรงกลางเลย แต่วงหรือตรงกลางตรงนั้น คือเหมือนคนจะไม่รู้จัก แต่พอเราเริ่มเล่นเพลง คนก็จะจำเพลงของเราได้ แฟนจะรู้จักเพลงของวงเรา แต่ไม่รู้จักพวกเรา" บอมตอบ ซึ่ง ก้า กล่าวเสริมต่อว่าไม่เคยมีความรู้สึกน้อยใจที่แฟนๆ ไม่รู้จักวง หรือสมาชิกในวง เพราะแค่ทุกคนรู้จักเพลงชอบเพลงของพวกเขาก็พอแล้ว

 "ไม่น้อยใจเลย ดีใจด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่ผมบอกว่าผมไม่ใช่ศิลปิน ผมเป็นคนเขียนทำนอง นะเป็นคนเขียนเนื้อร้อง บอมเป็นคนเรียบเรียง มันสื่อสารสิ่งที่เราถนัดไปแล้ว มันแสดงให้เห็นว่าอนุภาพของเพลง มันมีมากกว่าอนุภาพของเรา มันแสดงให้เห็นว่าเป้าความสนใจไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา แล้วทำให้เพลงมันไป แต่เพลงมันไปด้วยตัวเราเอง พลังของเสียงเพลงมันมากกว่าเรา เราแค่ทำในสิ่งที่เรารัก" ก้า อธิกร ยังเล่าต่อว่า เคยตั้งเป้าไว้ในตอนแรกที่ทำเพลงว่าจะทำเพลงไปตลอดชีวิต แต่ด้วยเวลาที่เปลี่ยนไป แค่ 10 ปีก็รู้สึกดีใจมากแล้ว 

 "ตั้งเป้าตอนแรกว่าอยากทำเพลงตลอดชีวิต ซึ่งเราเคยแปลกใจว่าทำไมวงดนตรีที่เราชอบ ถึงเลิกไป พอมาอัลบั้มชุดที่สองของเรา เราเข้าใจเลยว่าทำไมเขาเลิก เพราะมันมีอุปสรรคทั้งทางจิตใจ ทั้งทางสภาพแวดล้อม ทั้งทางธุรกิจ บาสเก็ตแบนด์อาจจะไม่ใช่วงที่ดัง แต่การทำงานเราทำจริงจัง เราไม่ได้ทำเพราะเห็นมันเป็นงานอดิเรก เราเห็นมันเป็นงานอีกงานหนึ่งเลย ซึ่งมันจริงจังกว่างานประจำผมหลายเท่าเลย เพราะเรารักที่จะทำมันอย่างจริงจัง แล้วพอมาวันนี้วันที่เราทำงานมาครบ 10 ปีผมเซอร์ไพรส์มากที่เราอยู่ด้วยกันมาได้ 10 ปี ซึ่งคนฟังของพวกเราอาจจะเซอร์ไพรส์กว่าด้วยซ้ำ" ก้า พี่ใหญ่ของวงกล่าว

 โดยวง บาสเก็ตแบนด์ ได้พูดถึงข่าวลือหนาหูที่ว่าพวกเขาลงทุนทำงานเพลง เพื่อหวังแค่เป็นงานอดิเรกยามว่างของคนรวยเท่านั้น ซึ่ง "นะ" ธนะ หนึ่งในสมชิกของวงยืนยันว่าการทำเพลงเป็นงานที่พวกเรารัก และไม่ใช่งานอดิเรกเวลาว่าง

 "ใช่ เราอาจลงทุนไปเยอะกับการทำงานเพลง อย่างพี่ก้าเขาเป็นที่ปรึกษาใครจะมานั่งคุยกับเขา หรือใครมานั่งคุยกับผม ผมคิดเป็นนาที หนึ่งชั่วโมงของผม ผมทำรายได้เยอะ แต่ผมคิดว่าสิ่งมีค่าที่สุดคือเวลาที่เราทุ่มเทไปกับมัน โอเคในตอนแรกเราใช้เงินลงทุนของเราเอง แต่เป็นการควักในก้อนแรกเท่านั้น พอทำแล้วได้เงินคืนกลับมา เราก็เอามาทำชุดที่สอง แต่มีคำหนึ่งที่บาสเก็ตแบนด์ถูกพูดถึงบ่อยคือว่า นี่คืองานอดิเรกของคนรวย ซึ่งผมเคลียร์ตรงนี้เลยว่าผมไม่ได้ทำเป็นงานอดิเรก ผมทำจริงจัง เรื่องรวยจนไม่เกี่ยว มันเกี่ยวที่เรื่องของจัดการ บาสเก็ตแบนด์มีการจัดการที่ดีเยี่ยม ผมอยากที่จะส่งต่อการจัดการนี้ให้คนรุ่นต่อไป แต่พวกเราทำงานกันแบบเพื่อน เรามีกำลังใจให้กัน ซึ่งมีเงินอย่างเดียวไม่ได้อยู่ หรือถ้ามันเป็นงานอดิเรก เราคงทำได้แค่ชุด 2 ชุด ผมถึงจะบอกว่าคุณลองเดินทาง 10 ปีในเพลงที่ไม่ดัง ที่ทำมา 5 ชุด ผมว่ามันไม่ใช่งานอดิเรก" นะกล่าวปิดท้าย