
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - อุ่นรักและหวังที่วังพญาไท
เป็นนักเขียนต้องโบยบินไปเหมือนนก เป็นนกประเภทบินไกล ไม่ใช่นกในกรง ไม่ใช่นกในสวนสัตว์ ไม่ใช่นกประเภทปักหลัก ไม่ใช่นกที่บินไม่ได้อย่างนกกระจอกเทศ เหมือนนกอะไรดีนะ นกนางนวลก็แล้วกัน บินเก่ง และบินไกลทรหดอดทน แถมมีตาคมเหมือนนกเหยี่ยว...ฟังดูเท่
แค่จะเปรียบว่านักเขียนนั้นต้องเป็นนักเดินทางด้วย พจนาถ พจนาพิทักษ์ กวี นักเพลง เจ้าของเพลง “ฅนค้นคน” เคยกล่าวไว้ว่าการเดินทางมี 2 อย่าง คือ เดินทางภายนอกกับเดินทางภายใน ส่วนความหมายของมัน คงต้องให้ชีวิตตอบ
ผมเองจัดเป็นนักเดินทางภายในมากกว่าครับ เพราะปีกของผมไม่ค่อยแข็งแรง น่าจะประมาณนกกะปูดที่บินไม่ค่อยเก่ง แต่ก็เก่งกว่าเป็ดนิดหน่อย แต่มีหัวใจอย่างนกนางนวล ชอบบินครับ แต่บินเข้าไปภายใน ท่องฟ้ากว้างแห่งความคิดฝัน ปีกจินตนาการของผม กระพือไม่หยุดหย่อน จนหลงคอนใจหาที่เกาะไม่เจอเอาเลย แต่แม้จะหลงทาง ผมก็หลงไปตามลำพังครับ ไม่ได้ร่วมพรรคร่วมพวก ร่วมฝูง ร่วมหมู่ ไม่ร่วมร้องกู่คูขันกับใคร ได้แต่ขับขานไปประสานกโดดเดี่ยว
แฟนๆ คอลัมน์ "ศิลป์แห่งแผ่นดิน" คงจะงุนงงว่าผมกำลังพูดเรื่องอะไร หรือน่าจะเป็นการรำพึงรำพันมากกว่า
วันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในท่ามกลางความเงียบอันคุกรุ่น ความราบเรียบอันซ่อนแฝง ผู้คนส่วนหนึ่งเบี่ยงเบนสายตาไปแลฟุตบอลโลก ที่แข่งขันกันในชามยักษ์ใบใหญ่ ขณะที่ระเบิดแห่งความขัดแย้ง กำลังรอเวลาจุดระเบิดอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งในความเกลียดชัง ผมได้รับเชิญให้ไปอ่านบทกวี (เสภา) ในงานที่มีนามเรียกขานว่า “อุ่นรักไว้โอบโลก”
ที่เกิดก่อจากหัวใจเล็กๆ ของผู้คนกลุ่มหนึ่ง ได้จัดโครงการทำกิจกรรม ดำเนินการก่อการรักเพื่อหารายได้ไปช่วยเหลือดูแลเด็กๆ ที่ป่วยด้วยโรคเลือด และมะเร็งร้าย งานแถลงข่าวดังกล่าวจัดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่แสนงาม ที่ทุกอณูแห่งอดีตและอนาคต ยังอบอวลละอองพราวพร่าง ผมยืนอยู่ต่อหน้าพระที่นั่ง “เทวราชสภารมย์” (ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดประมูลงานภาพเขียน) ในเวลาค่ำ พระราชวังพญาไท สถาปัตยสถานทรงยุโรป เด่นสง่างดงามในแสงไฟที่ส่องสาดอย่างพองาม “เทวราชสภารมย์” แห่งนี้มีประวัติศาสตร์แห่งการทดลองลิ้มรสชิมลางด้านประชาธิปไตย มี “ดุสิตธานี” เป็นสถานที่ปะทะสังสรรค์ทางปัญญา
ท้องพระโรงเทวราชสภารมย์ ยังเคยเป็นสถานที่จัดประมูลภาพเขียน เป็นครั้งแรกของประเทศชาตินี้ ซึ่งครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์เข้าสู่การประมูลด้วย รายละเอียดมีประการใดคงต้องพึ่งนักวิชาการด้านนี้โดยตรง ผมเองแค่ “ฟังพอได้ศัพท์” แล้ว “จับมากระเดียด” ให้ท่านฟัง
ในงานแถลงข่าว ตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น ผมได้ชมภาพเขียน (ส่วนหนึ่ง) ผลงานของจิตรกรระดับชาติ อาทิ ประเทือง เอมเจริญ ทวี รัชนีกร จิตรกรรับเชิญ เช่น คุณชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ในงานมีการสาธิตการวาดภาพคนเหมือน (portrait) โดยมีนางแบบรับเชิญที่สุดสวยได้แก่ คุณแอน ทองประสม คุณมยุริญ ผ่องผุดพันธุ์ รวมทั้งผู้กองยอดรัก (ไม่ใช่ไก่อูนะครับ) ที่ลูกชายของผมประทับใจในบทบาทสมเด็จพระนเรศวร
ผมได้พบคุณหมอผู้มีจิตใจดีงาม ได้พบคณะผู้ก่อการ “อุ่นรักไว้โอบโลก” ในบรรยากาศที่อบอุ่น และอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม และความหวัง
แม้จะมีบรรยากาศเศร้าๆ ในบางช่วง เมื่อเด็กๆ ผู้ป่วย และครอบครัวเล่าเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างชีวิตกับโรคร้าย ทั้งภาพ ทั้งเสียง จากวีดิทัศน์ จากปากคำแววตาท่าทาง ทำเอาหลายๆ คนต้องน้ำตาซึม โดยเฉพาะผมเองที่ต้องข่มใจเป็นพักๆ ไม่ให้ออกอาการ
นกน้อยของผมโบยบินเข้าไปภายในห้วงคิดฝัน เห็นสวนดอกไม้กว้างไกลงดงาม หอมกรุ่น กลิ่นความหวัง
ช่วงที่ท่านพระอาจารย์ “ไพศาล วิสาโล” พูดเรื่องการเผชิญหน้ากับเรื่องร้าย นกของผมก็บินลึกเข้าไป ลึกเข้าไป ถามตัวเองว่าชีวิตมีเรื่องเลวร้ายอะไรบ้าง แต่ก็ได้คำตอบ ทำนองว่า ยังมีเรื่องร้าย เรื่องอื่นๆ อีก ที่อยู่นอกเหนือ “ตัวตน” หรือ “อัตตา” ของใครคนใดคนหนึ่ง
งาน “อุ่นรักไว้โอบโลก” เป็นพลังหนึ่งในสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความรักอันเป็น (คุณ) สมบัติล้ำค่าของมนุษย์
"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"



