บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - โตมาได้  เพราะยายเลี้ยง

คมเคียวคมปากกา - โตมาได้ เพราะยายเลี้ยง

25 มิ.ย. 2553

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๘

 เวลาไปซื้อของตามร้านชำ  ชอบที่จะเงี่ยหูฟังโทรทัศน์และวิทยุที่เจ้าของร้านเขาเปิดไว้  หลายปีแล้วที่แต่ละร้านเลือกชอบเลือกเปิดต่างคลื่น  เป็นคลื่นเสียงคลื่นสีขั้วตรงข้ามอย่างที่เรารับรู้  บางทีร้านอยู่ตึกแถวห้องติดกัน  ก็ใจจดใจจ่ออยู่กับข่าวสารที่ตัวเองเลือกแล้วเชื่อแล้ว  หลายครั้งเมื่อเข้าเส้นมากๆ ก็แสดงอาการหงุดหงิดฮึดฮัดให้ลูกค้าได้เห็น  (ตอนนี้ฟุตบอลโลกช่วยได้บ้างกระมัง)

 ครับ  นอกจากคลื่นข่าวสารบ้านเมือง  ในลักษณะเดียวกัน  ก็ยังได้ยินได้ฟังคลื่นเพลง  ดังเคยตั้งข้อสังเกตไว้บ้างแล้ว  เพลงประเภทยอดนิยมนั้น  ไม่ต้องซื้อฟัง  มันก็พุ่งเข้าสู่รูหูเราจนได้

 ก่อนนี้ว่าด้วย “ลูกเทวดา”  ที่มาแรงไม่น่าเชื่อ  กระทั่งทะลุจากเพลงกลายเป็นสินค้าประเภทเสื้อยืดเด็ก  เพียงพิมพ์คำ “ลูกเทวดา” พร้อมบางท่อนของเพลงลงบนอกเสื้อ  ขายดิบขายดีมีผู้นิยมซื้อนิยมใช้ไปทั่ว  เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับชื่อหนังชื่อละครอย่าง “คมแฝก”  เป็นต้น     

 เวลาเห็นเด็กกะเปี๊ยกต้อยๆ ตามแม่  สวมเสื้อยืด “ลูกเทวดา” แล้ว  อดขำไม่ได้  มันดูน่ารักน่าชังอย่างไรชอบกล  เจ้าเด็กคงไม่ประสีประสาดอก  มันหมายความว่าอะไร  แต่ก็ไม่แน่...เด็กยุคนี้อาจฉลาดก็ได้  ด้วยรังสี “ลูกเทวดา” ฉาบฉายไปทั่ว  เด็กไร้เดียงสาอาจรับอานิสงส์ด้วย  อารมณ์ประชดประชันลูกไม่ดี  ให้เป็น “ลูกเทวดา” เสียเลย  เหมือนกลายเป็นอารมณ์สังคมไปเสียแล้ว 

 ถัดจาก “ลูกเทวดา”  ตอนนี้ “ผัวเทวดา” กำลังทำหน้าที่ของมันตามมา  หมายความว่าผ่านไปทางไหนก็ได้ยินเพลงนี้  ดูเหมือนผู้แต่งและผู้เรียบเรียงจะเป็นชุดเดียวกันคือ คง  มีชัย และ สมบูรณ์  ปะราชิตัง ตามลำดับ  ประมาณว่ามีลูกก็เป็นลูกเทวดา  มีผัวก็เป็นผัวเทวดาอีก  “สร้างบ้านผิด  คิดจนบ้านพัง  เอาผัวผิด  คิดจนผัวบ่ยัง...”  หรือ “สิฟ่าวกลับเฮือน  หรือสิไปกับเพื่อนเทวดา...”  ตอนจบยังให้ฝ่ายชาย (ผัว) บอกว่า  “ก็เฮามันครอบครัวเทวดา...”  เสร็จเรียบร้อยโรงเรียนเทวดา “ลูกเทวดา”  “ผัวเทวดา”  “เมียเทวดา”  ยังแถมประดา “เพื่อนเทวดา” อีกต่างหาก

 “ลูกเทวดา”  ขับร้องโดย สนุ๊ก  สิงห์มาตร  “ผัวเทวดา”  ขับร้องโดย จ๋า  ร็อคแปดแสน
 ขณะเสื้อยืด “ลูกเทวดา” กำลังได้รับความนิยม  ส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อเด็กๆ  ยังไม่เห็นวัยรุ่นรู้คำประชดประชันนี้แล้วสวมใส่เดินตามท้องถนน  (อาจมีก็ได้)  ต่อไปลองคิดดูถ้ามีเสื้อยืด “ผัวเทวดา” ขายสำหรับผู้ใหญ่  แล้วเมียเป็นฝ่ายซื้อให้ละก็...คงไม่ขำเล็กๆ  แต่เป็นขำใหญ่ๆ เลยทีเดียว

 เรื่องเสื้อยืดนี่  โดยเฉพาะเสื้อเด็กน้อยหรือเด็กวัยรุ่น  น่าจะเป็นช่องทางหนึ่งของตลาดที่มีเงินไหลเวียนอยู่ไม่น้อย  ใช้เสื้อราคาถูก  ใช้คำติดปากที่มีอยู่แล้ว  ไม่ต้องเน้นความคงทนถาวรอะไรมาก  ซื้อง่ายขายถูก  อยากได้ใหม่ก็ซื้อใหม่  อะไรประมาณนั้น  ที่สนใจก็คือถ้อยคำที่เขานำมาใช้   ผู้คิดผู้ทำก็ช่างสรรหาสารพัด  ดีบ้าง  ไม่ดีบ้าง  ไพเราะคล้องจองเป็นกลอนบ้าง  หยาบๆ บ้าง  อย่าง  “รักเดียวให้โง่  รักเป็นโหลโก้จะตาย”  จะว่าไปแล้ว  เสื้อยืดประเภทนี้ก็เหมือนสติกเกอร์ชนิดหนึ่ง 

 เคยนั่งกินดื่มกับเพื่อนแถวสถานีรถไฟอุดรธานี  เดี๋ยวนี้เขามีแหล่งกินซื้อเที่ยวหรูหราไม่แพ้กรุงเทพฯ  มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านโต๊ะเราบ่อยๆ  เธอเป็นใครไม่รู้  อาจเป็นลูกหลานเจ้าของร้านรวงในนั้น  แต่ถ้อยคำสกรีนบนอกเสื้อยืดของเธอนั่นสิ  สะกิดใจเรายิ่ง “แม่ง...เมาทุกวัน”

 ทายซิ...เธอกำลังด่าใคร?  พ่อเธอ?  แม่เธอ?  ญาติพี่น้องเธอ?  หรือโต๊ะเรา? (๕๕๕)
 ขออภัย  อาจถ่ายทอดคำไม่เสนาะ  แต่อยากให้เห็นของจริง  ลองคิดดู  เสื้อยืดราคาถูก  แถมด้วยถ้อยคำแบบโพสต์โมเดิร์นเหลือทนเยี่ยงนั้น  ยังขายได้ขายดี  พรรคพวกพลกวีทั้งหลายวิเคราะห์กันว่า  มันอาจขายดีกว่าสกรีนบทกวีชั้นเลิศเสียอีก  หรืออาจจริงใจกว่าพวกสวมเสื้อยืด “มหาตมะ  คานธี  แบบสันติวิธี  สันติอหิงสา”  แต่พากันเผาบ้านเผาเมืองให้เป็นทะเลเพลิงเสียอีก...

 ถ้อยคำบนเสื้อยืดหนึ่งที่ชอบ  กลับอยู่ใกล้ตัวผมเอง  จำไม่ได้ญาติฝ่ายไหนซื้อให้ไอ้ตัวเล็กที่บ้านสวมใส่  “โตมาได้  เพราะยายเลี้ยง”  เดินไปไหนใครเห็นใครอ่านก็ต้องอมยิ้ม   ช่างบังเอิญที่นอกจากเขามีพ่อแม่เลี้ยงแล้ว  ยังมีตากะยายช่วยเลี้ยงด้วย  อารมณ์ของเขาจึงปรับไปมาทั้งแบบสมัยเก่าสมัยใหม่เพื่อหาสมดุลร่วมสมัย  และเยื่อใยของ “ยายเลี้ยง” น่าจะทำให้เขาภาคภูมิใจเมื่อโตขึ้นเรื่อยๆ  รวมทั้งเสื้อยืดถ้อยคำแบบบ้านๆ ตัวนั้น  น่าจะเป็นเสื้อตัวโปรดตัวหนึ่งของเขา

 บางวัน เขาสวมเสื้อตัวนี้ไปหายาย  ยายดึงเขาไปกอดแล้วหอมแก้ม  ผมแอบตื้นตันใจเหลือเกิน ทั้งภาพที่เป็นจริงของชีวิต และถ้อยคำซื่อๆ นั้น...“โตมาได้  เพราะยายเลี้ยง”

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"