
คิดใหม่ ให้ชีวิต โอเค - เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย (1)
ผมมีความคิดใหม่ที่อยากจะย้อนความทรงจำ กับเพลงไทยสากลที่สวยงาม ที่ได้เคยนำความประทับใจมาแบ่งปัน และเอาประสบการณ์ของแต่ละคนมาเป็นส่วนสนับสนุนในการอยู่ การคิด การใช้ชีวิต และการเสพงานศิลปะ
โดยเฉพาะในส่วนของดนตรีให้ชีวิตร่มรื่น ด้วยความคิดดีๆ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่เคลิ้มไปกับถ้อยคำและความงามของดนตรีที่พวกเขาได้สร้างให้เราฟัง โดยจากนี้ไปเราจะได้สัมผัสกับวงดนตรีไทยที่ต้องจารึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้กล่าวขาน ยกย่อง ในคอลัมน์นี้ เพื่อเป็นแนวทางในการนำสิ่งสวยงามในอดีตเป็นตัวผลักดัน พัฒนางานดนตรีในบ้านเราไปสู่อนาคตอย่างมีรากฐาน เรามาย้อนเวลากลับไปกันเลยดีกว่า
ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ตำนาน สตริงคอมโบ เมืองไทย (ซับเฮด)
40 ปี หลังชนะเลิศการประกวดวงดนตรี สตริงคอมโบ ชิงถ้วยพระราชทาน วงดนตรีนี้ก็ยังควรค่าแก่การกล่าวถึงในฐานะตำนานวงดนตรีที่ยังมีชีวิต อิทธิพลจากยุคดนตรี ร็อกแอนด์โรลล์ และเป็น โรลล์โมเดลให้แก่นักดนตรียุคหลัง
2509-2512 เด็กเพชรบุรี (ตัดใหม่) เล่นดนตรีเก่ง (ซับเฮด)
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ในยุคนั้น คลาคล่ำไปด้วยสถานบันเทิงที่มีนักดนตรีอาชีพเล่นประจำเด่นๆ อยู่หลายวง การเล่นดนตรีอาชีพ ย่านเพชรบุรี คือเวทีที่วงดนตรีสามารถแสดงออก ให้ทหารอเมริกันที่มารบในสงครามเวียดนามเที่ยวผ่อนคลาย ดิ อิมพอสสิเบิ้ล วงดนตรีที่เป็นตำนานวงดนตรีสตริง คอมโบ ยุคแรกของวงการเพลงไทย พัฒนาทักษะของตัวเองได้เป็นอย่างดี ผ่านประสบการณ์การเล่นดนตรีกันมาหลายปี โดยมีสมาชิกยุคก่อตั้งวง ได้แก่ เศรษฐา ศิระฉายา (ต้อย), วินัย พันธุรักษ์ (ต๋อย), พิชัย ทองเนียม (แดง), สุเมธ แมนสรวง, อนุสรณ์ พัฒนกุล (แตง) ก่อตั้งวงประมาณปี พ.ศ.2509 โดยใช้ชื่อว่า Holiday J-3 เล่นเพลงสากลที่โด่งดังในสมัยนั้น อย่าง คลิฟ ริชาร์ด, เอลวิส เป็นต้น
ทริปเปิลแชมป์ประเทศไทย (ภาพประกอบ “ดิ อิมพอสสิเบิ้ล”)(ซับเฮด)
สตริง หรือ สตริงคอมโบ (String combo) คือวงดนตรีขนาดเล็ก โดยมีเครื่องดนตรีหลักๆ มักประกอบไปด้วยทรัมเป็ต แซกโซโฟน ทรอมโบน เปียโน กีตาร์ เบส กลอง อาจมีเครื่องเคาะอื่นๆ เพื่อเพิ่มสีสัน
โอกาสของวงดิ อิม เริ่มต้นอีกครั้งที่ปี พ.ศ.2512 นริศร์ ทรัพย์ประภา ครูเพลงชักชวน วงจอย รีแอ็คชั่น เข้าแข่งขันการประกวดสตริงคอมโบถ้วยพระราชทาน แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะรางวัลชนะเลิศประเภทวงดนตรีอาชีพ และต่อเนื่อง ต่อมาอีก 2 ครั้ง ในปี 2512, 2513, 2515 (ในปี 2514 เว้นการแข่งขัน?) โดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย (ปัจจุบัน อาจารย์ วินัย พันธุรักษ์ เป็นนายกสมาคม) นอกจากชนะเลิศในประเภทวงดนตรีแล้ว อนุสรณ์ พัฒนกุล (แตง) ยังได้รับเหรียญพระราชทาน ตำแหน่งมือกลองยอดเยี่ยมในการแข่งขันปีแรกอีกด้วย
เพลงประกอบภาพยนตร์เกือบ 50 เพลง (ภาพประกอบ “ดิ อิมพอสสิเบิ้ล-โอ้รัก”) (ซับเฮด)
ก่อนจะมีอัลบั้มของวง ดิ อิม มีผลงานสู่สารธารณะผ่านแผ่นฟิล์มในภาพยนตร์ ของนักวาดใบปิดหนังเบอร์ต้นของประเทศ ที่ตัดสินใจหันมาจริงจังในการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เพลง “เริงรถไฟ” จากเรื่องโทน คือเพลงประกอบเรื่องแรกที่ดิ อิม ได้ทำเป็นเพลงแรก ในปี 2512 และตามมาด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์ตามมาอีกเกือบ 50 เพลง จากภาพยนตร์ประมาณ 24 เรื่อง ในช่วงปี 2512-2519 เฉลี่ยแต่งเพลงให้เรื่องละ 1-5 เพลง โดยมีเพลงดังจากภาพยนตร์ เช่น โอ้รัก จากเรื่องชื่อเดียวกัน (2515) เพลงหนาวเนื้อ จากเรื่อง ดวง, ทะเลไม่เคยหลับ จากเรื่อง สวนสน (2514) และอีกมากมาย และช่วงประมาณ 2519 เกือบจะมีภาพยนตร์ที่เป็นชื่อเพลง คือชื่อวง คือ เรื่องเป็นไปไม่ใด้ แต่สร้างไม่สำเร็จ ก็ต้องเลิกล้มไป
ทัวร์ต่างประเทศ (ซับเฮด)
ช่วงระหว่างปี 2517- 2519 ดิ อิม มีโอกาสเดินทางไปเล่นดนตรีที่ต่างประเทศ ทั้งสวีเดน ฟินแลนด์ ฮาวาย สวิตเซอร์แลนด์ เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ ถูกชักชวนเข้ามารับหน้าที่ร้องนำและเล่นคีบอร์ด ช่วงนั้นทางวงเดินทางกลับมาเมืองไทยเป็นระยะ ซึ่งการกลับมาในช่วงนั้นก็ดูจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องเล่นดนตรีหนักมากกว่าที่จะกลับมาพักผ่อน เพราะความคิดถึงของแฟนเพลง เพื่อนฝูง จึงทำให้ต้องวิ่งเล่นดนตรีคืนละ 2-3 ที่ด้วยกัน ทั้งโรงแรมมณเฑียร, ทอปเปอร์ คลับ, แมนฮัตตัน คลับ
อัลบั้มเต็ม 4 ชุด (ซับเฮด)
เป็นไปไม่ใด้ 2515 (ภาพประกอบ “ดิ อิมพอสสิเบิ้ล _เป็นไปไม่ใด้”)
หมื่นไมล์ แค่ใจเอื้อม 2516
Hot Peper (2519) (ภาพประกอบ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล _Hot Pepper) เป็นอัลบั้มเพลงสากลอัลบั้มแรกของวง ด้วยความตั้งใจที่จะนำเสนอให้ชาวต่างชาติและชาวไทยได้ชื่นชมความสามารถ แต่จากการผิดคิวในการโปรโมท (ทางวงน่าจะทราบภายหลัง) หลังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน อัลบั้มนี้จึงเงียบสนิท ไม่ค่อยได้ยินในรายการวิทยุเหมือนกับเพลงอื่นๆ ที่ผ่านมาของวงซึ่งผมเองก็ไม่เคยได้ฟังเหมือนกัน อัลบั้มนี้เกิดจากการทัวร์ต่างประเทศครั้งที่ 2 ซึ่งได้มือเบสชื่อ ไพฑูรย์ วาทยะกร นักดนตรีอาชีพจากพัทยาเข้ามาแทนที่ สมชาย กฤษณเศรณี ที่ลาออกไป
ช่วงประมาณปี 2520 ดิ อิมพอสสิเบิ้ลตัดสินใจยุติวง โดยฝากผลงานไว้ให้คนรุ่นหลังกล่าวขาน และรับรู้ผ่านเพลงของพวกเขา เป็นแรงผลักดันให้วงรุ่นใหม่ๆ เจริญรอยตามแนวทางที่นักดนตรี รุ่นพี่ แผ้วทางเอาไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพัฒนาการของวง การใช้ชีวิตของนักดนตรีอาชีพ การทัวร์ต่างประเทศ การผลิตอัลบั้ม ของพวกเขาทุกคน โดยสมาชิกตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงวันยุติวง รวมทั้งสิ้น
กลับมาแล้ว (2535) (ซับเฮด)
จากแนวคิดที่จะกลับมารวมตัวกันที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงปี 2531 แต่ยังไม่สะดวกในเรื่องการโปรโมท และอื่นๆ เป็นต้นความคิดที่มาสำเร็จในปี 2535 โดยเป็นการนำเพลงเก่ามาเรียบเรียงและบันทึกเสียงใหม่ ถึงแม้จะเป็นช่วงดนตรีที่ระบบ Midi และกลองไฟฟ้าเข้ามามีบทบาท แต่ความสามารถของสมาชิกนั้นยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงาม ทั้งเรื่องการร้อง เสียงของ เศรษฐา ศิระฉายา และ วินัย พันธุรักษ์ ยังไพเราะเหลือเกิน โดยเฉพาะการเรียบเรียงเพลงโดยอาจารย์ ปราจีน ทรงเผ่า มือเรียบเรียงเพลงที่มีความรู้ความสามารถในแบบเพลงสมัยนิยมนั้น ทำให้อัลบั้มชุดนี้เป็นงานที่ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและชื่นชมในความสามารถของสมาชิกทุกคนได้อย่างดี
สี่อัลบั้มเต็มกับอีกเกือบ 50 เพลงประกอบภาพยนตร์ (ภาพประกอบ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล _CD) (ซับเฮด)
ฝากไว้ให้โลกนี้ โลกของความคิดสร้างสรรค์ โลกของศิลปะ และในโลกของวงการดนตรีเมืองไทย ขอคารวะและขอบคุณในความสวยงามของเพลงทุกเพลงที่พี่ๆ ทำให้ชีวิตคนฟังเพลงมีคุณค่าและความสุข ตรงข้ามกับชื่อวง
"โชคชัย เจี่ยเจริญ"
[email protected] <mailto:[email protected]>
ชาตินี้ ยังไงก็ฟังเพลงทั่วไปได้ไม่หมด
งั้นขอเลือกเพลงโปรด ฟังก่อนตาย ดีกว่า
ข้อมูลจาก
หนังสือรวมบทเพลง The Impossibles โดย ปราจีน ทรงเผ่า, พ.ศ. 2544
http://th.wikipedia.org/wiki/ดิอิมพอสซิเบิ้ล
http://www.oknation.net/blog/kilroy



