บันเทิง

วิกฤติความขลังรางวัลลูกทุ่ง
องค์กรทำสังคมเสื่อมศรัทธา

วิกฤติความขลังรางวัลลูกทุ่ง องค์กรทำสังคมเสื่อมศรัทธา

30 มิ.ย. 2553

การมอบรางวัลต่างๆ ในวงการเพลงลูกทุ่งในวันนี้ นับวันจะเริ่มจืดจาง ขาดความเชื่อมั่น ไม่ได้รับความร่วมมือจากค่ายเพลงรวมถึงคนในวงการมากทุกขณะ โดยเฉพาะรางวัลเก่าแก่บางรางวัลขณะนี้ ที่มีกระแสวิพากษ์กันเซ็งแซ่ในวงการเพลงและเกือบทุกวงสนทนา ทีมข่าว "คม ชัด ลึก"

  สดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องลูกทุ่งและนักแต่งเพลง กล่าวถึงการมอบรางวัลให้แก่วงการเพลงลูกทุ่งทุกวันนี้ว่า
“การมอบรางวัลขององค์กรต่างๆ ควรต้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมยอมรับได้ อย่างล่าสุดกับงานพระพิฆเนศทองพระราชทานก็มีเสียงบ่นจากสื่อมวลชนเองหลังจากที่ประกาศผลออกมา ผมได้ยินก็รู้สึกไม่สบายใจมาก ตรงนั้นผมว่าเป็นตัวทำให้คนไม่เชื่อในรางวัล ซึ่งนอกจากความร่วมมือจากค่ายต่างๆ หรือตัวนักร้องแล้วดูน้อยลงไป การติดต่อประสานงานทางสมาคมควรจะทำเองไม่ใช่ให้บริษัทออแกไนซ์มาทำ มันเลยดูไม่สมกับรางวัลที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในวงการเพลง”

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ความร่วมมือที่ว่าทำให้ได้ผลงานเพลงไม่ค่อยครอบคลุมใช่หรือไม่ สดใสพยักหน้ารับก่อนจะแสดงความคิดเห็นต่อว่า

 “ผมไม่อยากพูดอะไรมาก แต่อยากเห็นความยิ่งใหญ่ของการมอบรางวัลทุกๆ รางวัลที่มีในวงการลูกทุ่ง บางรางวัลประกาศออกมาก็มีแต่คนยี้  การสื่อสารต้องให้ครบทุกภาคส่วน อย่างใช้คนนอกที่ไม่มีความรู้มาทำงาน ผมเห็นแล้วรับไม่ได้ ความน่าเชื่อถือของรางวัลจะลดทอนลงไปเรื่อยๆ ขาดการยอมรับต้องรีบแก้ไขก่อนที่การมอบรางวัลจะกลายเป็นแค่เพียงของเล่น”

 ด้าน เรืองยศ พิมพ์ทอง หนึ่งในคณะกรรมการจากสมาคมดนตรีฯ กล่าวให้ทัศนะเรื่องการมอบรางวัลที่ผ่านๆมาว่า
 “การแจกรางวัลหลายๆ ที่ ส่วนใหญ่จะเฉลี่ยๆ กัน หรือให้รางวัลค่ายใดค่ายหนึ่งมากไป ทำให้ความศรัทธาในรางวัลน้อยลง  ความร่วมมือจากค่ายต่างๆ จากตัวนักร้องจึงเริ่มไม่มี  ทุกวันนี้สปิริตของนักร้องบ้านเรามันไม่มี พอมาแล้วไม่ได้รางวัลก็คิดว่าตัวเองเสียหน้า  ว่าง่ายๆ ไม่มีความสุขเมื่อเห็นคนอื่นได้รางวัล  พาลว่ากรรมการลำเอียงก็มี นักร้องฝรั่งเขามีสปิริตสูงมาก เขายินดีกับคนได้รางวัล ยอมรับในตัวคนได้ เพราะเขาถือว่ารางวัลเป็นตัวสะท้อนการทำงานได้ในระดับหนึ่ง”

 ผู้สื่อข่าวถามว่าทางออกของการให้รางวัลมีความศักดิ์สิทธิ์ ควรทำอย่างไร นักเรียบเรียงเสียงประสานเจ้าของรางวัลมากมายบอกว่า

  “ตัวรางวัลต้องชัดเจนในเรื่องกรรมการ ทิศทาง  เมื่อทำตรงนั้นได้ ก็มาทำให้ตัวศิลปินมีจิตใจที่กว้าง ยอมรับในคนอื่น เคารพการทำงานซึ่งกันและกัน เพราะรางวัลทุกรางวัลที่มีอยู่ผมเชื่อว่าเขามีเจตนาที่จะเชิดชูคนทำงาน ฉะนั้นต้องทำให้เขาเชื่อมั่นก่อน ซึ่งวงการเขารู้ดีว่ารางวัลไหนคือของจริงของปลอม”

 อย่างล่าสุดรางวัลพระพิฆเนศทองที่ประกาศออกมาแล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์มากในเรื่องให้รางวัลกับพวกของตัวเอง เรืองยศกล่าวชัดเจนว่า

 “รางวัลพระพิฆเนศ เพลงต้องถูกส่งเข้ามา  ซึ่งตรงนี้อาจทำให้มีเพลงไม่มาก เพลงที่ได้อาจจะไม่ใช่เพลงในวงกว้างมากนัก อันนี้ต้องยอมรับ ซึ่งทางแก้คือต้องประชาสัมพันธ์มากๆ ครั้งนี้คนยังนึกว่าไม่จัดแล้ว ผมว่าการสื่อสารไปถึงคนบางคนยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่  อีกจุดที่ถูกมองคือกรรมการต่างๆ ไม่ได้รับการยอมรับ บางคนถอนตัวออกไปก็มี” 

 ปิดท้ายกันที่ สายัณห์ สัญญา  เป็นอีกคนหนึ่งที่กล้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างตรงไปตรงมาว่า
 “นักร้องที่ได้รางวัลเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน อย่างรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน นักร้องที่ได้รับเป็นของจริงทุกคน  ผลงานเป็นที่ยอมรับไม่ใช่ประกาศออกมาแล้วยี้กันเหมือนไม่กี่วันนี้  ผมว่าศรัทธาที่มันขาดหายไปจากสังคม มันไม่ได้มาจากรางวัล แต่มันมาจากองค์กรที่ทำมันเสื่อมลงมากกว่า ตัวรางวัลนั้นยิ่งใหญ่มาก แต่นิสัยคนลูกทุ่งไม่อยากด่าหรือตำหนิกัน เพราะทุกคนก็ล้วนรู้จักกัน มีถ้าไม่ชอบก็ไม่ไปร่วมเลย หลังๆ เราจะเห็นออกมาลักษณะนี้มาก  บางคนก็แสวงหาประโยชน์ให้กลุ่มให้ชมรมตัวเองจนทุเรศก็มี อันนี้อันตรายมาก คุณต้องทำให้รางวัลนั้นศักดิ์สิทธิ์ ตรงไปตรงมา กล้าที่จะให้แก่นักร้องที่มีคุณภาพจริงๆ ไม่ใช่เห็นแก่ค่ายเห็นแก่พวกพ้อง ให้วงการได้มีรางวัลที่มีมาตรฐานการันตีความสามารถของคนในวงการไว้บ้างก็จะดี”

“มันไม่ได้มาจากรางวัล แต่มันมาจากองค์กรที่ทำมันเสื่อมลงมากกว่า ตัวรางวัลนั้นยิ่งใหญ่มาก แต่นิสัยคนลูกทุ่งไม่อยากด่าหรือตำหนิกัน ... บางคนก็แสวงหาประโยชน์ให้กลุ่มให้ชมรมตัวเองจนทุเรศก็มี”