บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - วิมานลอย

มองผ่านเลนส์คม - วิมานลอย

30 มิ.ย. 2553

วันที่ 30 มิถุนายน ก็ครบรอบ 74 ปี ที่ นวนิยาย "วิมานลอย" หรือ Gone With The Wind วางแผงที่สหรัฐอเมริกา

  นวนิยายสุดคลาสสิกเล่มนี้ เขียนโดย มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ ถึงวันนี้ ยังครองใจนักอ่านอย่างไม่เสื่อมคลาย
 
 นอกจากจะการันตีด้วยรางวัลพูลิตเซอร์ ในปี ค.ศ. 1937 แล้ว ในปลายปี 1939 เดวิท โอ เซลซ์นิค ก็ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์มากถึง 10 รางวัลด้วยกัน

 ถือเป็นภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด แม้กาลเวลาจะผ่านไป ทั้งยังสร้างตัวละครคลาสสิกอย่างสการ์เล็ตต์, เร็ตต์, แอชลีย์, เมลานี, แมมมี่.(แฮตตี้ แม็คเดเนียล).และ.พริสซี่ ให้คงอยู่ ในใจผู้ชมรุ่นแล้วรุ่นเล่า

 เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในยุคสงครามกลางเมือง...
 เรื่องราวอันน่าประทับใจของสาวสวยผู้มั่งคั่ง สการ์เล็ตต์ โอฮารา เธอตกหลุมรักกับหนุ่มหล่อ แอชลีย์ วิลก์ส แต่ทว่าเขากำลังจะแต่งงานกับ เมลานี แฮมิลตัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีหน้าตาจืดชืด ซึ่งเธอมักคิดเสมอว่าสู้เธอไม่ได้สักนิด

 แต่ในที่สุดเธอก็ประชดรักแอชลีย์ ด้วยการไปแต่งงานกับชาร์ลส์ก่อนที่เขาจะเดินทางไปเป็นทหารในกองทัพ แต่ชาร์ลส์ก็มาตายในสงคราม ทำให้เธอตกพุ่มม่าย แต่เขายังได้ฝากลูกชายที่สการ์เล็ตต์ไม่เคยต้องการไว้ด้วยอีกคน

 จนเมื่อสงครามฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ระเบิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลวร้ายลง จนขนาดที่ว่าสการ์เล็ตต์ที่เป็นคุณหนูผู้ดีแห่งรัฐจอร์เจียต้องตกระกำลำบาก 

 สการ์เล็ตต์ จำใจต้องมาแต่งงานกับแฟรงค์ ซึ่งเป็นคู่รักของน้องสาว เพื่อขอยืมเงินในสิทธิภรรยา เธอมีลูกสาวกับแฟรงค์คนหนึ่งด้วย

 แหม ช่างลำบากจริงๆ ยิ่งเศร้าหนักเข้าไปอีก เมื่อมาเจอกับพระเอก ก็ต้องพลัดพรากกันอีก  นอกจากสนุกกับเรื่องราวแล้ว ยังได้ย้อนภาพในอดีต เพราะในหนังได้นำฉากจริงมาจำลองใช้ด้วย ที่สำคัญได้สอดแทรก มุมมองเรื่องของทาส และสังคม อย่างน่าสนใจ

 ว่ากันว่า เรื่องนี้เสมือนบันทึกของผู้แพ้ หรือมุมของผู้ถูกกระทำ ที่ มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ บรรจงเขียนขึ้น สะท้อนถึงคุณค่าทางจริยธรรม จารีตประเพณี ศาสนา และความรู้สึกนึกคิดของชนชั้นนาย และชนชั้นทาส

 ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่มีผลต่อระบบสังคมทั้งก่อนและหลังสงครามกลางเมืองในอเมริกา ที่ชูประเด็นหลักเรื่องทาสขึ้นมารุกรานกัน มันยังมีอยู่จริงในโลกใบนี้

 วิมานลอย หนึ่งในวรรณกรรมเอกของสหรัฐฯ แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20...
 ที่ไม่เคยล้าสมัย และอยากให้อ่านกัน!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์ "