
เกาหลีปรับกลยุทธ์ รุก! ตลาดเพลงจีน
หลายประเทศต่างมองว่า ประเทศจีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจที่จะลงทุน เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการซื้อสูง เนื่องจากประชากรที่มีมากที่สุดในโลก หากเปิดตลาดการค้าได้ ก็นับว่าเป็นการปูทางที่คุ้มทุน ค่ายเพลงหลายค่ายต่างมองถึงเรื่องนี้
แต่เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าชาตินิยมสูง (สักหน่อย) สังเกตได้จากคนจีนส่วนใหญ่จะไม่พูดภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศ ทำให้ศิลปินต่างชาติที่จะเข้ามาเปิดตลาดในเมืองจีนนั้น ต้องปรับกลยุทธ์ขนานใหญ่
หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าทางค่ายเพลงต่างมีการปรับกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นบอยแบรนด์กรุ๊ป หรือเกิร์ลแบรนด์กรุ๊ป ต่าง (จำเป็นต้อง) มีศิลปินชาติจีน หรือมีเชื้อจีน (สำคัญมากคือต้องพูดจีนได้ด้วย) ร่วมวงอยู่ด้วย เริ่มที่ ซูเปอร์จูเนียร์ (SJ) ที่มีสมาชิกถึง 13 คน คือ อีทึก อีซอล เยซอง คังอิน ชินดง ซองมิน อึนฮยอก ทงแฮ ชีวอน รยออุค คีบอม คยูฉยอน และ ฮันเกิง ซึ่งอย่างที่รู้ๆ กัน ว่าฮันเกิงนั้นเป็นคนจีนคนเดียวที่อยู่ในวง SJ และยังเป็นสมาชิกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในจีน เนื่องจากเขาเป็นคนจีนด้วยกันนั่นเอง ว่ากันว่า การที่ทาง SM Entertainment นำ ฮันเกิง เข้ามา เพื่อเป็นการปูทางตลาดเพลงของวง SJ เข้าจีน
นอกจากนี้ ฮังเกิง ยังเป็นหัวหน้าวง ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม (SJ-M) ตัวอักษร M ย่อมาจากคำว่า mandarin เป็นวงที่แยกมาจากซูเปอร์จูเนียร์ เพื่อตีตลาดเพลงจีนโดยเฉพาะ มีสมาชิกเดิมจากวงซูเปอร์จูเนียร์ 5 คน คือ ฮันเกิง ชีวอน ดองเฮ คยูฮยอน เรียววุค และสมาชิกใหม่อีก 2 คน ที่มีเชื้อจีนคือ เฮนรี่ และ โจมิ ออกอัลบั้มแรกเมื่อปี 2008 ชื่ออัลบั้มว่า Super Junior-M ซึ่งเพลงในอัลบั้มเป็นภาษาจีนทั้งอัลบั้ม
ในขณะที่ วันเดอร์เกิร์ลส์ เกิร์ลแบรนด์ เจ้าของเพลง Nobody ที่ดังกระฉ่อน ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนคือ ซอนมี ซอนเย เยอึน โซฮี และ ยูบิน เมื่อช่วงที่เพลง Nobody กำลังดังสุดขีด ซอนมี ขอลาออกจากวง ทำให้ต้องหาสมาชิกใหม่ทันที เพราะตอนนั้น วงวันเดอร์เกิร์ลส์กำลังตีตลาดอเมริกาอยู่ ซึ่งก็ได้ เฮลิม สาวเกาหลีที่โตในฮ่องกง เข้ามาร่วมวง นับว่าเป็นการเปลี่ยนสมาชิกที่ได้ช่วงเวลามั่ก...มาก เพราะก่อนหน้านี้ทางต้นสังกัด JYP Entertainment ก็มีแผนที่จะให้วันเดอร์เกิร์ลส์ตีตลาดเพลงป๊อปของจีนอยู่แล้ว การที่ได้สมาชิกใหม่นับว่าไม่เลว เพราะเฮลิมเกิดและโตในฮ่องกง จึงมีความคุ้นเคยกับภาษาจีนอย่างดี วันเดอร์เกิร์ลส์เริ่มก้าวสู่ตลาดเพลงไต้หวันด้วยอัลบั้มพิเศษ ในอัลบั้มนั้นได้ใส่เพลง Nobody และ Tell Me ในเวอร์ชั่นภาษาจีนลงไปด้วย สิ่งที่ทำให้ทางต้นสังกัดตัดสินใจชิมลางขายอัลบั้มที่จีน เพราะเมื่อช่วงปลายปี 2552 วันเดอร์เกิร์ลส์เคยไปจัดงานคอนเสิร์ตที่ นครหลวงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และได้กระแสตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างดี แหม...เห็นอนาคตใสกิ๊งเลยทีเดียว
ในขณะที่สาวๆ วง เอฟเอ็กซ์ (FX) ที่ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน อย่าง ซอลลี่ เอมเบอร์ คริสตัล ลูน่า และ วิคตอเรีย สาวคนสุดท้าย นอกจากจะเป็นหัวหน้าวงแล้ว ยังเป็นชาวจีน จึงพูดได้ทั้งภาษาจีน เกาหลี และอังกฤษ วงนี้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ซึ่งเป้าหมายการเปิดตลาดของวงนี้ ก็ไม่ได้มีแต่ในเฉพาะเกาหลีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประเทศต่างๆ นับเป็นเกิร์ลกรุ๊ปหลายสัญชาติที่ SM Entertainment ได้คัดสรรและเตรียมงานมาเป็นเวลานาน ตอนนี้สาวๆ เอฟเอ็กซ์ กำลังมีผลงานโฆษณาเป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมกับ วง M.I.C. (จากค่าย Tai Rey ของประเทศจีน) ให้โทรศัพท์มือถือของ LG ที่ว่ากันว่าโทรศัพท์รุ่นนี้แหละที่จะบุกตลาดจีน ...เอหรือนี่จะเป็นแผนเปิดตัวในจีนด้วยโฆษณาก็ไม่รู้ งานนี้คงต้องดูกันไป
อย่างที่รู้ๆ กันว่าวง ทงบังชิกิ เป็นกลุ่มนักร้องบอยแบรนด์ ที่ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนคือ แจจุง มิกกี้ ซีอา ยูโน และ แม็กซ์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วเอเชีย และดังมากๆ ในจีน (แม้สมาชิกของวงนี้จะไม่มีใครเป็นคนจีนเลยก็ตาม) การบุกตลาดที่จีนของกลุ่มดงบังนั้นได้ถูกวางแผนไว้โดย SM Entertainment ต้นสังกัดของทั้ง 5 หนุ่มโดยมีการเตรียมตัวเรียนภาษาไว้ล่วงหน้า นอกจากจะมีการจัดมีทติ้งพบแฟนคลับคนจีนอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะชิมลางโดยออกอัลบั้ม ที่มีโบนัสพิเศษ เป็นเพลงในอัลบั้มที่ได้แปลงเนื้อร้องเป็นภาษาจีนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น HUG Mirotic Tri-Angle ฯลฯ ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวจีนอย่างดี ...ดูเหมือนว่าตอนนี้กลุ่มดงบังจะถูกแยกวงเสียแล้ว เพราะสาเหตุมาจากการที่สมาชิก 3 คนในวงฟ้องร้องต้นสังกัด แต่ก็ใช่ว่าความนิยมของพวกเขาจะลดลง เพราะศิลปินทุกคนไม่ว่าจะเป็น ยูโน ที่กำลังจะมีผลงานละครเวทีเรื่อง Goong มิกกี้ก็เริ่มมีงานถ่ายแบบและละคร ส่วนอีก 3 หนุ่มอันประกอบด้วย แจจุง เซียจุนซู ยูซอน ได้มีแผนจะเปิดตัวอัลบั้มใหม่ ต่างมีงานกันล้นมือ แต่แฟนๆ ชาวจีนก็ยังรอที่จะชมคอนเสิร์ตของพวกเขาอยู่
หลังจากเข้าสู่วงการเพลงได้กว่า 4 ปี SS501 อันประกอบด้วย 5 หนุ่ม ปาร์คจองมิน โฮยองแซง คิมฮยองจุน คิมฮยอนจุง และ คิมกุจง ก็ได้ฤกษ์ตามรอยรุ่นพี่ เดินหน้าเข้าสู่ตลาดเพลงจีนอย่างเป็นทางการ ด้วยการทำกิจกรรมแฟนมีทติ้งเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันและฮ่องกง ทำกิจกรรมโปรโมทด้วยการให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อชั้นนำของไต้หวัน เพื่อเป็นการพรีเซ็นต์ตัวตนให้เป็นที่รู้จัก
ก่อนจะต่อด้วยการออกอัลบั้มในไต้หวันแบบ 3 อัลบั้มรวด ได้แก่ Super Hits, Find และ Dejavu เมื่ออัลบั้มวางแผงแบบชิมลาง และได้รับผลตอบรับแบบเกินคาด เพราะเพลงของเขาในทุกอัลบั้ม สามารถอยู่ในเอเชีย มิวสิก ชาร์ตของ G-music และไฟว์ มิวสิกชาร์ต (Five music chart) แทบจะในทันที โดยที่ไม่มีอัลบั้มไหนน้อยหน้ากว่ากัน ยังตอกย้ำความแรงอย่างต่อเนื่องกับการจัดทัวร์คอนเสิร์ตแถบเอเชียเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ล่องกันไปตั้งแต่ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น, เซี่ยงไฮ้ จีน, ไทเป ไต้หวัน, และฮ่องกง แล้วมาปิดท้ายที่บ้านเกิดที่กรุงโซล อูย...ย มีกิจกรรมในจีนสม่ำเสมออย่างนี้ ก็น่าจะไปได้สวย
ยังมีอีกหลายวง หลายค่ายในเกาหลีที่ยังมองว่าตลาดจีนน่าสนใจ และคงมีกลยุทธ์ในการเจาะตลาดจีนแบบต่างๆ ที่น่าสนใจมากกว่า คงต้องดูกันต่อไปว่าวงไหนจะครองใจ มาวิน...น



