บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - วัดธรรมามูลวรวิหาร

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - วัดธรรมามูลวรวิหาร

24 มี.ค. 2552

แยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 พหลโยธิน ในท้องที่หมู่ 1 ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท วัดธรรมามูลวรวิหารตั้งอยู่บนไหล่เขา

  ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือตัวเมืองชัยนาท ประมาณ 8 กม. เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชัยนาทมานมนาน ตามประวัติว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา

 จ.ชัยนาท แต่ไหนแต่ไรเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ด้วยเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสำคัญถึง 3 สาย คือแม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาจาก “ปากน้ำโพ” เข้าสู่ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ จ.สิงห์บุรี มีระยะทางที่ผ่าน จ.ชัยนาท ประมาณ 50 กม. แม่น้ำท่าจีน เป็นแม่น้ำที่แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งขวาที่ ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จึงถูกขนานนามว่าแม่น้ำมะขามเฒ่า ครั้นไหลผ่าน อ.หันคา เรียกแม่น้ำท่าจีน มีระยะทางประมาณ 30 กม. กระทั่งเข้าเขต จ.สุพรรณบุรี ในพื้นที่ อ.เดิมบางฯ อีกสายหนึ่งคือแม่น้ำน้อย ที่แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งขวาเช่นกัน ตรงบริเวณปากคลองแพรกศรีราชา ใกล้กับวัดพระบรมธาตุวรวิหาร อ.เมือง เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเล็กน้อย แม่น้ำน้อยไหลผ่านพื้นที่ อ.สรรคบุรี ความยาว ประมาณ 30 กม. จนเข้าเขต จ.สิงห์บุรี นั่นหมายถึงว่าทุกอำเภอของ จ.ชัยนาท มีแม่น้ำสำคัญหล่อเลี้ยงแผ่นดินให้ชุ่มชื้น ชุ่มฉ่ำชั่วนาตาปี ชาว จ.ชัยนาท จึงมีอาชีพเกษตรกรรม ทำนาทำสวน การมีสวนส้มอันลือชื่อนามขาวแตงกวาชัยนาท บางท้องที่มีตาลโตนดมาก เช่น อ.สรรพยา ชนบทของ จ.ชัยนาท จัดเป็นชนบทระดับ 1 คือ มีสาธารณูปโภคพร้อม ไฟฟ้า น้ำประปา ชลประทาน ถนนหนทาง

 ผมเองเป็นคนชัยนาทโดยกำเนิด พ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นชาว อ.สรรพยา มีความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิดที่งดงาม ผูกพันกับสายน้ำเรือกสวน มะม่วง มะปราง โดยเฉพาะมะปรางเป็นผลไม้ที่ตำบลผมนิยมปลูก จนแม้ชื่อวัดยังชื่อ “วัดมะปราง” ตอนผมเป็นเด็กประทับใจป่ายางใหญ่ครึ้ม อุดมไปด้วยต้น “ยางนา” สูงใหญ่บนยอดยางมี “แร้งคอคำ” เป็นฝูงนับได้หลายสิบตัว นกแร้งจะลงมากินซากหมาเน่าที่ชายหาด เด็กๆ จะพากันมาดูใกล้ๆ เอาไม้ไปแหย่ เอาก้อนหินไปขว้าง แล้วนกแร้งก็วิ่งไล่จิก เด็กๆ วิ่งหนีกันอลหม่านเป็นที่สนุกสนานตื่นเต้น

 วัดธรรมามูลวรวิหาร มีพระพุทธรูปคู่เมืองคือ “หลวงพ่อธรรมจักร” เป็นพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาสุโขทัย (ผสมผสาน) ปางห้ามญาติ (ยืน) ยกพระหัตถ์ขวา พระกรซ้ายทอดลงอ่อนช้อย ในพระหัตถ์ขวามีรูปธรรมจักรอันเป็น “ปุริสลักษณะ” (ลักษณะของเอกบุรุษ) มีใบเสมาคู่ สร้างด้วยหินทรายแดง สลักลวดลายแบบอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 เนื่องจากสมัยนั้นมีการนำหินทรายแดงมาสร้างเป็นศิลปวัตถุมากมาย โดยเฉพาะสมัยของพระเจ้าปราสาททอง และสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

 มองจากอุโบสถวัดธรรมามูลจะเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาทอดตัวอยู่ทางทิศตะวันตก หย่อมย่านบ้านเรือนสลับกับแปลงนา และเรือกสวนอุดมสมบูรณ์ แน่นอนว่าทุกวัดมักมีระฆังแขวนเรียงราย ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบตีระฆัง ไปเที่ยววัดไหนเป็นต้องขอตีระฆังให้กังวาน ผมจะตั้งใจตี และตั้งใจฟัง ระฆังแต่ละใบให้เสียงที่แตกต่าง ไพเราะกังวานไม่เหมือนกัน ผมจะหลับตาฟัง ปล่อยภวังค์ไปตามเสียงที่ก้องลึกระงมใจ

 ตอนออกมาจากอุโบสถ ลูกชายวัย 6 ขวบของผม ชวนขึ้นบันไดปูนสู่ยอดเขาธรรมามูล เขาขึ้นนำไปได้สักเกือบหนึ่งร้อยขั้นก็หยุดรอผม โดยที่ผมนั่งหอบแฮกๆ อยู่ตรงขั้นที่ 50 แหงนไปนับขั้นบันไดที่เหลืออีกสักสามร้อยขั้นก็ท้อใจ ได้แต่มองลูกชายของผมก้าวขึ้นไปด้วยความเป็นห่วง

 สำหรับคนต่างแดนที่แวะมาเยือนชัยนาท ไม่ควรพลาดการมากราบไหว้หลวงพ่อธรรมจักรที่วัดธรรมามูลนี้ทางแยกเข้าวัดอยู่ทางซ้ายมือของถนนพหลโยธิน จากตัวเมืองมา 8 กิโลเมตร ระหว่าง อ.เมืองกับ อ.มโนรมย์ เมื่อกราบหลวงพ่อธรรมจักรแล้วสามารถไปกราบหลวงปู่ศุขที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าได้เลย เพราะอยู่ใกล้กันสัก 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้นเองครับ

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"