บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - รำลึก “77 ปี ศาลาเฉลิมกรุง”

มองผ่านเลนส์คม - รำลึก “77 ปี ศาลาเฉลิมกรุง”

01 ก.ค. 2553

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเข้าไปชม "มหรสพ" ในศาลาเฉลิมกรุงบ้าง แต่อาจนึกไม่ถึงว่า ไม่กี่วันนี้ ที่นี่จะมีอายุครบ 77 ปีแล้ว!

  "ศาลาเฉลิมกรุง"  โรงมหรสพอันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7  ทรงพระราชทาน เพื่อเป็นของขวัญแก่พสกนิกรชาวไทย  ให้มีโรงมหรสพที่ได้มาตรฐานสากลและทัดเทียมนานาอารยประเทศ 

 เปิดเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2476 บริหารงานโดย บริษัทสหศีนิมา แปลว่า "แข็งแรงขึ้นร่วมกัน" โดยทรงให้ดูแลการค้าเรื่องภาพยนตร์มาจัดฉาย ณ ที่แห่งนี้  

 ถึงวันนี้ จึงนับเป็นโรงมหรสพหลวงแห่งแรกและแห่งเดียว ที่ยังคงยืนหยัดเป็นศรีสง่าอยู่คู่กับบ้านเมืองเรา

 ในปี 2535  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัติรย์ มอบให้บริษัทเฉลิมกรุงมณีทัศน์ ซึ่งเป็นยุคที่ "คุณแขก" นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการ มาดูแล ได้มีการปรับปรุงศาลาเฉลิมกรุงใหม่ทั้งหมด เนื่องจากมีสภาพทรุดโทรมมาก ทั้งนี้โดยโครงสร้างหลัก ที่นี่นอกจากจะเป็นที่ฉายหนังแล้ว ก็ยังเป็นที่แสดงละครได้อีกด้วย

 ในวันที่เปิดโรงละครอีกครั้ง จึงเบิกฤกษ์ด้วยการแสดง "โขนจินตนฤมิตร" อลังการสมศักดิ์ศรีโรงละครแห่งแผ่นดินจริงๆ      

 ที่น่าปลื้มใจ ก็คือในปีถัดมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์ศาลาเฉลิมกรุงไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน

 และที่จดจำได้ ศาลาเฉลิมกรุง ได้นำภาพยนตร์ที่เป็นเรื่องสำคัญของชาติอย่าง "สุริโยทัย" มาฉายรอบปฐมทัศน์ ซึ่งครั้งนั้นมีพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ เสด็จฯ มาทอดพระเนตรเรื่องนี้ด้วย ยังความปลาบปลื้มใจแก่ผู้จัดและประชาชนทั่วไปอย่างหาที่สุดมิได้

 ทำให้ตลอด 4 เดือนเต็ม ที่เรื่องนี้เข้าฉาย มีคนมาจองตั๋วดูเต็มทุกรอบ คิดดูว่าจัดฉายวันละ 4 รอบ รอบละ 619 ที่นั่ง จะเป็นพื้นที่ที่คนเข้าไปดูมากมายขนาดไหน   

 ยังมีภาพยนตร์เรื่อง "โหมโรง" งานดีที่ไม่ประสบความสำเร็จ กระทรวงวัฒนธรรมอยากให้คนไทยได้ดูกัน จึงเปิดฉายอีกครั้ง และเชิญคนสำคัญของบ้านเมืองมาชม ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ กลับมาอยู่ในความสนใจอย่างเหลือเชื่อ

 นอกจากเป็นสถานที่สำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรมประจำชาติแล้ว ศาลาเฉลิมกรุงได้กลับมามีบทบาทโดดเด่นในด้านการแสดงคอนเสิร์ต จากครูเพลง และศิลปินนักร้องลูกทุ่งและลูกกรุงในยุคเก่าๆ อีกด้วย

 การฟื้นฟูและเปิดที่ทางให้แก่กลุ่มคนทำเพลงรุ่นรำลึกครั้งนี้ เหมือนเป็นการปลุกตำนานเพลงให้เป็นที่รู้จักอีกครั้ง ไม่ว่ารุ่นของ "ครูแจ๋ว" สง่า อารัมภีร สวลี ผกาพันธ์ ชรินทร์ นันทนาคร ฯลฯ โดยเวียนมาจัดแสดงคอนเสิร์ตเป็นประจำเดือนละครั้ง             

 นับเป็นการฟื้นฟูด้วยกิจกรรมอย่างแท้จริง
 วันที่ 2 กรกฎาคมจะครบรอบการก่อตั้งปีที่ 77 นอกจากมีกิจกรรมรำลึกแล้ว ความละเอียดอ่อนอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกไว้ก็คือ จะมีการโอนการบริหารงานจากบริษัทเฉลิมกรุงมณีทัศน์ มาให้ บริษัทสหมณีมา เพื่อดำรงซึ่งชื่อพระราชทาน ในรัชกาลที่ 7 ที่ทรงตั้งไว้ให้คงเดิม 

 จึงเป็นทั้งเรื่องน่ายินดีและน่ายกย่องด้วยใจจริง

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"