
"วีทรีโอ เลิฟ เบิร์ด" งานจาก "ใจ" ไม่ใช่ "ใบสั่ง"
ออกมาสร้างปรากฏการณ์ให้วัยรุ่นได้รู้จักดนตรีคลาสสิกมากขึ้นจากอัลบั้มแรก
มาวันนี้สามพี่น้องตระกูล "ศรีณรงค์" อันประกอบด้วย "เป้" ทวีเวท (ไวโอลิน) "ป่าน" อุทัยศรี (เชลโล) และ "ปุย" พินทุสร ศรีณรงค์ คว้าเพลงของซูเปอร์สตาร์เมืองไทย "เบิร์ด" ธงไชย แมคอินไตย์ มาทำในเวอร์ชั่นบรรเลงให้ฟัง กับอัลบั้มที่ให้ชื่อว่า "วีทรีโอ เลิฟ เบิร์ด" โดยยังคงมี "เอ็กแซ็กท์" เป็นค่ายที่อยู่เบื้องหลัง
"อัลบั้มนี้มันเริ่มมาจากความอยากจะทำของทั้งทางผู้ใหญ่ พี่เล็ก (บุษบา ดาวเรือง) พี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) และพวกเรา อยากจะมีอัลบั้มพิเศษ เป็นอัลบั้มคัฟเวอร์ของใครสักคน ก็นึกถึงพี่เบิร์ดก่อน เพราะเราชอบและโตมากับเพลงของพี่เบิร์ดเหมือนหลายๆ คน อีกอย่างเพลงพี่เบิร์ดก็เป็นเพลงที่เพราะและน่าจะทำเป็นสไตล์วีทรีโอได้ดีมากๆ" เป้ พี่ใหญ่ของบ้านเป็นคนเริ่มต้นเล่าถึงที่มา ก่อนที่น้องสาวสองคนจะเจื้อยแจ้วให้ฟังต่อว่า
"จากนั้นประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เราก็มาเลือกกันว่าน่าจะมีเพลงอะไรบ้าง เอาซีดีมาวาง ตอนแรกจะทำกันประมาณ 10 กว่าเพลง เลือกไปเลือกมาก็มีเพลงเพราะเยอะมาก ก็เลยกลายมาเป็น 2 อัลบั้ม คือ ฮอต และ คูล ในส่วนของฮอตก็จะเป็นเพลงสนุกสนาน ส่วนคูลก็จะเป็นเพลงฟังสบายๆ"
ถามต่อว่าเหตุใดจึงไม่ทำอัลบั้มเพลงใหม่ไปเลย เป้และปุยตอบว่า พวกเขาเพิ่งมีคอนเสิร์ตอัลบั้มแรกไป จึงต้องให้เวลาอีกสักพัก เพราะหากออกอัลบั้มใหม่ติดกันเกินไป ไอเดียจะคล้ายดิม ต้องพักล้างสมองก่อน เลยมาทำอัลบั้มพิเศษเพื่อนำเสนอว่าวีทรีโอก็ทำเพลงที่มีอยู่แล้วให้น่าสนใจได้ อีกทั้งยังเป็นการเจาะกลุ่มตลาดที่กว้างขึ้นด้วย เนื่องจากเพลงพี่เบิร์ดทุกคนรู้จักอยู่แล้ว น่าจะทำให้ดนตรีคลาสสิกเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปด้วย
"เราไม่อยากให้คนมองแค่ว่าเป็นอัลบั้มคัฟเวอร์ธรรมดา เรามองว่ามันเป็นโปรเจกท์พิเศษมากกว่าที่จะเป็นแค่อัลบั้มคัฟเวอร์ที่ออกกันมาบ่อยๆ มากมาย เพราะถ้าเป็นอัลบั้มคัฟเวอร์เพลงบรรเลงอื่นๆ คนส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นเพลงช้าๆ แต่สำหรับเพลงที่เราทำ จะหนักกว่าเดิม หลากหลาย และเปลี่ยนแนวไปเลย มีทั้งป๊อป อะคูสติก เทคโนฯ นอกจากนี้เรายังได้นำเสนอเสียง หลายๆ เสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในเพลงป๊อป ทำให้ดนตรีมีมิติมากขึ้น อัลบั้มที่แล้วอาจจะมีการใช้โปรแกรมในคอมพิวเตอร์มากไป อัลบั้มนี้เราได้ปรับใช้เป็นเครื่องดนตรีจริง
อัลบั้มนี้เราจะไม่อิงเพลงคลาสสิกเหมือนในอัลบั้มแรก จะค่อนข้างหลุดไปเลย แต่จะอิงความเป็นพี่เบิร์ดไว้ เชื่อว่าถ้าได้ฟังแล้วจะต้องร้องอ๋อเลย เพราะอัลบั้มนี้มันฟังง่าย จะไม่มีนักร้องแต่จะมีเสียงประสาน คำพูด รวมไปถึงเอฟเฟกท์ต่างๆ
ถามว่ายากไหม ก็ยากแต่ผมว่ามันสนุก เพราะทุกเพลงเวลาผมวางแผนว่าจะเรียบเรียงออกมาแบบไหน ผมจะสนุก ผมไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้เขาทำกันมาแบบไหนบ้าง เพราะคงไปตามฟังไม่หมด มันเยอะมาก ตอนทำผมก็จะไม่พยายามฟังเพลงของพี่เบิร์ด อยากให้มันหลุดไปเลย เพื่อไม่ให้ของเดิมมารบกวน หรือครอบงำ"
เมื่อถามว่าจากกระแสตอบรับที่กลับมา ทำให้มีคนหันมาฟังดนตรีคลาสสิกมากขึ้นเพียงใด ทั้งสามช่วยกันตอบให้ฟังว่า
"คนฟังเข้าถึงกว่าเดิมมากขึ้นเยอะ เราเริ่มมาจากการที่คนมองว่าดนตรีคลาสสิกเป็นสิ่งที่ต้องปีนบันไดฟัง เริ่มจากสิ่งที่เขาไม่ฟังเลย จนมาฟังของเราเขาก็เปลี่ยนทัศนคติ คนที่เล่นดนตรีคลาสสิกก็ชอบ เพราะแม้จะเป็นดนตรีป๊อป แต่ความยากของการเรียบเรียง และความยากของการเล่น คนที่เล่นจะรู้ แบบไม่มีข้อครหา สำหรับคนที่บอกว่าเรามาทำให้ดนตรีคลาสสิกเสีย เขาไม่ใช่คนที่เล่นและฟังดนตรีคลาสสิกจริงๆ
อัลบั้มนี้ถ้าใครบอกว่าทำไมเอาเพลงพี่เบิร์ดมาทำ หรือทำไมไม่เอาเพลงที่ยากกว่านี้มาทำ ผมขอให้ไปฟังเลย ถ้าคุณคิดว่าคุณรู้จักเพลงคลาสสิก ลองฟังดูเลยว่ามันเล่นง่ายจริงหรือเปล่า ผมกล้าพูดได้เลยว่าดนตรีของวีทรีโอ เล่นยากกว่าวาเนสซ่า เม หรืออีกหลายๆ คน หลายเท่าตัวมาก แต่จะฟังง่าย
ตัวเราเองก็ยังไม่ได้ทิ้งดนตรีคลาสสิก เพราะเราก็ยังมีงานในแบบคลาสสิกอยู่ แล้วถ้าจะบอกว่าเราโดนบังคับหรือเปล่าที่มาเล่นแบบนี้ ก็อยากจะบอกว่าเราไม่ได้โดนบังคับ เราทำเพราะเราอยากนำเสนอให้กลุ่มคนที่ไม่เคยสัมผัสดนตรีคลาสสิกได้ฟัง"
นอกจากการออกอัลบั้มในแนวทางกระแสหลักเพื่อให้คนหันมาสนใจดนตรีคลาสสิกมากขึ้น ล่าสุดทั้งหมดยังได้เตรียมเปิดโรงเรียนสอนดนตรีที่เน้นการสอนดนตรีคลาสสิก ชื่อ "VieMus" ที่ศูนย์การค้าเอสพลานาด โดยมีคุณพ่อซึ่งอยู่ในแวดวงดนตรีคลาสสิกมายาวนานรับหน้าที่เป็นครูใหญ่อีกด้วย



