บันเทิง

ครบรอบ1ปีสิ้น"แจ็กสัน""บิลบอร์ด" แจงมีรายได้พันล.ดอลลาร์

ครบรอบ1ปีสิ้น"แจ็กสัน""บิลบอร์ด" แจงมีรายได้พันล.ดอลลาร์

24 มิ.ย. 2553

บิลบอร์ด ระบุ ไมเคิล แจ็กสัน มีรายได้หลังการเสียชีวิตกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และใกล้จะใช้หนี้หมดแล้ว

 ครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของ ราชาเพลงป๊อปก้องโลก ไมเคิล แจ็กสัน ในวันที่ 24 มิถุนายน 2553 ล่าสุด เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลี่ เมล์ ของอังกฤษ รายงานว่า แจ็กสัน สามารถทำรายได้เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 32,000 ล้านบาท หลังจากเสียชีวิตไปเมื่อ 1 ปีก่อน โดยแม้ว่าในตอนที่เขาเสียชีวิต จะเป็นช่วงที่เขาเตรียมตัวแสดงคอนเสิร์ตมาราธอนถึง 50 รอบ เพื่อหวังจะกอบกู้ฐานะทางการเงินและปลดหนี้สิน แต่บิลบอร์ด นิตยสารจัดอันดับเพลงและอัลบั้มยอดนิยมรายสัปดาห์ ที่ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมเพลงของสหรัฐ ได้รายงานว่า แจ็กสันมีรายได้เกินกว่าหนี้สินจำนวน 340 ล้านปอนด์ หรือราว 16,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากยอดจำหน่ายอัลบั้มทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว 24 ล้านปอนด์ บวกกับรายได้อีก 250 ล้านปอนด์ จากการจำหน่ายอัลบั้มเพิ่มอีก 1 ล้านแผ่นของ แจ็กสัน ไฟว์ และเดอะ แจ็กสัน และอีก 3 ล้าน 3 แสนปอนด์ ที่เป็นรายได้จากริงโทนล้วนๆ

 คณะผู้บริหารทรัพย์สินของแจ็กสัน ได้จ่ายเงินใช้หนี้ให้เขาไปแล้วเกือบ 136 ล้านปอนด์ จากทั้งหมด 340 ล้านปอนด์ และเหลือเจ้าหนี้รายใหญ่อีกเพียงแค่รายเดียวเท่านั้น คือ บาร์เคลย์ส ที่แจ็กสันเป็นหนี้อยู่ 204 ล้านปอนด์ ซึ่งหลังการเสียชีวิตแบบช็อกโลกด้วยวัย 50 ปี ของแจ็กสัน เมื่อปีที่แล้ว ทำให้อัลบั้มของเขาขายได้อีก 24 ล้านแผ่นทั่วโลก ซึ่งเฉพาะในอเมริกาขายได้ถึง 9 ล้านแผ่น และส่งผลให้อัลบั้มสมัยที่ยังเป็นแจ็กสัน ไฟว์ และเดอะ แจ็คสัน พลอยขายได้นับล้านแผ่นอีกด้วย ซึ่งรวมแล้วอัลบั้มที่เกี่ยวข้องกับแจ็กสันทั้งหมด ขายได้ 250 ล้านปอนด์

 รายได้เหล่านี้ ยังไม่รวมจากการเปิดให้ดาวน์โหลดเพลงในสหรัฐ และในต่างประเทศ รวมถึงโหลดริงโทนทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ส่วนรายได้มหาศาลอันดับที่ 2 คือจากโทรทัศน์และภาพยนตร์ โดยเฉพาะ "ดิส อิส อิท" ซึ่งเป็นภาพยนตร์กึ่งสารคดี ที่ทำให้แฟนๆ ได้มีโอกาสเห็นการซ้อมครั้งสุดท้ายของแจ็กสัน ก่อนที่เขาจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ที่สนามโอทู ในกรุงลอนดอน และโซนี่ พิคเจอร์ส ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แจ็กสัน 40 ล้านปอนด์ ขณะที่รายได้ในบ๊อกซ์ ออฟฟิศของสหรัฐ สูงถึง 49 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นรายได้สูงที่สุดสำหรับภาพยนตร์เกี่ยวกับคอนเสิร์ต บวกกับรายได้จากการฉายในต่างประเทศอีก 128 ล้านปอนด์ และยอดจำหน่าย ดีวีดี ในอเมริกา 29 ล้านปอนด์ กับในต่างประเทศอีก 16 ล้านปอนด์

 บิลบอร์ด ยังระบุด้วยว่า ค่าลิขสิทธิ์ ดิส อิส อิท สำหรับทีวี ที่ขายให้ เวียคอม ไปนั้น อาจสูงถึง 10 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจต่อยอดทำรายได้จากการฉายที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่โรงภาพยนตร์ ได้แก่  บนเครื่องบิน  เรือสำราญ  เรือทั่วไป และโรงแรมได้อีกราว 16 ล้านปอนด์ แจ็กสันยังมีบริษัทผลิตหนังสือเกี่ยวกับดนตรี คือ ไมแจ็ก ที่คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์หลังการเสียชีวิตของแจ็กสันไม่น้อยกว่า 24 ล้านปอนด์